posttoday
ปัญหาเงินจ๊าดอ่อนค่า... พลิกมุมมองเพื่อคว้าโอกาสทองในเมียนมา

ปัญหาเงินจ๊าดอ่อนค่า... พลิกมุมมองเพื่อคว้าโอกาสทองในเมียนมา

23 ตุลาคม 2561

EXIM BANK ได้เปิดสำนักงานผู้แทน ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2560

โดย พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) 

EXIM BANK ได้เปิดสำนักงานผู้แทน ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2560 หรือนับเป็นเวลาปีกว่าแล้วที่ EXIM BANK มีโอกาสได้ใช้สำนักงานตัวแทนเป็นช่องทางสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ส่งออกและนักลงทุนในการรุกตลาดเมียนมามากขึ้น ขณะเดียวกันการมีสำนักงานผู้แทนในเมียนมาก็ทำให้ผมได้เข้าใจสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในเมียนมาทั้งด้านเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางสังคม รวมถึงสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนได้ชัดเจนขึ้น ผมคิดว่าเมียนมายังมีการเปลี่ยนแปลงรออยู่ข้างหน้าไม่น้อย เพราะประเทศกำลังเคลื่อนที่กลับเข้าสู่เส้นทางการพัฒนา ผมจะพยายามเอามาอัพเดทท่านผู้อ่านเรื่อยๆ ครับ สำหรับครั้งนี้ขอเน้นเรื่องสถานการณ์เงินจ๊าดอ่อนค่า หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้นำข้อมูลที่ผมนำมาแชร์ไปปรับใช้เป็นกลยุทธ์ในการเจาะตลาดเมียนมาที่ทุกวันนี้ยังเป็นที่ต้องตาต้องใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติกันนะครับ

เริ่มด้วยเรื่องใกล้ตัวอย่างสภาพแวดล้อมทางสังคม โดยเฉพาะในเมืองย่างกุ้ง ที่ปัจจุบันก็เปลี่ยนไปมากครับ ทุกวันนี้วิถีชีวิตของคนหนุ่มสาวในเมียนมาไม่ต่างจากไทยมากนัก มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคไปตามยุคสมัย ที่เห็นได้ชัด คือ ความนิยมนั่งร้านกาแฟสมัยใหม่ จากเดิมที่เป็นร้านชากาแฟแบบดั้งเดิมที่เป็นโต๊ะและเก้าอี้ไม้แบบเตี้ยๆ ร้านกาแฟสมัยใหม่ถือเป็นเทรนด์ในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งแฟรนไชส์ร้านกาแฟรายใหญ่ของไทยอย่าง Cafe Amazon ก็เข้าไปขยายธุรกิจในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากพฤติกรรมการบริโภคแล้ว การแต่งกายของคนหนุ่มสาวในเมียนมาในปัจจุบันยังเปลี่ยนแปลงไป วัฒนธรรมการแต่งกายแบบดั้งเดิมที่ผู้ชายสวมผ้าโสร่งและผู้หญิงสวมผ้านุ่งเริ่มเห็นน้อยลงตามเมืองใหญ่ หลังจากวัฒนธรรมที่เป็นสากลเข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของชาวเมียนมามากขึ้น ทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมใส่กางเกงยีนส์ ตลอดจนความนิยมใช้เครื่องสำอางจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ซึ่งเป็นไปตามกระแส K-pop ที่เข้ามาแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นชาวเมียนมา ทำให้วัฒนธรรมดั้งเดิมที่ผู้หญิงชาวเมียนมามักทาแก้มและใบหน้าด้วยแป้งผสมน้ำ หรือที่เรียกว่าทานาคา มีให้เห็นได้น้อยลงเช่นกัน

มาถึงประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายเป็นกังวลเกี่ยวกับค่าเงินจ๊าดของเมียนมา เงินจ๊าดอ่อนค่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 1,647 จ๊าด/ดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 20 ก.ย. 2561 หรืออ่อนค่าถึง 17% จากช่วงต้นปี 2561 และเพิ่งมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนครับว่าเงินจ๊าดที่อ่อนค่าลงสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปเมียนมา

อย่างไรก็ตาม หากไปดูตัวเลขส่งออกของไทยไปเมียนมาล่าสุดยังไม่น่ากังวลครับ เพราะมูลค่าการส่งออกของไทยไปเมียนมาในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ยังขยายตัวได้ราว 10% แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีสัญญาณที่ผู้นำเข้าในเมียนมาชะลอการสั่งซื้อสินค้าจากไทยอยู่บ้างเพื่อรอดูทิศทางค่าเงินจ๊าดให้แน่ชัด แม้สถานการณ์เงินจ๊าดอ่อนค่าลงรุนแรงอาจกระทบกับการส่งสินค้าของไทยไปเมียนมา แต่ผมกลับมองเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่จะปรับตัวและรุกเข้าไปลงทุนผลิตสินค้าในเมียนมามากขึ้น

ประการแรก ผู้ส่งออกไทยที่ส่งออกไปตลาดเมียนมาควรมองเป็นโอกาสในการรุกเข้าไปลงทุนผลิตสินค้าในเมียนมา เนื่องจากความต้องการบริโภคสินค้าของชาวเมียนมายังคงมีศักยภาพตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง ดังนั้น การเข้าไปผลิตสินค้าในเมียนมาจะช่วยลดปัญหาความผันผวนของค่าเงินจ๊าดได้ในระดับหนึ่ง

ขณะที่ประการที่สอง ผู้ผลิตสินค้าส่งออกของไทยที่ไม่ได้ส่งออกไปเมียนมา เป็นตลาดหลักก็มีโอกาสเข้าไปลงทุนใช้เมียนมาเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกด้วยเช่นกัน เนื่องจากเงินจ๊าดที่อ่อนค่าลงมากหมายถึงราคาสินค้าส่งออกจากเมียนมามีราคาถูกลงด้วย แต่ควรผลิตสินค้าที่หาวัตถุดิบส่วนใหญ่ได้ใน
เมียนมา ซึ่งเมื่อประกอบกับค่าแรงในเมียนมาที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศ CLMV และต่ำกว่าไทย 3 เท่า

ขณะที่เมียนมายังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งออกไป 3 ตลาดหลักอย่างสหรัฐ สหภาพยุโรป (EU) และญี่ปุ่น จึงถือเป็นจังหวะดีที่ผู้ประกอบการอาจตัดสินใจเข้าไปลงทุนในเมียนมา แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเมียนมาชะลอตัว ก็อย่าเพิ่งกังวลไปครับ เพราะเมียนมายังเป็นประเทศที่มีศักยภาพอีกมาก จึงเป็นที่คาดว่าในระยะข้างหน้ามุมมองที่ดีขึ้นของนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจเมียนมาจะทำให้ FDI กลับเข้ามา และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวได้ในระดับสูงกว่า 7% ในช่วง 5 ปีข้างหน้าครับ

ตามที่ผมได้เกริ่นไว้แล้วข้างต้นว่าเมียนมายังคงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งผมก็จะขอฉายภาพเพิ่มเติมว่าธุรกิจใดบ้างที่น่าเข้าไปลงทุนในปัจจุบัน ธุรกิจกลุ่มแรก อย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ควรเป็นธุรกิจที่เข้าไปใช้ประโยชน์จากการเป็นผู้ผลิตเพื่อส่งออก รวมถึงใช้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวจากกำลังซื้อของชาวเมียนมาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป ธุรกิจแปรรูปเกษตรและอาหาร

ธุรกิจกลุ่มที่สอง ผมมองว่าเป็นธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่สนใจลงทุน คือ ธุรกิจพลังงาน เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของเมียนมามีแนวโน้มสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากร แต่อัตราการเข้าถึงไฟฟ้ายังอยู่ในระดับต่ำที่สุดในอาเซียน ทำให้เมียนมามีความต้องการลงทุนด้านพลังงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นธุรกิจที่รัฐบาลเมียนมามีนโยบายสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อส่งเสริมให้เมียนมาเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการลงทุนในธุรกิจโรงแรมในเมืองย่างกุ้งค่อนข้างอิ่มตัว แต่โอกาสขยายการลงทุนไปเมืองท่องเที่ยวสำคัญอื่นยังคงมีอยู่ อาทิ มัณฑะเลย์ พุกาม และพะโครวมถึงเกาะต่างๆ ในพื้นที่ตอนใต้ของเมียนมา ธุรกิจกลุ่มที่สาม เป็นธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการปรับปรุง/ผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ อาทิ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ซึ่งรัฐบาลเมียนมาเพิ่งอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ 100% ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสลงทุนในธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงห้างค้าปลีก/ค้าส่งอุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้า

ธุรกิจสุดท้าย เป็นธุรกิจที่ผมมองว่าเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง นั่นคือ ธุรกิจด้านการศึกษา เนื่องจากเมียนมาปิดประเทศมานาน ทำให้ระบบการศึกษาของประเทศถูกละเลยในช่วงเวลาดังกล่าว ปัจจุบันเมียนมาต้องการฟื้นฟูและปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพความรู้ความสามารถให้กับประชาชนชาวเมียนมา จึงเป็นโอกาสลงทุนในการจัดตั้งและดำเนินกิจการโรงเรียนเอกชนทั้งสายสามัญและสายเทคนิค/อาชีวะ ซึ่งปัจจุบันเมียนมายังขาดแคลนอยู่มาก

สุดท้ายนี้ แม้ว่าเมียนมาจะเผชิญปัญหารอบด้านทั้งเงินจ๊าดที่อ่อนค่า รวมถึงกระแสกดดันจากนานาชาติกรณีชาวโรฮีนจา แต่ด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นของเมียนมา ทำให้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเมียนมาเป็นหนึ่งในประเทศเนื้อหอมที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจค้าขายหรือทำธุรกิจในเมียนมา ทาง EXIM BANK เรามีสำนักงานผู้แทนอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถเริ่มต้นหรือขยายการค้าการลงทุนในเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ