posttoday
ปรับแผนส่งออกเออีซี

ปรับแผนส่งออกเออีซี

23 ตุลาคม 2561

ทูตพาณิชย์ตลาดอาเซียนเร่งดันส่งออกปีนี้โตตามเป้า

ทูตพาณิชย์ตลาดอาเซียนเร่งดันส่งออกปีนี้โตตามเป้า พร้อมรุกแผนปั๊มยอดปี 2562 เน้นเมืองรอง อี-คอมเมิร์ซ

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอาเซียนยังขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องจากการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของหลายประเทศและการขยายตัวของอี-คอมเมิร์ซ เดือนที่เหลือของปีนี้ตลาดอาเซียนจะเน้นบุกตลาดเมืองรอง ไม่ว่าจะเป็น ดาเวา เซบูของฟิลิปปินส์ เสียมราฐของกัมพูชา สุราบายาของอินโดนีเซีย ซาบาร์ ซาราวักของมาเลเซีย มัณฑะเลย์และตองยีของเมียนมา เป็นต้น โดยเป้าหมายการส่งออกของไทยไปอาเซียนในปี 2562 ตั้งไว้ที่ 8.3%

สำหรับตลาดกัมพูชา แผนการดำเนินงานของ สคร.พนมเปญ ปีนี้จะเน้นเจาะตลาดระดับบน (มหาเศรษฐีกัมพูชาและนักธุรกิจรุ่นใหม่) เจาะตลาดเมืองรอง ส่งเสริมการให้บริการในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเข้ามารับบริการในประเทศไทย การออกไปดำเนินธุรกิจของไทยในกัมพูชา โดยเฉพาะการขายแฟรนไชส์และการร่วมลงทุน การออกไปให้บริการของบุคคลธรรมดา และการให้บริการข้ามพรมแดน ในธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เช่น สุขภาพและความงาม บริการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง การค้าออนไลน์ โดยเน้นกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจและสร้างพันธมิตรทางการค้ามากขึ้น

"ในปี 2561 ตั้งเป้าหมายการเติบโตในตลาดกัมพูชาไว้ที่ 5% ซึ่งสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับกัมพูชามีการเติบโตเชื่อมโยงกันในอัตราสูง เฉลี่ยที่ 15% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่องต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการค้าที่ทั้งสองประเทศได้ตั้งร่วมกันไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 แน่นอน" นายจิรวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลของ 2 ประเทศได้ดำเนินการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการค้า ด้วยการเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ การยกระดับจุดผ่านแดน 4 แห่งเป็นด่านสากล การนำระบบพิธีการศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวมาใช้ การดำเนินการเชื่อมต่อระบบทางรถไฟอรัญประเทศ-ศรีโสภณ-พระตะบอง-พนมเปญให้แล้วเสร็จภายในปี 2563

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามความตกลงการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา และการสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศสามารถระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ของกันและกันได้ ทั้งนี้ ความตกลงการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะมีผลต่อการคำนวณภาษีที่เรียกเก็บจากรายได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป จึงเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนของไทยและการให้บริการเข้ามายังประเทศกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ