
จับ ไม่จับ!
ผมได้รับแจก วารสารกัลยาโณ ปีที่ 10
โดย หลวงพ่อพยอม
ผมได้รับแจก วารสารกัลยาโณ ปีที่ 10 ฉบับที่ 33 มิ.ย.-ส.ค. 2561 เมื่อพระราชธรรมนิเทศ (พระอาจารย์พยอม) วัดสวนแก้ว มาแสดงธรรมที่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) วันที่ 15 ต.ค. 2561 วารสารนี้มีคอลัมน์น่าอ่านจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เป็นความคิดเห็นของหลวงพ่อพยอม เช่น สกู๊ปพิเศษ ข้อคิด สะเก็ดธรรม จากหลวงพ่อพยอม เรื่อง จับ ไม่จับ! หน้า 71 ผมคิดว่าเป็นข้อเขียนที่เตือนสติบรรดาผู้ที่ฝืนกระแสโลกที่ไม่อยากเห็นพระจับเงิน จับทอง ได้ทีเดียว ข้อเขียนของหลวงพ่อพยอมบอกว่า เมื่อไรควรจับ อ่านแล้วจะได้เข้าใจชีวิตพระสงฆ์ที่ทำงานเพื่อสังคมและอนุเคราะห์ชาวโลกในยุคโลกาภิวัตน์ได้เป็นอย่างดี ต่อไปนี้เป็นสกู๊ปพิเศษ ครับ
จับ ไม่จับ
ก็เถียงกันมาน่าดู หน้าดำหน้าแดงเคร่งเครียด ว่า “พระต้องไม่จับเงิน” แต่นี้คนเรา นี่ถ้าไปสุดโต่งอะไรซะทั้งหมด มันไม่ได้ มันจะลำบาก มันจะอยู่กันยาก
เหมือนบอกว่า “พระห้ามฉันมื้อเย็น” แต่ถ้าหมอสั่งบอกว่า ต้องฉันยาที่มันกัดกระเพาะ ต้องกล้วยสักลูกหนึ่ง พอกันกระเพาะหน่อย ท่านก็อนุญาต ไม่ได้บอกว่า เด็ดขาด
เรื่องจับเงินก็เหมือนกัน มันต้องดูว่าจับอะไร! “จับเงิน” นี่ไม่ร้ายเท่ากับหมักเงิน หมักหมม สะสมไว้เป็นของตน นี่แหละตัวปัญหา ตัวร้าย
แต่ถ้า 3 จับ 4 จับนี่ มันไม่น่าจะมีปัญหาหรอก เช่น
1.“จับคืน” เช่น นางวิสาขา ทำสร้อยสังวาลตกไว้ แล้วพระพุทธเจ้าก็ชี้ให้พระอานนท์จับเก็บไว้ นางวิสาขากลับมาทวงหาคืน ก็เลยบอกว่า “เอ้า! พระจับแล้วหรือนี่ ถ้าเช่นนั้นฉันไม่เอาคืนหรอก เอาประมูลก็แล้วกัน” แล้วก็สร้างโลหะปราสาทอะไรต่างๆ ให้ไว้ในพระพุทธศาสนา
นี่ถามว่า ระดับพระพุทธเจ้าใช้ให้จับ นี่แล้วจะไปเอาผิดกับใครล่ะ แต่มันต้องเฉพาะกรณีนะ ไม่ใช่จับมั่ว เดี๋ยวก็อ้างตรงนี้ไป แล้วก็ไปจับมั่ว มันไม่ถูก
2.“จับแจก” อาตมานี่เด็กเขาต้องมาทำงานทุกวันอาทิตย์ โอ้! โยมก็กลับแล้ว ก็ให้เขาขยักตังค์ ไว้ก้นขัน 300, 400 แจกไปคนละ 100, 200 บาท บางทีจะให้เขาหยิบเอง ประเดี๋ยวเขาหยิบติดมือไป โกงเราอีก เขาก็บาปอีก
เอ้า! หยิบจ่ายๆ หยิบแจกๆ อันนี้หยิบแจก เพราะเขามาทำงานช่วยกรอกน้ำ ปูเสื่อ เรียกขวัญกำลังใจ จะได้ใช้ง่าย ใช้คล่อง มันก็ต้องมีจ่าย แต่ถ้าโยมอยู่ อ้าว! วานโยมจ่ายก็ได้ แต่โยมเขากลับบ้านแล้ว มันเย็น 4-5 โมง เขาก็กลับกันแล้ว เราก็ต้องจ่ายเอง จับมันแป๊บเดียว นี่แป๊บหนึ่ง ส่งๆ จากในขันส่งมือเด็ก แล้วบางทีก็ เอ้า! หยิบเอาเอง ยื่นขันให้เขาก็เคยทำ นี่คือ จับแจก
ทีนี้อีกจับหนึ่งคือ จับจ่าย คือ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ถ้าไม่จ่ายเดี๋ยวก็ตัด พระไม่จ่ายก็ตัดน้ำตัดไฟมืดสิ อยู่ยังไงล่ะ บางทีมันก็ต้องจับจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แต่ถ้ามีกรรมการจ่ายแทน พระก็ไม่ควรที่จะไปจับจ่ายเอง
แต่จับที่มันน่าเกลียดที่สุด “จับโชว์ออฟ” ไปบิณฑบาตเคยเห็นพระหลวงตาควักตังค์ออกจากย่ามนั่งนับ คนก็เดินผ่านไปผ่านมา แกก็ไม่รู้ยังไงเหมือนกับอวดว่า วันนี้กูได้เยอะว่ะ อะไรทำนองนี้ น่าเกลียด มองดูกิริยาไม่ได้สำรวม ไม่ละอายอะไรซะเลย อย่างนี้น่าจะถ่ายรูปแล้วเอาไปลงโทษตักเตือนอะไรก็ว่ากันไป หรือว่าอะไรล่ะ มีพระรูปหนึ่งที่ไปบีบบังคับโรงแรมที่ต้องจ่ายแสน 2 แล้วก็นับฉับๆๆ แบงก์รู้สึกว่าจะมันไม้มันมือหรือเปล่าก็ๆ ไม่รู้ แต่ก็นั่นแหละ มันก็แย่!
3.สุดท้ายนี่ “จับแล้วหมัก” จับแล้วเก็บเป็นของตน อันนี้มันหนัก ตรงมีหมักมีอะไร ไม่เช่นนั้นครูบาศรีวิชัยจับแล้วสร้างๆ อะไรเสร็จ ท่านก็ไปวางที่กำแพง คนยากจนก็มาเอาไปใช้ ท่านก็ไปบาตรเปล่า ย่ามเปล่า เหมือนนกมีปีกบินไป ไม่มีอะไรที่จะชั่วร้าย ก็รู้ว่าท่านไม่มีติดย่ามติดบาตร ก็ไม่ปล้นไม่ทำร้ายท่าน ก็ปลอดภัย
เพราะฉะนั้น เรื่อง “จับ ไม่จับ” มันต้องแยกแยะกันให้ดี แต่ถ้าอย่าทะเลาะกันดีที่สุด ขอให้คิดเสียว่าถ้าไม่จำเป็นจับ จะไปจับทำไม มันมีคนช่วยจ่ายให้ก็ปล่อยเขาไป
ทีนี้ มันปัญหาสิ จับจ่ายซะเอง เดินไปในห้างเอง เดินไปในร้านสินค้าเอง จะซื้อก๋วยเตี๋ยว น้ำแข็ง สั่งเด็กไปก็ได้ ดันเดิน! ไปสั่งเอง
ตรงนี้ก็จะต้องตักเตือนอบรมแนะนำกัน ให้ภาพลักษณ์เหล่านี้มันอันตรธานหายไปจากพระยุคนี้ให้ได้ ถ้าหายไปได้ ญาติโยมก็จะมีศรัทธาขึ้นมาได้ ระบบมันมีอยู่แล้วแหละ ก็แก้ไขกัน หยอดใส่ตู้ๆ ไว้ พอถึงเดือนมาเปิดนับดูก็ยิ่งสบายกันทุกฝ่าย เจริญพร
การประชุมนานาศรัทธา ที่ พ.ส.ล.
วันที่ 25 ต.ค. 2561 ประเทศไทยและประเทศคาซัคสถาน จัดประชุมบรรดาผู้นับถือศาสนาต่างๆเพื่อหาทางยุติความรุนแรงที่สร้างปัญหาให้แก่สันติภาพของโลก ที่หอประชุม พ.ส.ล. ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.







