posttoday
ก่อนที่จะสาย...

ก่อนที่จะสาย...

21 ตุลาคม 2561

4 ล้านบาท คือ ตัวเลขที่ปรากฏในโฆษณาของธนาคารแห่งหนึ่งพร้อมคำอธิบายว่า

โดย ณศักต์ อัจจิมาธร 

4 ล้านบาท คือ ตัวเลขที่ปรากฏในโฆษณาของธนาคารแห่งหนึ่งพร้อมคำอธิบายว่า หากคุณมีรายจ่ายเดือนละประมาณ 1.5 หมื่นบาท นี่คือตัวเลขเงินเก็บที่คุณต้องมีเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตไปได้ราว 20 ปีหลังการเกษียณอายุ

จะว่าไปเงิน 4 ล้านนั้น หากใช้เพื่อกินเพื่ออยู่แบบไม่ต้องฟุ้งเฟ้อ ไม่มีภาระหนี้สินใดๆ ติดตัว บ้านไม่ต้องเช่า รถไม่ต้องผ่อน ก็เชื่อว่าน่าจะทำให้เราใช้ชีวิตสบายๆ แบบไม่เดือดร้อนไปได้มากกว่า 20 ปี

แต่มีข้อแม้เดียวที่จะทำให้เงินก้อนนี้กลายเป็นเงินอันน้อยนิด นั่นคือ “การเจ็บป่วย”

ยิ่งหากคุณป่วยหนักเป็นโรคเรื้อรังหรือรุนแรงต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำเงิน 4 ล้านบาท ที่เก็บไว้อาจหมดในพริบตา

การเข้าไอซียูในโรงพยาบาลเอกชนดีๆ ที่สามารถช่วยให้คุณผ่านนาทีวิกฤตความเป็นตายในชีวิตได้แบบไม่ลำบากมากนัก อาจต้องแลกมาด้วยเงินประมาณ 2-3 หมื่นบาท/วัน

แต่หากคุณตายก่อนเงินหมดก็คงถือเป็นความโชคดีที่ไม่ต้องลำบากในช่วงเวลาในการใช้ชีวิตบนโลกนี้

หมอหลายคนเคยกล่าวไว้ว่า โรคที่เกิดขึ้นจำนวนไม่น้อยเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง บางโรคที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะการใช้ชีวิตของตัวเราเองที่เพิ่มความเสี่ยงให้มันเกิดขึ้น

พูดกันตรงๆ ก็คือ ผู้คนจำนวนไม่น้อยหาเหตุให้ร่างกายเจ็บป่วยทรมานในบั้นปลายชีวิต

ในวัยหนุ่มสาวที่ยังแข็งแรงเรามักตามใจตัวเองใช้ร่างกายหนักหน่วงอย่างเต็มที่ กิน ดื่ม สูบ พักผ่อนน้อย ไม่สนเรื่องออกกำลังกาย แต่บางทีเราก็ลืมไปว่าเวลานั้นผ่านไปเร็วนัก

จากวัย 20 ต้นๆ ที่พ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่วัยทำงาน จากนั้นพายุแห่งเวลาก็พัดเอาเลข 3 เลข 4 เลข 5 มานำหน้าอายุของเราอย่างรวดเร็ว

กว่าจะรู้ตัว วันเกิดครบแซยิดก็รออยู่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแล้ว

หากไม่ได้เตรียมร่างกายให้รองรับช่วงเวลาที่สังขารร่วงโรยตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เมื่อถึงเวลาแห่งการถดถอย ร่างกายเราจะถูกรุมเร้าด้วยสารพัดโรคอย่างรวดเร็ว

บางคนอาจคิดว่า ช่างมัน เจ็บป่วยไม่กี่ปีก็ตายแล้ว แต่เชื่อสิในห้วงเวลาแห่งความทรมานนั้น แม้จะสั้นแต่ก็ยาวนานในความรู้สึกยิ่งนัก

ในวันที่ต้องป่วยจากหลายโรค แขนขาอ่อนแรงจนแทบจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ชายวัย 60 ปลายๆ คนหนึ่งบอกกับผมขณะที่เขานอนแบ็บอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลว่า วันนี้เขาเข้าใจชัดถึงคำว่า “รู้งี้”

“รู้งี้ เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มเหล้าตั้งยังหนุ่มๆ เสียดีกว่า”

“รู้งี้ ออกกำลังกาย เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นประจำดีกว่า”

“รู้งี้...”

“อย่าปล่อยให้สายเกินไป ถ้าร่างกายพัง ยามันก็แค่ประคองอาการคุณไว้รอวันตายเท่านั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือคุณต้องเตรียมร่างกายมาให้ดีตั้งแต่ยังหนุ่ม อย่างน้อยมันก็ทรุดช้า

“ถ้าโชคดีคุณก็จะไม่ป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่ต้องเสียเงินรักษาเยอะ” ชายผู้เปรียบตัวเองว่ามีสภาพไม่ต่างจากผักที่อยู่บนแผงในตลาดบอกกับผม

เมื่อชีวิตคนเรามันแสนสั้น และโรคภัยก็เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นในชีวิตไม่วันใดก็วันหนึ่ง การดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรงนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำ ซึ่งจริงๆ แล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” หากคุณไม่อยากจะลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิต

เพราะการดูแลร่างกายของตัวเองนั้น มีต้นทุนที่ถูกแสนถูก หรือไม่ก็สามารถทำได้ฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่จะไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ สิ่งที่ไร้ประโยชน์และแถมยังทำลายร่างกาย การออกกำลังกายที่เพียงแค่เดินให้มากขึ้นก็ช่วยให้แข็งแรงกว่านั่งอยู่เฉยๆ แล้ว

ที่สำคัญคุณต้องมี “วินัย” และ “อย่าตามใจ” ตัวเองในบางเรื่อง เพียงเท่านี้ก็น่าจะช่วยให้คุณมีโอกาสที่จะต้องเจ็บป่วยทุกข์ทรมานด้วยสารพัดโรคเรื้อรังลดลงแล้ว

อย่าให้วันหนึ่งต้องมานั่งบอกกับตัวเองว่า “รู้งี้ทำเสียแต่ทีแรกแล้ว” จะดีกว่า เพราะหากถึงวันนั้นก็สายเกินการณ์ไปเสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ