
ปตท. โมเดล ชูแนวคิด "Social Collaboration" ดึงเทคโนโลยีเชื่อมโยง สังคม- ชุมชน-สิ่งแวดล้อม สร้างพลังแห่งความยั่งยืนร่วมกัน
จากการจัดงาน Sustainable Brands Bangkok 2018 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาด้านความยั่งยืนของแบรนด์ระดับโลก โดยในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้แนวคิด "Redesigning The Good Life"
จากการจัดงาน Sustainable Brands Bangkok 2018 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาด้านความยั่งยืนของแบรนด์ระดับโลก โดยในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้แนวคิด "Redesigning The Good Life" เป็นการระดมความคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ในการดำเนินธุรกิจ และสร้างแบรนด์ ให้ตอบสนองการสร้างชีวิตที่ดีในสังคม
โดยภายในงานฯ ยังได้รับเกียรติจากผู้บรรยายทั้งในระดับโลก และระดับประเทศ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ เพื่อร่วมปรับเปลี่ยนสังคม ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนร่วมกัน
ปตท. ยึด "สังคม" แกนกลางขับเคลื่อน
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ภายใต้หัวข้อ “Technology for Social Collaboration” ต่อทิศทางและแนวทางการดำเนินงานด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรมที่กลุ่ม ปตท. นำมาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความท้าทายต่างๆ จาก Disruption การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีรอบด้าน ที่กระทบต่อสังคมและธุรกิจโลก
ขณะเดียวกัน ปตท. ยังได้นำวิธีการดังกล่าวมาปรับใช้ในการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยผสานพลังความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในรูปแบบ “Social Collaboration” ที่ยึดความต้องการของ “ชุมชน” เป็นทั้งพื้นฐานและแกนกลางในการขับเคลื่อน ภายใต้โครงการ “Our Khung Bang Kacho” ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 34 องค์กรภาครัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2561 ที่ผ่านมา
สำหรับโครงการฯดังกล่าว ได้มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าใน 6 มิติ ประกอบด้วย 1. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว 2. การจัดการน้ำและการกัดเซาะริมตลิ่ง 3. การจัดการขยะ 4. การส่งเสริมอาชีพ 5. การท่องเที่ยว 6. การพัฒนาเยาวชนและการศึกษา โดยกลุ่มปตท. อาสาเป็นหัวหน้าคณะทำงาน 2 ด้านหลัก ได้แก่ คณะทำงานพัฒนาพื้นที่สีเขียว และ คณะทำงานการจัดการขยะ
ทั้งนี้ ปตท.จะใช้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านบุคลากร และเทคโนโลยีในตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมาประยุกต์ใช้ในงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า ภายใต้หลักดำเนินการ 3 ด้านที่สอดคล้องกัน คือ People , Planet และ Prosperity ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อสานพลังสู่ความยั่งยืน(Sustainable Growth for All) ขององค์กรและสังคมร่วมกัน
"การดำเนินงานกิจการเพื่อสังคมของปตท.ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีโมเดลการทำงานที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากผ่านโครงการต่างๆ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆทั้ง บิ๊ก ดาต้า เทคโนโลยีเอไอ ของปตท.ที่จะนำมาปรับใช้กับโครงการคุ้งบางกะเจ้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสู่การเป็นแหล่งพื้นที่สีเขียวในเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และมีเศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน และสามารถเป็นต้นแบบของโซเชียล คอลาบอเรชัน ได้" คุณชาญศิลป์ กล่าว
สังคม-ชุมชน-เศรษฐกิจ "ดี" สร้างได้
นอกจากนี้ ในงาน Sustainable Brands Bangkok 2018 ยังมีการจัดแสดงบูธนิทรรศการจากองค์กรพันธมิตร พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ร่วมบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง โดย พระอธิการไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต กล่าวบรรยายธรรมะผ่านวิดิทัศน์ ในหัวข้อ “Good Nature is Good Dhamma” ถึงหลักการใช้ธรรมะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตใหม่ให้กับโลกได้อย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากคนวัยหนุ่มสาว ตระหนักถึงการเชื่อมโยงตัวตนกับธรรมชาติ และความเจริญของเมืองให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล
ด้าน Duncan Firth, Solarel สถาปนิก ผู้ก่อตั้ง Solarel Limited (NZ) ประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวในหัวข้อ Redesigning The Good Technology ว่าปัจจุบันในแต่ละประเทศทั่วโลกต่างเผชิญหน้าและสร้างมลภาวะโลกร้อนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการออกแบบอาคาร สถานที่ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ดีสามารถเข้ามาช่วยลดปัญหาในด้านนี้ ภายใต้แนวคิด "การเชื่อมโยงระหว่างโลกของมนุษย์กับโลกแห่งธรรมชาติ ด้วยการออกแบบและการคิดด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน" มาใช้เป็นกรอบเพื่อเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ในการออกแบบเชิงสถาปัตย์
ขณะที่ ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กล่าวบรรยายในหัวข้อ Redesigning New Life for Water ว่าทรัพยากรน้ำในคุ้งบางกะเจ้ามีความสำคัญต่อคนชุมชนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยปัญหาหลักที่ต้องเร่งเข้ามาดูแล คือ การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจะต้องใช้ความร่วมมือจากหลายฝ่าย พร้อมรักษาพื้นที่เดิมซึ่งเป็นแหล่งรวมสามน้ำคือ น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย เอาไว้ เพื่อต่อยอดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในการพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรราว 4,000-5,000 ไร่ ในคุ้งบางกะเจ้า สามารถสร้างผลผลิตต่างๆที่มีชื่อเสียง และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ได้ตั้งแต่เศรษฐกิจระดับจุลภาค ไปถึงเศรษฐกิจระดับมหภาค อย่างยั่งยืน
จากนั้น Sandja Brugmann ผู้เชี่ยวชาญจาก The Passion Institute กล่าวในหัวข้อ Can We redesign Good Heart & Mind ว่าการเป็นผู้นำองค์กรที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนั้น เป็นกระบวนการที่จะต้องเริ่มต้นจากตัวเองโดยปราศจากความกลัวเสียก่อน ซึ่งปัจจุบัน The Passion Institute ได้ทำงานร่วมกับธุรกิจะดับโลกหลายแห่งที่ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น บอดี้ ช็อป, เลโก เป็นต้น เพราะเมื่อได้ผู้นำที่ดีแล้ว แนวคิดที่ดี(Good Concept) ต่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ก็จะตามมาเช่นกัน
ขณะที่ การสัมมนาในหัวข้อ How to Redesign Good Business & Good Brand โดย น.ส.สกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ วิสาหกิจเพื่อสังคม ไนส์คอร์ป กล่าวถึงมาตรฐาน BCROP ที่จะเข้ามามีบทบาทและสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในประเทศไทย โดยสะท้อนผ่านตัว “องค์กร” ว่าสร้างประโยชน์(B-Benefit) อย่างไรให้กับโลกและคนในโลกใบนี้ ที่มาจากแบรนด์(B-Brand)องค์กรนั้นๆ เพื่อสื่อสารความเป็นตัวตนออกมา ภายใต้หลัก Good Brand, Good Business
ด้าน นางดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์ กล่าวถึงหลักสำคัญของประโยชน์(Benefit) ที่ผู้บริโภคในฐานะลูกค้ามีต่อแบรนด์นั้นๆ คือ จะต้องสร้างความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมกับแบรนด์สินค้าหรือองค์กร เพื่อช่วยให้กิจการหรือองค์กรอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนเสียก่อน
จากนั้น นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวบรรยายในหัวข้อ Why Thailand Need to Upcycling its Oceans, and How ว่า ในปี 2562 ททท. จะประกาศ “คิก ออฟ”แคมเปญปีการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ(UNWTO) ระบุในปี2560 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ4 และอยู่อันดับ34 ประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จาก 134 ประเทศทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าประเทศไทยมีจำนวนขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ 6 จากใน 10 ประเทศทั่วโลก รองจาก จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ ศรีลังกา จากอุบัติการณ์ดังกล่าว ในช่วงที่ผ่านมา ททท. ยังร่วมกับ ปตท. ภายใต้โครงการ UPCYCLING THE OCEANS THAILAND เพื่อลดและแก้ปัญหาขยะทางทะเล ร่วมกันด้วย
การจัดงานฯในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติอย่างยั่งยืน ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภายใต้หลัก Social Collaboration ทั้งด้านแนวคิด และแนวทางปฏิบัติ ที่จะเห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นับจากนี้ไป







