
จากเสือดำถึงหมีขอ
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ล่าสัตว์ซ้ำขึ้นอีกในเขตอนุรักษ์พันธ์ุสัตว์ป่าเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์เมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้
โดย สมผล ตระกูลรุ่ง
เสียงครวญคร่ำน้ำตานองของเสือดำ
ที่รอคอยความเป็นธรรมตามกฎหมาย
ถึงวันนี้หมีขอก็มาตาย
เขาทำผิดข้อหาใดจึงวายปราณ
เพียงคอยักสักแต่ชื่อว่าคือคน
เที่ยวจี้ปล้นพรากชีวาถึงอาสัญ
ถึงเป็นสัตว์ก็รักตัวกลัวเหมือนกัน
อยู่ไพรวัลย์ยังไม่พ้น...คนใจทราม
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ล่าสัตว์ซ้ำขึ้นอีกในเขตอนุรักษ์พันธ์ุสัตว์ป่าเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์เมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่อารมณ์ของผู้คนทั่วไปยังไม่จางไปจากการล่าเสือดำของเจ้าสัวเมื่อต้นปี คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีผู้นับถือพุทธศาสนาประมาณ 95-96% ศีลข้อแรกสำหรับฆราวาส คือ ห้ามฆ่าสัตว์ เพราะสัตว์ทุกชนิดรักตัวกลัวตายทั้งนั้น พุทธศาสนาสอนว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาป การฆ่ามดฆ่ายุง แม้จะเป็นบาปแต่ยังพอเข้าใจคนทำได้ว่าเพราะสัตว์เหล่านั้นสร้างความเดือดร้อนรำคาญ นำเชื้อโรคมาสู่คน อายุของสัตว์เล็กๆ เหล่านี้อยู่ได้ไม่นาน มดอาจจะนานเป็นปี แต่ยุงอยู่ได้ 7 วัน การฆ่าสัตว์เล็กๆ เหล่านี้ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก ตามตำราถึงจะบาปแต่บาปไม่หนัก ไม่เหมือนสัตว์ใหญ่อายุยืนนาน การฆ่าต้องใช้ความพยายามมาก การฆ่าสัตว์ใหญ่จึงเป็นบาปหนัก
ชาวพุทธส่วนใหญ่เป็นพุทธทะเบียนบ้าน เป็นพุทธเพียงแบบพิธีเท่านั้น ไม่ได้ซาบซึ้งคำสอนที่เป็นแก่นแท้ของธรรม จึงมีการล่าสัตว์ป่ากันตลอดมา จากสถิติข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่ปี 2553-2561 มีคดีเกี่ยวกับสัตว์ป่าเกิดขึ้นรวม 4,790 คดี มีผู้กระทำผิด 5,370 คน ตรวจยึดสัตว์ป่าของกลาง 108,245 ตัว ตรวจยึดซากสัตว์ป่าของกลาง 18,892 ซาก รวมน้ำหนักซากสัตว์ป่าของกลาง 31,315 กิโลกรัม และเฉพาะในปี 2561 มีคดีเกี่ยวกับสัตว์ป่าเกิดขึ้นแล้วกว่า 122 คดี
นักล่าเหล่านี้ นอกจากชาวบ้าน พรานป่าแล้ว คนที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ในระยะแรกๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกมีสี เพิ่งจะมีเจ้าสัวใหญ่ที่เป็นข่าวเมื่อต้นปี เรามาย้อนดูคดีใหญ่ๆ เกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่าที่พอจะอยู่ในความทรงจำ
คดีแรกต้องยกให้เป็นอภิมหาล่าสัตว์แห่งชาติ โดยย้อนไปในช่วงเดือน เม.ย. 2516 มีกระแสข่าวว่า พ.อ. ณรงค์ กิตติขจร บุตรชายของจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้นำคณะตำรวจ-ทหารชั้นผู้ใหญ่และพ่อค้านักธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลกว่า 60 คน รวมถึงนักแสดงชื่อดัง เมตตา รุ่งรัตน์ เข้าไปจัดงานเลี้ยงวันเกิด รวมถึงได้ใช้อาวุธสงครามจำนวนมากล่าสัตว์ป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ถึงแม้จะมีการประท้วงแสดงความไม่พอใจในการล่าสัตว์ป่า จากนิสิต นักศึกษา ประชาชน รวมไปถึงองค์กรคุ้มครองสัตว์ป่าจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีหลักฐานพอที่จะเอาผิดกับคณะดังกล่าวได้
แต่แล้วเหมือนเทวดามีตา วิญญาสัตว์ป่ามีจริง ในวันที่ 29 เม.ย. 2516 เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตกที่บางเลน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 6 คน และบาดเจ็บอีก 4 คน พร้อมปรากฏซากกระทิงและสัตว์ป่าอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์ล่าสัตว์จำนวนมากกระจัดกระจายรอบซากเฮลิคอปเตอร์ ภาพดังกล่าวกลายเป็นหลักฐานฟ้องว่า มีการใช้เฮลิคอปเตอร์หลวงเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานการล่าสัตว์ แต่รัฐบาลกลับแถลงข่าวว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกอยู่ในช่วงปฏิบัติการลับของราชการเปิดเผยไม่ได้ ส่วนเนื้อสัตว์ป่าอาจเป็นของคนอื่นฝากมา ทำให้กระแสสังคมไม่พอใจจนนำไปสู่เหตุการประท้วงรัฐบาลต่อเนื่องจนกลายเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลา วันมหาวิปโยค ที่เป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองไทย
คดีต่อมาที่ถือเป็นคดีใหญ่เกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในปี 2555 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้นำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มนายพราน และพบกับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี อดีตสารวัตรสืบสวน สภ.ปราณบุรี กับพวกอีก 8 คนเป็นผู้ต้องหา ตรวจค้นพบของกลาง กบทูด และซากกระจงจำนวนหนึ่ง พร้อมภาพถ่ายที่กลุ่มพรานถ่ายไว้ มีทั้งภาพนิ่งและภาพวิดีโอ และปืนยาวติดกล้อง ขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก ปืนยาวขนาด .22 พร้อมเครื่องกระสุน อีกกว่า 100 นัด คดีนี้ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2560 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก พ.ต.ท.ธีรยุทธ 10 เดือน และถูกให้ออกจากราชการในเวลาต่อมา
คดีต่อมาที่เป็นข่าวดังและยังไม่จางหายไปจากสังคมไทย คือคดีจับเจ้าสัวเปรมชัยเมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ เป็นข่าวที่ยังอยู่ในความทรงจำ ยังอยู่ในกระแสเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับเสือดำ คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ผลคดีจะเป็นประการใด อดใจรออีกไม่นานคงทราบผล คดีนี้กลุ่มอนุรักษ์เฝ้าคอยติดตามอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด คดีหมีขอที่ผู้ต้องหาเป็นข้าราชการระดับปลัดอำเภอและ อส.กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน เป็นการสอบสวนโดยพี่ศรี นายตำรวจคนเดียวกับที่ทำคดีเจ้าสัวเสือดำ นายตำรวจที่ถูกตั้งคำถามว่าสอบสวนคนผิดหรือสอบสวนคนจับ นายตำรวจคนเดียวที่ถูกตั้งข้อรังเกียจในเหตุการณ์หมูป่าอะคาเดมี่ ณ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
คดีนี้พี่ศรีการันตีเช่นเดิมว่าคดีหมีขอมีหลักฐานมัดผู้ต้องหาแน่น เอาผิดได้อย่างแน่นอน คดีนี้ดูเหมือนพี่ศรีขึงขังจริงจังกว่าคดีเจ้าสัว ก็คงต้องคอยดูผลงานกันต่อไปว่าจะสมคำคุยหรือไม่
ผู้ต้องหาคดีเข้าป่าล่าสัตว์ มีข้อต่อสู้ที่เป็นสูตรสำเร็จเหมือนกันว่า ไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์ แต่ไปเที่ยว ไปทำบุญ ไม่รู้ว่าซากสัตว์เป็นของใคร ไม่รู้ไม่เห็น ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่อยู่ในกลุ่มผู้กระทำผิด คนระดับปลัดอำเภอจะไม่รู้หรือว่า การล่าสัตว์ผิดกฎหมาย ไม่รู้ไม่เห็นอาวุธปืนเลยหรือ และหากตนไม่ได้ทำแต่เห็นคนอื่นทำ มีหน้าที่ต้องห้ามปรามหรือไม่
คนที่อยู่รวมในเหตุการณ์ อยู่ในกลุ่มคนที่ทำความผิด จะปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่เกี่ยวข้อง ได้หรือไม่ การแก้ตัวง่ายๆ อย่างนี้ ศาลจะรับฟังหรือไม่ อีกไม่นานก็คงจะทราบจากคดีเจ้าสัว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ายังมีผู้ยิ่งใหญ่อีกกี่รายที่หลุดพ้นการจับกุม เป็นความจริงที่เจ็บปวดสำหรับนักอนุรักษ์ ที่แม้คดีที่ขึ้นศาลส่วนใหญ่ศาลจะพิพากษาลงโทษ แต่นั่นเป็นชาวบ้านธรรมดา สำหรับคนระดับเจ้าสัวหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีบารมี มีเงินจ้างทนายเก่งๆ หาช่องกฎหมายเอาตัวรอด โดยเฉพาะในชั้นสอบสวน หาช่องเตรียมไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้ศาลยกฟ้อง
กฎหมายไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น แต่การบังคับใช้กฎหมายของไทย มักเป็นการลูบหน้าปะจมูกคนมีเงินมีบารมีจึงไม่ค่อยจะติดคุก หรือถ้าจะติดจริงก็หลุดพ้นได้ด้วยใช้ช่องทางธรรมชาติ







