posttoday
ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ (ในระยะยาว) จาก ‘การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน’

ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ (ในระยะยาว) จาก ‘การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน’

15 ตุลาคม 2561

การกลั่นแกล้ง (หรือถูกกลั่นแกล้ง) ในโรงเรียน (School Bully)

โดย ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า www.econ.nida.ac.th; piriya.pholphirul.blogspot.com 

การกลั่นแกล้ง (หรือถูกกลั่นแกล้ง) ในโรงเรียน (School Bully) เป็นการกลั่นแกล้งชนิดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในสถานศึกษา โดยอาจเป็นการกลั่นแกล้งทางกาย ทางเพศ ทางวาจา หรือทางจิตใจก็ได้ และนับรวมถึงการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วยเช่นกัน การกลั่นแกล้งในโรงเรียนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในเกือบทุกโรงเรียนในทุกประเทศ โดยองค์การยูนิเซฟได้เปิดเผยรายงานผลสำรวจ Global School-based Student Health Survey ที่ทำการสำรวจจากทั้งหมด 122 ประเทศทั่วโลก พบว่า เยาวชนทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 13-15 ปี กว่าครึ่ง (ราวร้อยละ 51 หรือประมาณ 150 ล้านคน) ล้วนเคยมีประสบการณ์กับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนทั้งสิ้น อย่างกรณีของประเทศไทยเองล่าสุดก็เห็นได้จากกรณีที่ปรากฏคลิปวิดีโอของรุ่นพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รุมทำร้ายเด็กชั้น ป.4 ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ จนกลายเป็นประเด็นบนสื่อโซเชียล ที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงในโรงเรียนของไทยด้วยเช่นกัน

งานศึกษาทางด้านจิตวิทยาได้ระบุอย่างชัดเจนแล้วว่า นักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้งมักมีอาการเครียด ซึมเศร้า และมีปัญหาการเข้าสังคม หากถูกกดดันรุนแรงหรือเรื้อรัง จนนำไปสู่การทำร้ายคนอื่นเพื่อแก้แค้น หรือทำร้ายตนเอง รุนแรงถึงฆ่าตัวตายได้ ในขณะที่นักเรียนที่กลั่นแกล้งคนจะมีปัญหาบุคลิกภาพแบบใช้ความก้าวร้าว ความรุนแรงต่อผู้อื่น ซึ่งแน่นอนว่า งานศึกษาต่างๆ เหล่านั้นล้วนอธิบายผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลกระทบในวัยเด็ก (Childhood) เท่านั้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ปัญหาการถูกกลั่นแกล้ง (หรือเป็นผู้กลั่นแกล้งเอง)จะส่งผลมากน้อยเพียงใดในระยะยาวเมื่อเด็กคนนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่

งานศึกษาจำนวนหนึ่งจึงได้พยายามหาต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ในระยะยาว (Long-Term Economic Cost) จากการที่นักเรียนถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรเมื่อเด็กนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยงานศึกษาชิ้นหนึ่งจาก Wolke และคณะ (2013) ที่มีชื่อว่า Impacts of Bullying in Childhood on Adult Health, Wealth, Crime and Social Outcomes ซึ่งงานชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ใน Journal Psychological Science ค้นพบว่า การถูกกลั่นแกล้ง (และเป็นผู้กลั่นแกล้งเอง) นั้นจะสร้างต้นทุนอย่างมหาศาลในระยะยาว เมื่อพิจารณาทั้งผลลัพธ์ทางการเงิน การเงิน สุขภาพ และผลกระทบทางสังคมต่างๆ โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กเป็นเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนจะได้รับรายได้ทางการเงินน้อยกว่าผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนประมาณร้อยละ 11 ในขณะผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่เป็นทั้งเด็กผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งและเป็นเด็กที่กลั่นแกล้งคนอื่นเสียเองจะมีรายได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนถึงประมาณร้อยละ 31.6

นอกจากนั้น ยังพบว่า ผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กเป็นเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนจะมีแนวโน้มมากกว่าที่จะมีฐานะยากจนประมาณร้อยละ 11.6 มีแนวโน้มมากกว่าที่จะถูกไล่ออกจากงานประมาณร้อยละ 13.2 และมีแนวโน้มมากกว่าที่จะมีปัญหาทางการเงินประมาณร้อยละ 8.7 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ในขณะที่ผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่เป็นทั้งเด็กผู้ที่ถูกกลั่นแกล้ง และเป็นเด็กที่กลั่นแกล้งคนอื่นเสียเองจะมีแนวโน้มมากกว่าที่จะมีฐานะยากจนประมาณร้อยละ 19.9 มีแนวโน้มมากกว่าที่จะต้องออกจากโรงเรียนประมาณร้อยละ 22.5 มีแนวโน้มมากกว่าที่จะถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยประมาณร้อยละ 27 มีแนวโน้มมากกว่าที่จะถูกไล่ออกจากงานประมาณร้อยละ 17.9 และมีแนวโน้มมากกว่าที่จะมีปัญหาทางการเงินประมาณร้อยละ 25.1 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน

นอกจากนี้ การถูกกลั่นแกล้งในวัยเด็กยังส่งผลต่อต้นทุนทางด้านสุขภาพเมื่อเด็กคนนั้นๆ เติบใหญ่ขึ้น โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กเคยถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนมีแนวโน้มมากว่าที่จะมีปัญหาสุขภาพประมาณร้อยละ 12.9 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่ตอนเด็กที่ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนโดยปัญหาสุขภาพเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การเกิดโรคอ้วนรวมไปถึงภาวะความผิดปกติทางจิตต่างๆ โดยงานศึกษาของ National Center Against Bullying ได้ประมาณการต้นทุนจากการเกิดการกลั่นแกล้งในโรงเรียนในประเทศออสเตรเลียไว้สูงถึง 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เนื่องด้วยปัญหาการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนนี้ไม่เพียงส่งผลเสียต่อเด็กในระยะสั้น แต่ยังสร้างต้นทุนอย่างมหาศาลในระยะยาว ดังนั้นนโยบายสาธารณะที่ดีที่จะลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ การบรรเทาปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนนี้ให้ลดลงให้มากที่สุด โดยหลายๆ ประเทศทั่วโลกก็ล้วนมีมาตรการในการลดปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนไว้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมครู/เพิ่มครูแนะแนว การทำงานร่วมกันกับโรงเรียนและนักจิตวิทยา การเพิ่มกิจกรรมหลังเลิกเรียน การจัดระบบที่ปรึกษาและหน่วยงานให้ความคิดเห็น แต่จริงๆ แล้ว เด็กที่ชอบแกล้งคนอื่น ล้วนมีที่มาจากเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำดังนั้นสังคมควรกลับมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เด็ก “มีความภาคภูมิใจในตัวเอง” ซึ่งเป็นเรื่องที่เด็กสมัยนี้ขาดเอามากๆ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ