
กสิกรทุ่มพัฒนานวัตกรรม
แบงก์กสิกรไทย เร่งพัฒนาบริการดิจิทัล
แบงก์กสิกรไทย เร่งพัฒนาบริการดิจิทัล เป็นความหวังใหม่เพื่อสร้างรายได้ หลังจากรายได้ค่าธรรมเนียมส่อลงยาว
น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งงบสำหรับการพัฒนานวัตกรรม 4,000 ล้านบาท/ปี และงบเพื่อยกระดับเสถียรภาพระบบอีก 1,300 ล้านบาท/ปี สะท้อนถึงเป้าหมายที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวดีกับธนาคารในแง่การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเข้าถึงลูกค้า โดยจะเริ่มเห็นผลบวกในภาพรวมธุรกิจธนาคารตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ช่องทางดิจิทัลยังเป็นเป้าหมายในการสร้างรายได้ใหม่ๆ ผ่านบริการปล่อยสินเชื่อผ่านแอพ (ดิจิทัลเลนดิ้ง) ช่วยสร้างรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มเติม จากปัจจุบันธนาคารมีแรงกดดันรายได้ค่าธรรมเนียมที่หายไปหลังจากยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัล ตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมในปี 2562 จะถูกกระทบมากกว่าปี2562 เพราะรับรู้ผลกระทบเต็มปี จากปีนี้มีผลกระทบ 8 เดือน ขณะที่รายได้ใหม่ๆ จากดิจิทัลยังเข้ามาทดแทนไม่ทัน โดยยังคงประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมติดลบ 6-8% ในปีนี้เช่นเดิม ส่วนปีหน้ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเป็นเช่นไร ต้องรอการทำแผนธุรกิจปี 2562 ในเดือน ต.ค.นี้ก่อน
น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ได้เริ่มปล่อยสินเชื่อผ่านดิจิทัลเลนดิ้งสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลแล้วเป็นเวลา 8 เดือน มีอัตราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 1,900 ล้านบาท และจากการเปิดตัวแอพ เค พลัส โฉมใหม่ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้น และทำให้ทั้งปียอดปล่อยสินเชื่อดิจิทัลเลนดิ้งน่าจะถึง 3,000 ล้านบาท ได้ไม่ยาก
ทั้งนี้ สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อบุคคลใหม่ผ่านดิจิทัลเลนดิ้ง เกือบใกล้เคียงกับการปล่อยผ่านสาขาแล้ว เนื่องมาจากระบบเอไอฉลาดขึ้น สามารถกำหนดลูกค้าเป้าหมายได้ตรงกับเกณฑ์หลัก 2 ข้อ คือ มีความสามารถผ่อนชำระ และมีความต้องการใช้เงิน เมื่อระบบยิงข้อเสนอไปให้ลูกค้าเป้าหมาย จึงได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ช่วงแรกที่เริ่มให้บริการ เมื่อเริ่มยิงข้อเสนอไป มีอัตราการกดตอบรับสินเชื่อน้อยมากไม่ถึง 1% แต่ปัจจุบันอัตราการอนุมัติสินเชื่อดิจิทัลเลนดิ้งเพิ่มขึ้นมาเป็นเลข 2 หลักแล้ว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนอัตราดอกเบี้ยดิจิทัลเลนดิ้งเหมือนเดิมยึดตามเกณฑ์ไม่เกิน 28%” น.ส.ขัตติยา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ เค พลัส ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับลูกค้าของธนาคารอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะลูกค้าที่ขายของออนไลน์ ให้ขึ้นมาอยู่บน เค พลัส มาร์เก็ต (K Plus Market) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้ลูกค้าสามารถเสนอขายสินค้าได้ โดยลูกค้าต้องดูแลเรื่องซื้อขายได้ของกันเองตามปกติของมาร์เก็ตเพลสทั่วไป แต่ธนาคารจะตรวจสอบและให้เรตติ้งความน่าเชื่อถือของร้านค้าเพื่อเป็นส่วนในการตัดสินใจ







