
อาชีฟ สร้างเยาวชนไทยค้นหาอาชีพที่รัก
ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจเล็กๆ โดยการรวมตัวของ 3 หนุ่มสาวเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่
โดย ชุติมา
ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจเล็กๆ โดยการรวมตัวของ 3 หนุ่มสาวเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ ไฟกำลังแรง นรินทร์ จิตต์ปราณีชัยภูมิสิทธิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย ภนิธา โตปฐมวงศ์ ก่อตั้งบริษัท อาชีฟ ใช้คำให้พ้องเสียงกับภาษาอังกฤษคำว่า a-chieve ที่แปลว่า ประสบความสำเร็จ ปีนี้บริษัทก้าวสู่ปีที่ 8 ได้อย่างมั่งคง
การดำเนินงานทำธุรกิจเพื่อสังคม โดยมุ่งให้นักเรียนมัธยมทั่วประเทศสามารถเลือกเส้นทางการเรียนและอาชีพที่ตัวเองรักได้อย่างมั่นใจและตรงกับความชอบ ความถนัด และคุณค่าในชีวิตของตัวเอง
ธุรกิจในรูปแบบ Social Enterprise หรือ SE มีการหารายได้ สร้างกำไร และทำการตลาดไม่ต่างจากธุรกิจทั่วไป แต่มีจุดมุ่งหมายหลักในการแก้ไขปัญหาให้สังคมในรูปแบบต่างๆ ให้ได้ผลชัดเจน ซึ่งในฐานะคนทำงานตั้งแต่บุกเบิกก่อตั้ง นรินทร์ กล่าวว่า ผลงานตลอดระยะเวลา 8 ปีนี้สามารถตอบคำถามได้ชัดเจนว่า “ทำไมจึงต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้?” ในช่วงวัยมัธยมเด็กๆ ในประเทศเรากำลังจะตัดสินใจครั้งสำคัญต่อชีวิต
นรินทร์ เผยมุมมองที่เป็นจุดเริ่มต้นงานเพื่อสังคม ปัญหาที่ชัดเจนเด็กๆ ในวัยมัธยมศึกษาของประเทศไทย ขาดโอกาสและประสบการณ์ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยให้พวกเขาได้ค้นพบความสนใจ ค้นพบความฝัน ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัว ประกอบกับความรู้
เกี่ยวกับอาชีพ เป็นโลกใหม่ที่เด็กๆ ยังขาดความรู้มีความเข้าใจไม่มากเพียงพอ ที่จะสร้างตัวเลือกอาชีพในอนาคตให้แก่ตัวเองได้
“ธุรกิจเพื่อสังคม a-chieve จึงตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการแนะแนวอาชีพขึ้นในประเทศไทย เพราะถ้าหากมองเปรียบเทียบจากตัวอย่างของหลายๆ ประเทศ เราจะเห็นได้ว่าเขาจะมีกระบวนการแนะแนวโดยเริ่มที่การแนะแนวอาชีพเพื่อให้เด็กๆ เกิดเป้าหมายอาชีพเสียก่อน จากนั้น
จึงค่อยนำการแนะแนวเส้นทางการเรียนมาให้เด็กๆ ได้รู้เพิ่มเติมว่า สิ่งที่พวกเขาอยากจะเป็นนั้นต้องมีเส้นทางการเรียนและการเตรียมตัวอย่างไร
ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานถือเป็น Social Impacts เด็กมัธยมเข้าร่วมโครงการกว่าร่วมหมื่นคน ขวนขวายการเรียนรู้ผ่านการลองทำกิจกรรมต่างๆ แล้วเด็กวันนี้หลายๆ คนก็กลับมาช่วยทำงานอาสาสมัครด้วยความสามารถที่ตัวเองมี เพื่อฝึกฝนทักษะการทำงานให้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ”
อาชีฟมีเป้าหมายขององค์กรชัดเจน คือ มุ่งการแก้ปัญหา โดยการสร้าง Model ธุรกิจที่ต้องการทำให้องค์กรอยู่ได้และมีการเติบโตทั้งการสร้างผลกระทบทางสังคม ให้เข้าถึงเด็กทั่วประเทศได้มากขึ้น แก้ไขได้ถึงรากของปัญหามากขึ้น และทั้งในส่วนรายได้ก็ต้องเติบโตควบคู่กันไปด้วย เพื่อนำผลกำไรที่ได้มาพัฒนากระบวนการให้แก้ปัญหาได้จริง
“อาชีฟมีรายได้มาจาก Admission Fee คือจัดกิจกรรมเก็บค่าเข้าร่วมกับผู้เข้าร่วมโดยตรง Sponsorship จากการจัดอีเวนต์ที่ต้องหาสปอนเซอร์มาร่วมสนับสนุนงาน เพื่อให้น้องๆ เข้าร่วมฟรี และรายได้จากการจัดกิจกรรมในรูปแบบซีเอสอาร์ให้แก่บริษัทเอกชน มูลนิธิ โรงเรียน หรือหน่วยงานในส่วนภาครัฐจังหวัดต่างๆ
พวกเราทำงานคาดหวังครับว่า การเปิดโอกาสการเรียนรู้เรื่องอาชีพให้เด็กมัธยมนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอาสาสมัคร สำหรับองค์กรต่างๆ ในท้ายที่สุด จากการดำเนินงานตลอด 8 ปีที่ผ่านมา มีการติดต่อและร่วมมือกับพี่ๆ คนทำงาน หรือองค์กรต่างๆ สร้างเป็นเครือข่ายโดยใช้ชื่อว่า ‘พี่ต้นแบบอาชีพ’ ผลัดเปลี่ยนกันตอบตกลงเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวอาชีพ ตามช่วงเวลาที่พี่ๆ สะดวก ซึ่งร่วมงานแล้วมากถึงกว่า 70 องค์กร กิจกรรมแนะแนวอาชีพเหล่านี้ ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อเด็กมัธยมเท่านั้น แต่ยังส่งผลกับบรรยากาศในที่ทำงาน ความรู้สึกภาคภูมิใจของพี่ๆ คนทำงานในฐานะพี่ต้นแบบอาชีพอีกด้วยนะครับ”
การสร้าง Social Impacts อีก 1 กิจกรรม นรินทร์ กล่าวว่า ได้รวมทุกแรงบันดาลใจในการทำงาน และข้อมูลราว 30 อาชีพ รวบรวมเป็นคลังข้อมูลออนไลน์ เป็นตัวอย่างกิจกรรมเรียนรู้อาชีพ และการทำงาน ครูแนะแนวนำไปใช้ต่อไปได้
อีกหนึ่งงานใหญ่ประจำปีซึ่งแถลงข่าวไปเร็วๆ นี้ กับการจัดงาน “ฟูมฟัก ฝัน เฟส 2018” เทศกาลแนะแนวอาชีพ และพื้นที่รวมตัวของผู้ค้นหาความหมายของชีวิต ระหว่างวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา เต็มที่ทั้งกิจกรรมสัมมนาและเวิร์กช็อปให้เยาวชนมากมาย รวมถึงเชิญพี่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาอาชีพมากกว่า 100 อาชีพ มาให้คำแนะนำพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงาน ตลอดจนแนะนำอาชีพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกในยุคดิจิทัล เพื่อช่วยแนะแนวเยาวชนค้นหาอาชีพและอนาคตที่ใช่ของตัวเองต่อไป
“ฟูมฟัก ฝัน เฟส จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับมีน้องๆ ร่วมงานจำนวน 12,686 คน แบ่งเป็นผู้หญิง 10,021 คน ผู้ชาย 2,669 คน แบ่งเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 10,727 คน และมัธยมศึกษาตอนต้น 1,792 คน นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวช. 120 คน ปวส. 99 คน และอื่นๆ 7 คน โดยมีผลสำรวจอาชีพที่น้องๆ สนใจมากที่สุด 10 อันดับ คือ แพทย์ คุณครู นักจิตวิทยา เภสัชกร ช่างภาพ ทันตแพทย์ เชฟ นักเทคนิคการแพทย์ มัคคุเทศก์ และวิศวกรโยธา ไฟฟ้า
แม้ในปัจุบันเยาวชนรุ่นใหม่ให้ความสนใจและเติบโตมากับอินเทอร์เน็ต แต่อาชีพคลาสสิกเช่น แพทย์ คุณครู พยาบาล ตำรวจ นักการตลาด วิศวกร คงไม่หายไปจากความสนใจของเด็กยุคใหม่นะครับ
ผลสำรวจความพึงพอใจของเยาวชนผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในปี 2560 พบว่าเยาวชนร้อยละ 80 เห็นว่างานนี้ได้ช่วยให้เข้าใจอาชีพ และนำไปตัดสินใจเลือกเส้นทางในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้เกิดความรู้สึกกล้าที่จะออกไปลองทำกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อค้นหาตัวเองมากขึ้นด้วย
มีกิจกรรมมากมายเหมือนเช่นเคยไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ งานสัมมนา เวิร์กช็อปเกี่ยวกับการเรียนและอาชีพต่างๆ ซึ่งในปีนี้เราได้รับเกียรติจากพี่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาอาชีพ เช่น The Monk Studio แอนิเมชั่นไทยที่สร้างสรรค์ผลงานให้สตูดิโอระดับโลกอย่างดรีมเวิร์ก ทีมผู้สร้างภาพยนต์สารคดี 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว วิทยากรจากกูเกิลและเฟซบุ๊ก ประเทศไทย เพื่อเน้นให้น้องๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงจากพี่ต้นแบบอย่างใกล้ชิด และได้ข้อมูลเชิงลึกที่แท้จริงสำหรับการตัดสินใจเลือกอาชีพ
นอกจากนี้ อาชีฟพยายามเพิ่มมุมมองอาชีพที่สร้างผลกระทบต่อสังคมด้วยครับว่า แต่ละอาชีพล้วนมีคุณค่าต่อสังคมและสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีแก่สังคมได้อย่างไร นอกเหนือจากการค้นหาอาชีพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกยุคดิจิทัล”







