
สัญญาณจากงานในฝัน (ร้าย)
ตอนเป็นเด็กๆ เราต่างก็ถูกถามว่า...โตขึ้นอยากเป็นอะไร ...?
โดย เพ็ญแข สร้อยทอง
ตอนเป็นเด็กๆ เราต่างก็ถูกถามว่า...โตขึ้นอยากเป็นอะไร ...?
เด็กๆ จำนวนหนึ่งได้ทำอย่างที่ต้องการ บางคนมีฝันใหม่ อีกจำนวนไม่น้อย เดินทางไกลห่างจากคำตอบ และความคาดหวัง แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่า เมื่อโตขึ้นแล้ว คนไหนจะประสบความสำเร็จ หรือมีความสุขกับชีวิตและงานมากกว่ากัน
ทั้งๆ ที่ได้ทำงานในฝันของตัวเองแล้วแท้ๆ แต่คนจำนวนหนึ่งก็ได้มาค้นพบตัวเองในภายหลังว่า สิ่งซึ่งทำมาเป็นสิบๆ ปีกลับเป็นคำตอบที่ไม่ใช่ จึงมีบางคนลาออกจากงานประจำเพื่อไปท้าทายและเริ่มต้นกับเส้นทางสายใหม่ เช่นเดียวกับ เจน หญิงวัย 40 ปลายๆ คนที่ใครๆ ก็อิจฉาเพราะได้ทำงานซึ่งฝันใฝ่ และเจริญก้าวหน้ากับอาชีพ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ทำให้ทุกคนช็อก เมื่อเจนลาออกจากงานท้าทาย สนุกสนาน มั่นคง และให้ค่าตอบแทนสูงนั้น
ในมุมของ เจน หลังจาก 20 กว่าปีผ่านไป งานในฝันของเธอกลับกลายเป็นฝันร้าย เป็นความจริงซึ่งแตกต่างออกไป เธอประจักษ์ในเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธที่จะครุ่นคิดพิจารณาอย่างจริงจัง ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ควรรู้สึกขอบคุณกับโอกาสดีๆ ซึ่งได้รับ และคิดว่าสิ่งต่างๆ น่าจะดีขึ้น ถ้าหากเธอมุ่งมั่นอยู่กับภาระหน้าที่การงานต่อไป
แต่ผลไม่ได้ออกมาอย่างที่คิด และเธอก็เสแสร้งแกล้งคิดว่าทุกอย่าง “โอเค” อีกไม่ไหว ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ ก่อนจะตกผลึกทางความคิดและส่งใบลาออก แม้จะถูกทัดทานจากเจ้านาย แต่เจนก็ยืนยันจะทำตามเดิม
หลังจากนั้น เจนก็เปลี่ยนงานอดิเรกซึ่งทำมาหลายปีให้กลายเป็นอาชีพ แม้จะทำเงินได้ไม่มากเท่าเดิม ไม่มีหน้าที่ตำแหน่งสำคัญใหญ่โต เป็นเพียงผู้ประกอบการเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าเจนคนใหม่จะมีความสุขมากกว่าเดิม มีเวลาให้ตัวเอง ให้ครอบครัว และเพื่อนๆ มากขึ้น
แม้จะเสียเวลาไปเป็น 20 ปี แต่ก็ไม่สายเกินไป เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจนตัดสินใจได้ คือ คุณแม่ของเธอซึ่งเป็นคนที่รักและตามใจลูกสาวคนนี้มาตลอดชีวิต แม่ไม่เคยพูดหรือทำอะไรให้เจนเสียใจ มีแต่คอยสนับสนุน ทั้งยังเป็นแม่ที่เกรงใจลูกสาวมาก แต่วันหนึ่งแม่ก็ตัดสินมาคุยกับเจน
แม่เล่าหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาช่วงหลายปีหลังๆ เพื่อสะท้อนถึงอารมณ์ “เหวี่ยง” ของเจนซึ่งแสดงออกมากับคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนใกล้ชิดอย่างคนในครอบครัว ทั้งๆ ที่ทางบ้านก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้คิดให้เครียด แต่เจนกลับมีอารมณ์ที่ “สวิง” ไปมาอย่างรู้สึกได้
ในวันทำงานหญิงสาวกลับบ้านมาอย่างเหนื่อยล้าหมดแรง เธอล้มตัวลงนอนบนโซฟาเงียบๆ นิ่งๆ เป็นชั่วโมงๆ ระหว่างนั้นไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งกับเธอ วันเสาร์เจนอารมณ์ดี เมื่อถึงค่ำวันอาทิตย์ เธอจะเหวี่ยงเป็นพิเศษ จนไม่มีใครในบ้านอยากเข้าใกล้ เพราะว่าวันรุ่งขึ้นคือวันจันทร์ วันเริ่มต้นทำงานที่ทำให้เธอเครียดมากผิดปกติ สิ่งที่แม่เล่าทำให้เจนตกใจและเสียใจ
ในช่วงหลายปีหลัง เจนก็พบว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ท้าทายสำหรับตัวเธออีกต่อไป เธอไม่กระตือรือร้นจะออกจากบ้านไปทำงาน รู้สึกตัวว่าขี้เกียจ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอสนุกสนานและมีความสุขมากกว่านี้ เธอมักจะเป็นแนวหน้าที่วิ่งเข้าหาโปรเจกต์ใหม่ กระตือรือร้น ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ทำเสมอ แต่พักหลังเธอกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน เจนเพียงแต่รับผิดชอบงานตรงหน้าตักไปวันๆ และมองไม่เห็นภาพตัวเองก้าวหน้าในงานไปมากกว่าที่เป็นอยู่ เหมือนเธอกำลังเดินเข้าไปใน “ซอยตัน”
หากว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นงานในฝันอย่างแท้จริง มันก็ไม่ควรส่งผลกระทบกับ “ความสัมพันธ์” ของเธอกับคนรอบข้าง เจนรู้สึกผิดกับทั้งบริษัท เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน รวมทั้งลูกค้า เพราะความซังกะตายทำไปตามหน้าที่ นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจครั้งใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
เจนโชคดีที่มองเห็น “สัญญาณ” ต่างๆ ซึ่งบ่งบอกว่า งานในฝัน ไม่ใช่งานในฝันอีกต่อไป เธอจึงเดินจากมา แต่หลายๆ คนอาจจะมองไม่เห็นสัญญาณหรืออาจจะพยายามหลีกเลี่ยงโดยลืมมองไปว่า อาจจะมีงานหรือชีวิตซึ่งดีกว่าที่ฝันรออยู่







