
บำนาญเดิมหมดสิทธิลดภาษี
ไม่เข้าข่ายเกณฑ์กรมสรรพากร ต้องเป็นฉบับใหม่ตามเงื่อนไข
โพสต์ทูเดย์
— บริษัทประกันชีวิตเผย แบบบำนาญของเดิมไม่เข้าข่ายหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์กรมสรรพากร ต้องเป็นแบบใหม่เท่านั้นนายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า แบบประกันบำนาญของบริษัทประกันชีวิตที่มีอยู่ทั้งหมดในปัจจุบันไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ใหม่ของกรมสรรพากรได้
สำหรับกรมธรรม์บำนาญที่จะนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ จะต้องมีเงื่อนไขว่า ระหว่างทางของการส่งเบี้ยประกันบริษัทประกันต้องไม่มีเงินคืน หรือจ่ายผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกัน และเมื่อผู้เอาประกันมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี ห้ามจ่ายเป็นเงินก้อนให้กับผู้เอาประกัน โดยต้องจ่ายเป็นรายปีหรือรายเดือนเท่านั้นแล้วแต่สัญญาและแบบประกัน และต้องมีการค้ำประกันการจ่ายให้กับผู้เอาประกัน
“
ที่สำคัญหลังรับบำนาญแล้วผู้เอาประกันห้ามเวนคืนกรมธรรม์ หรือปิดสัญญากรมธรรม์ ต้องรับเงินคืนตามสัญญาจนกว่าจะครบสัญญากรมธรรม์ ในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตระหว่างทาง ให้จ่ายตามทุนประกัน ส่วนกรณีที่รับเงินบำนาญแต่ละปีแล้วมาเสียชีวิตภายหลัง ให้จ่ายผลประโยชน์กับทายาทขั้นต่ำอีก 10 งวด เพราะฉะนั้นหากผู้เอาประกันเสียชีวิตเร็วจะขาดทุน” นายอภิรักษ์ กล่าวอย่างไรก็ตามกรมธรรม์ที่ใช้ชื่อว่าบำนาญในปัจจุบัน จึงไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เป็น 3 แสนบาท เชื่อว่าขณะนี้ทุกบริษัทกำลังอยู่ระหว่างยื่นแบบประกันบำนาญเช่นกัน เพราะผู้ที่ซื้อประกันแบบบำนาญใหม่จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในปีนี้เลยเพื่อนำไปยื่นภาษีในปีหน้า
สำหรับบริษัท ไทยประกันชีวิต ก็อยู่ระหว่างเตรียมยื่นแบบประกันบำนาญให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณา ประมาณ 1516 แบบ มีให้เลือกชำระตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปี ชำระเบี้ยจนครบอายุ 55 ปี และ 60 ปี หาก คปภ.พิจารณาอนุมัติภายในเดือน ต.ค.นี้ คาดว่าจะเสนอขายได้ในช่วงปลายเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค. เพราะต้องใช้เวลาในการอบรมตัวแทน โดยจะเสนอขายผ่านทุกช่องทาง ซึ่งยังไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับตลาด
ทั้งนี้ เชื่อว่าระยะยาวจะทำให้ประชาชนหันมาทำประกันชีวิตเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางที่ต้องการช่วยตัวเอง ไม่ต้องการเป็นภาระรัฐบาล ส่วนกรณีที่ในระหว่างทางไม่มีเงินคืนนั้น เรื่องนี้ผู้เอาประกันได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีไปแล้ว37% ตามเกณฑ์ฐานภาษี หรือ ประหยัดไปแล้ว 37% ซึ่งถือว่าผู้เอาประกันได้รับประโยชน์ไปล่วงหน้าแล้ว
“
ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากประกันแบบบำนาญเต็มที่คือ ผู้ที่ยังไม่มีการลงทุนใน LTF และ RMF หรือ กลุ่มที่ลงทุนใน LTF และ RMF ไม่เต็มเพดาน”นายอภิรักษ์ กล่าว






