
'ไทยเครดิตฯ'เจาะตลาดสด
ธนาคารไทยเครดิตฯ ทำตลาดสินเชื่อผู้ค้ารายย่อย ระดับนาโน-ไมโคร สู้ศึกนอกระบบ ตั้งเป้าเงินกู้ 2 หมื่นล้าน
ธนาคารไทยเครดิตฯ ทำตลาดสินเชื่อผู้ค้ารายย่อย ระดับนาโน-ไมโคร สู้ศึกนอกระบบ ตั้งเป้าเงินกู้ 2 หมื่นล้าน
นายรอย ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย เปิดเผยว่า มีแผนกลยุทธ์รุกตลาดสินเชื่อเน้นฐานลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนาโนไฟแนนซ์ที่เป็นร้านค้าในตลาดสด และไมโครเอสเอ็มอี ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ โดยตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ 2 หมื่นล้านบาทในปีนี้ และยอดคงค้างสินเชื่อรวมเติบโต 15% เป็นเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การขยายฐานลูกค้าจำเป็นต้องมีสาขาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยตั้งเป้าปี 2562 ขยายสาขาปล่อยสินเชื่อ เพิ่มจาก 295 แห่ง เป็น 500 แห่ง เพื่อให้เข้าถึงตลาดสดเพิ่มเป็น 5,000 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,700 แห่ง ซึ่งเห็นโอกาสเติบโตได้อีกมากจากจำนวนตลาดสดในประเทศไทยที่มี 1 หมื่นแห่ง พร้อมคาดหวังมีลูกค้าใหม่เฉลี่ย 8,000-1 หมื่นราย/เดือน เพิ่มขึ้นจากที่เคยเฉลี่ย 5,000-6,000 ราย/เดือน
สำหรับการปล่อยสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันได้ดำเนินการมาแล้ว 3 ปี ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยกลุ่มลูกค้านาโนไฟแนนซ์มีฐานลูกค้า 1.4 แสนราย วงเงินสินเชื่อเฉลี่ย 5-6 หมื่นบาท ส่วนไมโครเอสเอ็มอีมี 2 หมื่นราย วงเงินเฉลี่ย 2-3 ล้านบาท
ทั้งนี้ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ประมาณ 5% สิ้นปีนี้ มั่นใจจะควบคุมได้ในระดับเดิม เป็นผลจากการปรับปรุงโมเดลธุรกิจปรับวิธีการชำระหนี้ให้ง่ายกับลูกค้า โดยใช้วิธีให้ เจ้าหน้าที่สาขาเดินเข้าไปเก็บเงินลูกค้าเป็นรายสัปดาห์ เพราะพ่อค้าแม่ค้าไม่อยากปิดแผงมาชำระหนี้ ขณะที่การคัดกรองลูกค้าจะพิจารณาว่าทำธุรกิจค้าขายในตลาดมานาน มั่นใจได้ว่าไม่หนีแน่นอน
นายวิญญู ไชยวรรณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย กล่าวว่า แม้หลายฝ่ายคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เติบโต 4.4% แต่เป็นการเติบโตกลุ่มคนระดับบน ยังไม่กระจายลงมาสู่ฐานราก ธนาคารมองผู้ประกอบการรายย่อยเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเนื่องจากเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ จนต้องไปพึ่งพาหนี้นอกระบบหรือโรงรับจำนำที่ดอกเบี้ยสูง จึงต้องการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ตามปรัชญา ทุกคนคือคนสำคัญ
สำหรับภาพรวมธุรกิจในปีนี้ ตั้งเป้ากำไรสุทธิ 700 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่อยู่ประมาณ 500 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกอยู่ที่ 400 ล้านบาท รายได้ 90% มาจากดอกเบี้ยอีก 10% มาจากค่าธรรมเนียม มีเงินฝากเป็นแหล่งเงินทุนหลัก ซึ่งยอดเงินฝากรวมอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตสินเชื่อ







