
ระบบชำระเงินแห่งอนาคต (5)
ประเทศกำลังพัฒนาซึ่งยังขาดความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการเงินเทคโนโลยี
โดย ฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ประเทศกำลังพัฒนาซึ่งยังขาดความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการเงินเทคโนโลยี และนวัตกรรม อาจเข้าสู่ช่วงที่ระดับการใช้เงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลงอย่างรวดเร็วได้จากปัจจัยสำคัญคือ
การสนับสนุนจากภาครัฐในด้านต่างๆ เช่น นโยบายในการพัฒนาไปสู่ Digital Economy การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การสนับสนุนให้เกิดการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยตรงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ก้าวกระโดด (Leapfrog) ซึ่งผู้บริโภคมีระดับของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เคยเกิดขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว
ภายใต้ภาวะ Technology Disruption ผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงิน เช่น Telco และธุรกิจ e-Commerce อาจเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงการเข้ามาเป็นผู้ให้บริการชำระเงินในรูปแบบใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือ และอาจช่วยสนับสนุนให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความต้องการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วในลักษณะก้าวกระโดดได้เช่นเดียวกัน โดยเข้ามามีบทบาทพัฒนาบริการทางการเงินเพื่อปิดช่องว่างบริการทางการเงินที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถให้บริการได้
อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากภาครัฐและการเข้ามาให้บริการของ Non-banks อาจช่วยให้การเปลี่ยนผ่านในประเทศกำลังพัฒนาเกิดได้รวดเร็วขึ้น แต่ปัจจัยสำคัญคือการสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างมากต่อการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาเพื่อให้ระดับเงินสดที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเข้าสู่ระดับต่ำได้อย่างแท้จริง
ในระยะข้างหน้า ประเทศต่างๆ อาจเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Cashless Economy (หรือเข้าใกล้ Cashless มากขึ้น)โดยระดับเงินสดที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอาจลดลงต่อเนื่องได้รวดเร็วกว่าในอดีตจากการสนับสนุนของภาครัฐและการให้บริการของ Non-banks โดยเฉพาะหากโครงสร้างพื้นฐานของการชำระเงินในรูปแบบเดิมไม่อาจตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ จะเป็นช่องว่างให้ Non-banks เข้ามามีบทบาทหลักในการให้บริการมากขึ้น และลดบทบาทของสถาบันการเงินลง
เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในภาคการเงินกำลังนำโลกไปสู่ภูมิทัศน์ใหม่ของระบบชำระเงินที่มีรูปแบบและโครงสร้างของระบบชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาให้บริการทั้งเสริมและทดแทนบทบาทของสถาบันการเงินเดิม ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบกับการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
โดยสามารถแบ่งผลกระทบเป็น 2 ช่วง คือ ระยะสั้นถึงปานกลาง ระบบชำระเงินของโลกก้าวเข้าสู่ Cashless World มากขึ้น แต่มีผลกระทบต่อสถาบันการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป
1) การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในระบบชำระเงินส่วนใหญ่ทั่วโลกในปัจจุบัน และในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า จะถูกขับเคลื่อนจากนวัตกรรมในกลุ่ม Non-disruptive Innovation เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตราการลดลงของระดับเงินสดในระบบเศรษฐกิจเร่งตัวขึ้นในหลายประเทศ ทั้งจากการสนับสนุนของรัฐบาลประเทศต่างๆ เพื่อลดการใช้เงินสดในระบบเศรษฐกิจและลดต้นทุนที่เกิดขึ้นในระบบชำระเงิน รวมทั้งการเกิดขึ้นของผู้ให้บริการที่เป็น Non-banks จำนวนมากในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้บริโภคไปสู่ Digitalization มากขึ้น
2) ผลกระทบที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นกับระบบสถาบันการเงินคือ เกิดการแข่งขันในตลาดชำระเงินมากขึ้น จากทั้งผู้ให้บริการเดิมที่เป็นสถาบันการเงินและผู้เล่นใหม่ที่เป็น Non-banks เช่น FinTech Telco และผู้ให้บริการในธุรกิจ e-Commerce ทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมของสถาบันการเงินลดลง การสูญเสียฐานลูกค้าบางส่วนไป เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นใช้บริการจาก Non-banks มากขึ้น
อ่านต่อสัปดาห์หน้า







