
เพิ่มการสื่อสารถึงคนจีน ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต
นักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงในช่วงโกลเด้นวีก หรือวันหยุดช่วงวันชาติจีน วันที่ 1-7 ต.ค.
โดย ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
นักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงในช่วงโกลเด้นวีก หรือวันหยุดช่วงวันชาติจีน วันที่ 1-7 ต.ค. ซึ่งรัฐบาลจีนกำหนดให้เป็นวันหยุดทุกปี ปฏิเสธได้ยากว่าสาเหตุสำคัญมาจากกรณีเรือท่องเที่ยวจีนล่มที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทัวร์จีนเข้ามา จ.ภูเก็ต มีแบบกลุ่มที่เดินทางมาท่องเที่ยวเองหรือเอฟไอทีและแบบกรุ๊ปทัวร์ เมื่อเกิดเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต กระทบจิตใจชาวจีนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวจีนแบบกรุ๊ปทัวร์ไม่เข้ามา จ.ภูเก็ต
“กรุ๊ปทัวร์หายไปจำนวนมากประมาณ 50% จากปกติ การที่นักท่องเที่ยวจีนงดเดินทางเข้ามา จ.ภูเก็ต เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งต้องมีการแก้ต้นเหตุของปัญหา ขณะที่ความคืบหน้าการกู้เรือยังไม่ชัดเจน”
ไม่เพียงแต่ จ.ภูเก็ต เท่านั้น ที่ จ.เชียงราย ก็พบว่ามีผลกระทบแบบเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงโกลเด้นวีกของปีก่อน โดยผู้เกี่ยวข้องที่ติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง บอกว่านอกจากกระแสความกังวลจากกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต แล้ว ล่าสุดยังมีข่าวในสื่อโซเชียลมีเดียของจีนว่า มีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 70 คนเสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้เลือดออกระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งข่าวลือดังกล่าวมีการเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวางจนส่งผลกระทบอย่างที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาลดลง ประกอบกับทางการจีนได้เตือนให้ระมัดระวังการเที่ยวทางทะเลอันดามัน ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจเลือกจุดหมายอื่นแทน จ.ภูเก็ต
“ทางการจีนให้ยืนยันในความปลอดภัย รวมทั้งป้ายเตือนต่างๆ ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับปรุงในเรื่องที่ทางการจีนเป็นห่วงแล้ว ในส่วนนักท่องเที่ยวเอฟไอทีแบบเดินทางเข้ามาเองยังคงมีเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนนักท่องเที่ยวกรุ๊ปมีจำนวนลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่าหายไปจำนวน 3 หมื่นคน แต่มีตลาดอื่นเข้ามาทดแทน เช่น ตลาดอินเดีย ออสเตรเลีย ตลาดแถบภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น ส่วนการจองห้องพักนั้น โรงแรมใหญ่ไม่กระทบมาก”
ทั้งนี้ ททท.สำนักงานภูเก็ต สรุปจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามายัง จ.ภูเก็ต เทียบระหว่างปี 2560 และปี 2561
เดือน มิ.ย. 2560 จำนวน 155,002 คน ปี 2561 จำนวน 215,149 คน
เดือน ก.ค. 2560 จำนวน 180,491 คน ปี 2561 จำนวน 197,740 คน
เดือน ส.ค. 2560 จำนวน 188,952 คน ปี 2561 จำนวน 186,380 คน
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสูงสุด ได้แก่ จีน รองลงมา คือ มาเลเซีย ออสเตรเลีย รัสเซีย เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไทย บริติช เยอรมนี และอื่นๆ
ร.ต.ธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อเกิดเรือล่มจะมีผลกระทบ โดยมีการยกเลิกทำการบินในจำนวนไม่มาก แต่ขณะนี้คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มกลับมา ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.เป็นต้นไป จะเป็นชาร์เตอร์ไฟลต์ และวันที่ 11 ต.ค.นี้จะมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากนิวเดลี ประเทศอินเดีย
“เหตุเรือล่มและเหตุ รปภ.กับนักท่องเที่ยวจีนนั้นมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวส่วนน้อย ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาเที่ยว จ.ภูเก็ต ในช่วงระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค.นี้ มีสายการบินที่นำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาจำนวน 45 เที่ยวบิน ผู้โดยสารจำนวน 1.05 หมื่นคน นอกจากนี้ทางอินเดียได้ขอสลอต มารวม 5 เมือง ได้รับอนุมัติจำนวน 2 เมือง ได้แก่ นิวเดลีและกัลกัตตา เพื่อบินตรงเข้ามาที่ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยนิวเดลีทำการบินตรงเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ในวันที่ 11 ต.ค.นี้ ทำการบินทุกวัน รวมทั้งกัลกัตตา”
ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานภูเก็ตมีเที่ยวบินวันละ 330 เที่ยวบิน ผู้โดยสารวันละประมาณ 4 หมื่นคน จากนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว คาดว่าปริมาณผู้โดยสารจะเข้ามาจำนวนมากกว่านี้ โดยทางรัสเซีย ยุโรป จีน ขอบินตรงมาลงที่ จ.ภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ท่าอากาศยานภูเก็ตมีการเตรียมความพร้อมเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น โกลเด้นวีก คริสต์มาส และตรุษจีน
ร.ต.ธานี กล่าวว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานภูเก็ตมีผู้โดยสารจำนวน 18.2 ล้านคน/ ปี เกินความสามารถของการรองรับ ซึ่งได้ตั้งเป้า 12.5 ล้านคนเท่านั้น จึงต้องมีการพัฒนาปรับปรุงท่าอากาศยานภูเก็ตในเฟสต่อไป โดยมีแผนพัฒนาการให้บริการผู้โดยสารเริ่มในปี 2563 ในเฟส 2 ขยายหลุมจอดขนาดใหญ่ 3 หลุม และการขยายตัวอาคารออกไปอีก ซึ่งปี 2562 ทำห้องโถงเช็กอินกรุ๊ปทัวร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในเคาน์เตอร์เช็กอินไม่ต้องแออัด ส่วนสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 รอมติ ครม.อนุมัติ มีพื้นที่ชัดเจนแล้วที่ จ.พังงา ในด้านคาร์โก้ของท่าอากาศยานภูเก็ตมีปริมาณโตกว่า 3 เท่าตัว สินค้าส่วนใหญ่เป็นอี-คอมเมิร์ซ เป็นสินค้าที่สั่งทางออนไลน์ส่งมาทางเครื่องบิน ส่งจากจีนมา จ.ภูเก็ต ส่วนจาก จ.ภูเก็ตไปจีนไม่ค่อยมีส่งไป
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหานั้น ภูมิกิตติ์ ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต มองว่า การแก้ปัญหาขณะนี้ถือว่าภาครัฐมาถูกทางแล้ว ซึ่งหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบมีงบประมาณและกำลังคนน้อย อีกทั้งการสื่อสารถึงรัฐบาลจีนอาจสื่อสารดี แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงประชาชนจีน หากมีการใส่งบฯ และเพิ่มกำลังคนในการดูแลรักษาความปลอดภัย รวมทั้งการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงชาวจีนได้ดีก็จะช่วยได้มากขึ้น
“6 เดือนจากนี้ ถ้าใส่งบประมาณและเพิ่มกำลังคนให้ถึง จะช่วยให้การดูแลรักษาความปลอดภัยดีขึ้น ที่สำคัญการสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก เชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนคงกลับมา ขณะเดียวกันยังมีตลาดอื่นเข้ามาเพิ่มขึ้น เช่น ยุโรป รัสเซีย อินเดีย และตะวันออกกลาง เป็นต้น” ภูมิกิตติ์ กล่าว







