
ปลดล็อกนำเข้าก๊าซฯ
เอกชนเป็นห่วงการลงทุนมาบตาพุดเฟส 3 หลังมีผู้นำเข้าแอลเอ็นจีแค่ 2 ราย
เอกชนเป็นห่วงการลงทุนมาบตาพุดเฟส 3 หลังมีผู้นำเข้าแอลเอ็นจีแค่ 2 ราย ในขณะที่ต้องจัดหาปริมาณก๊าซฯ มาป้อนให้ได้ 15 ล้านตัน/ปี
น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยหลังการสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (มาร์เก็ต ซาวดิ้ง) ครั้งที่ 3 โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มีเอกชนเข้าร่วมประมาณ 100 คน ว่า ประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนแสดงความกังวลมากที่สุด
คือกรณีจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิ นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้สิทธินำเข้าเพียง 2 ราย คือ บริษัท ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติเท่านั้น โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาให้เปิดกว้างสนับสนุนให้มีผู้ประกอบการนำเข้าแอลเอ็นจีมากขึ้น
ทั้งนี้ กนอ.จะรอมติ กพอ.อย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ถึงแนวทางปรับปรุงเกณฑ์พิจารณาให้มีความคล่องตัวขึ้น เป็นการเปิดเสรีแอลเอ็นจีอย่างแท้จริง เพราะเอกชนที่สนใจลงทุนโครงการนี้มีความเป็นห่วงถึงการลงทุนท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ที่จะต้องรองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซฯ และสินค้าเหลว เพิ่มอีกประมาณ 15 ล้านตัน/ปี แบ่งเป็น ก๊าซธรรมชาติประมาณ 10.8 ล้านตัน/ปี และสินค้าเหลวประมาณ 4 ล้านตัน/ปี จากปัจจุบันมีการนำเข้าประมาณ 16 ล้านตัน เพื่อเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมระดับภูมิภาค
สำหรับการเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลครั้งสุดท้ายนี้ ได้มีการรับฟังรายละเอียดความก้าวหน้าผลการศึกษาโครงการต่างๆ เช่น ข้อกำหนดสำคัญในร่างขอบเขตการลงทุน (ทีโออาร์) ข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ ร่างเอกสารสัญญาร่วมลงทุนและรายละเอียดด้านเทคนิค ซึ่งข้อคิดเห็นของภาคเอกชนในครั้งนี้ กนอ.จะนำไปประกอบการจัดทำเอกสารเพื่อออกหนังสือชี้ชวนเอกชนทั้งในและต่างชาติที่สนใจเข้าร่วมลงทุนได้ในไตรมาส 4 เดือน ต.ค.นี้ และกำหนดให้เอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอได้ภายในเดือน ม.ค. 2562 และคาดว่าจะสามารถได้เอกชนที่ผ่านการคัดเลือกในเดือน ก.พ. 2562 และโครงการจะสามารถพร้อมเปิดดำเนินการได้ในต้นปี 2568
น.ส.สมจิณณ์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วนในอีอีซี มีบทบาทสำคัญในการนำเข้าพลังงาน มีพื้นที่รวมทั้งโครงการราว 1,000 ไร่ แบ่งการพัฒนาโครงการเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ช่วงที่ 2 การลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือ ติดตั้งอุปกรณ์ และการบริหารจัดการท่าเรือของเหลวบนพื้นที่ 200 ไร่ และพื้นที่ 150 ไร่ โดยมีมูลค่าในการลงทุน 5.54 หมื่นล้านบาท
รายงานข่าวจากเอกชน กล่าวว่า
ก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้เปิดเสรีก๊าซแอลเอ็นจี และได้อนุมัติ กฟผ.เป็นผู้นำเข้าแอลเอ็นจีรายที่ 2 ต่อจาก ปตท. ขณะที่ กกพ.ชุดเดิมมีมติไม่อนุมัติให้ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ นำเข้าแอลเอ็นจี เนื่องจากจำนวนลูกค้าไม่ชัดเจน







