
IMFชี้ศึกการค้า ฉุดซัพพลายเชน เตะถ่วงศก.โลก
ไอเอ็มเอฟเตือนสงครามการค้าบั่นทอนซัพพลายเชนโลก ส่งสัญญาณหั่นเป้าจีดีพีโลกสัปดาห์หน้า
ไอเอ็มเอฟเตือนสงครามการค้าบั่นทอนซัพพลายเชนโลก ส่งสัญญาณหั่นเป้าจีดีพีโลกสัปดาห์หน้า
นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่าหากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐลุกลามยิ่งขึ้น ประเทศอื่นๆ นอกจากจีนจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหลายประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนจีน
นางลาการ์ด เสริมว่า สงครามการค้ายังบั่นทอนโอกาสกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตยิ่งขึ้น ขณะที่เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ได้เข้ามายกระดับภาคการผลิตและการค้า รวมถึงหนุนการเติบโตในภาคบริการ
ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ เปิดเผยว่า แนวทางที่ดีที่สุดในการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ คือการลดอุปสรรคทางการค้าแทนการปรับขึ้นกำแพงภาษี
ทั้งนี้ นางลาการ์ดยังส่งสัญญาณว่า ไอเอ็มเอฟอาจหั่นเป้าจีดีพีของเศรษฐกิจโลกในรายงานสัปดาห์หน้า จากคาดการณ์ปัจจุบันว่าจะขยายตัว 3.9% ในปีนี้และปี 2561 โดยนางลาการ์ดระบุว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟยังเตือนว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อาจเผชิญภาวะเงินทุนไหลออกมากยิ่งขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ กำลังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ด้วยเหตุนี้ กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จึงต้องเตรียมมาตรการทางการเงินและทางการคลังไว้ตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าว
ด้าน นายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดเตือนว่า โลกเสี่ยงเข้าสู่ยุคสงครามเย็นทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ซึ่งอาจดำเนินไปเป็นระยะเวลา 10-20 ปี จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
นายวอร์ช เสริมว่า ในอีก 5-10 ปีข้างหน้านี้ โลกอาจแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว คือขั้วที่จีนหรือสหรัฐเป็นศูนย์กลางโลก และประเทศอื่นๆ จะถูกดึงเข้าไปอยู่ในขั้วใดขั้วหนึ่ง







