
440 กม. ที่แคลิฟอร์เนีย
ผมนี่ชอบขับมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น
ผมนี่ชอบขับมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ตอนเรียนมหาวิทยาลัยขับรถไปกลับ จากนั้นมาก็ใช้สองล้อเครื่องไปทำงานอยู่เกือบ 10 ปี แต่ปัจจุบันเลิกขับเพราะท้องถนนในกรุงเทพฯ รถเยอะ อายุก็มากขึ้น ไม่สะดวกที่จะซอกแซกเสียแล้ว
ช่วงที่ชอบไปเที่ยวเมื่อ 20 ปีก่อนจะไปภาคเหนือ ปักหลักที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แล้วเช่ามอเตอร์ไซค์พวกฮอนด้าดรีม วันละ 130 บาท ขึ้นเขาไปอุทยานห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ข้ามไปบ้านจันทร์ จากนั้นก็กลับมา อ.ปาย อีกวันขับไปในเมืองแม่ฮ่องสอน รวมๆ ไปกลับก็ราว 300 กว่ากิโลเมตร
ผ่านมา 10 ปี เมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง ผมได้มีโอกาสกลับมาขับมอเตอร์ไซค์ยาวๆ อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการอัพเกรดทดลองขับ รอยัลเอนฟิลด์ รถมอเตอร์รุ่นกลาง 650 ซีซี แบรนด์เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกร่วม 115 ปี ไม่ใช่ที่เมืองไทย แต่ไกลถึงเมืองซานตาครูซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นประสบการณ์การขับมอเตอร์ไซค์ในต่างประเทศครั้งแรกด้วยระยะทางยาวถึง 440 กิโลเมตร ซึ่ง โพสต์ทูเดย์ ได้รับเกียรติจาก รอยัลเอนฟิลด์ ให้บินไปทดลองขับในทริปนี้
รอยัลเอนฟิลด์ที่ผมขับ เดิมเป็นแบรนด์ของประเทศอังกฤษ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก โดยได้รับเลือกให้ผลิตมอเตอร์ไซค์แก่กองทัพอังกฤษ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และยังผลิตมอเตอร์ไซค์ให้กับกองทัพจักรวรรดิรัสเซีย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีรถมอเตอร์ไซค์รอยัลเอนฟิลด์นับหมื่นคันเข้าสู่สนามรบ ตำนานที่มีมายาวนานจนได้รับความนิยมทั้งยุโรป เอเชียจากรุ่นคลาสสิกต่างๆ ที่ผลิตออกมา ทว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา รอยัลเอนฟิลด์ ได้ยกระดับด้านเทคโนโลยีการผลิตเครื่องยนต์ โดยที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ปัจจุบันมีชาวอินเดียเป็นเจ้าของ โดยมีศูนย์จำหน่ายที่ในอินเดีย 675 แห่ง และตัวแทนจำหน่ายอีกกว่า 450 แห่งใน 50 กว่าประเทศทั่วโลก
รุ่นที่ผมทดลองขับ มีสองรุ่น Continental GT 650 และ Interceptor 650 (twins) เริ่มนำมาขายทั่วโลกแล้ว ในส่วนของไทยคาดว่าจะจำหน่ายช่วงต้นปีหน้า ราคาน่าจะอยู่ที่ 2 แสนต้นๆ
เส้นทางที่รอยัลเอนฟิลด์กำหนดให้ทดสอบมีสองเส้น 1.ผ่านริมทะเล Pacific Coast Highway เป็นเส้นที่สวยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันและนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาขับเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกจากซานฟรานซิสโกลงไปเมืองซานตาครูซ ด้านซ้ายบางช่วงเป็นภูเขาสูง ส่วนทางขวาติดทะเล แม้จะเป็นทางตรงยาวแต่ก็ค่อนข้างอันตรายเพราะบางช่วงอยู่ใกล้ขอบหน้าผาลึก
ระหว่างทางขับมีทั้งช่วงจังหวะยิงยาวเหมือนมอเตอร์เวย์และเลาะโค้งเลียบทะเลวิวสวย อากาศสองข้างทางเย็น 10 กว่าองศา มีหมอกจากทะเลลอยข้ามฝั่งตลอดทาง รถก็ไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นรถบ้าน เราแวะข้างทางริมทะเลพักกินกาแฟ ผมเดินไปยังชายหาดที่เงียบสงบ เสียงคลื่น ลมแรง อากาศเย็น ไม่มีผู้คน นอกจากกลุ่มนกนางนวลนับร้อยบินโต้คลื่น อีกจุดผมยืนใกล้หน้าผาสูง ยิ่งมองยิ่งเสียว
ถนนที่ขับมีขนาดใหญ่ สะดวก แต่ก็ดูน่าเกรงขาม น่ากลัวจากวิวหน้าผา ป้ายเตือนระวังกวาง พบเห็นเป็นระยะ ลมหนาวปะทะความเร็วบนมอเตอร์ไซค์ ตัวผมสั่นสะท้านแม้ว่าจะใส่ชุดขับมิดชิดแน่นหนา
ปลายทางผมขับกลับเป้าหมายอยู่ที่เมืองซานตาครูซ โรงแรม Dream Inn ผมและคณะเลาะตามถนนริมทะเล ช่วงเข้าเมือง บ้านเรือนดูเป็นเอกลักษณ์ เราขับผ่านเห็นประภาคารริมทะเลอยู่ไม่ไกล มารู้อีกทีว่า เป็น Pigeon Point Lighthouse สถานที่เที่ยวชื่อดัง เสียดายไม่มีโอกาสถ่ายรูปเก็บ นอกจากบันทึกเป็นความทรงจำ ข้างทางเป็นทางเดินพิเศษ ผู้คนเดินออกกำลังกายเลาะตามชายฝั่ง วิ่ง จูงสุนัขเดินเที่ยว มองลงไปที่ชายหาด ชาวอเมริกันเล่นกระดานโต้คลื่นดูมีความสุข
อีกเส้นตามที่ทดลองขับอยู่ใน Redwood National and State Park เป็นอุทยานแห่งรัฐและแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดของแคลิฟอร์เนีย อุดมไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่จำนวนมาก มองๆ อายุนับร้อยปี มีน้ำตก สัตว์ป่าขึ้นชื่อ กวาง แร็กคูน นกป่า นกหัวขวาน นกกระยาง
เส้นนี้ส่วนใหญ่นักไบเกอร์รวมกลุ่มขับเป็นแก๊งจำนวนมากในช่วงวันหยุด ชวนนึกถึงเหล่ามอเตอร์ไบค์ในเมืองไทยรวมตัวเป็นคณะไปเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หรือเส้นเพชรบูรณ์ ยังไงยังงั้น บรรยากาศเงียบสงบเกือบพันโค้ง เนื่องจากเราทดสอบรถร่วมกับสื่อต่างชาติจำนวนมากร่วมร้อยคน ทั้งอิตาลี เยอรมัน สเปน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย แบ่งเป็นกลุ่มละ 9 คน จะมีเจ้าหน้าที่ของรอยัลเอนฟิลด์ขับประกบขบวนหน้า กลาง ท้าย จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเด็ดขาด ขับทั้งหมดหลายสิบกลุ่ม ใช้เวลา 2 วัน เฉลี่ยวันละเส้นทางเฉลี่ย 200 กม.
มอเตอร์ไซค์ที่ทดลองทั้งสองรุ่นมีขนาดแรง บิดนิดเดียวก็ทะยานด้วยระดับ 650 ซีซี ระบบเบรกที่หยุดได้ตามใจสั่ง ช่วยทำให้มั่นใจมากขึ้นในทางโค้งขึ้นเขาลงเขา ทีแรกนึกว่าให้ขับอย่างเดียว แต่ทีมงานรอยัลเอนฟิลด์มีช่างภาพคอยบันทึกภาพให้เราเก็บเป็นที่ระลึก โดยกำหนดจุดวนรถไปกลับทั้งบันทึกวิดีโอและภาพนิ่ง เหมือนถ่ายหนัง มีรถนำ ตากล้อง 2 คนอยู่ท้ายรถ คอยบอกให้เราเร่งขึ้นมาหน่อย เดี๋ยวให้ปาดทางซ้ายและทางขวา
สำหรับผมความแตกต่างที่เคยขับขึ้นดอยในไทยมาหลายร้อยกิโลกับครั้งนี้ คือ บรรยากาศ และอายุ วัย ที่แตกต่างกัน แต่เวลาที่ได้ขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับขี่ไปตามขุนเขา ไม่ว่าที่ไหน ประเทศไทยหรือต่างประเทศ มันปลดปล่อยให้อยู่กับธรรมชาติอันกว้างใหญ่ รู้เลยว่า ตัวเราเล็กนิดเดียวในโลกใบนี้ มนุษย์ต้องหวงแหนธรรมชาติ ถ้าไม่ช่วยกัน ใช้ทุกอย่างเกินสมดุล ถึงคราวธรรมชาติลงโทษก็เกิดความสูญเสียอย่างที่เห็น
สุดท้ายขอขอบคุณ รอยัลเอนฟิลด์ สำหรับทริปทดสอบรถที่พาไปถึงเมืองซานตาครูซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ครับ 







