
กรุงไทยสานฝันแมงมุม พัฒนาบัตรเดบิตตั๋วร่วม
เป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการเห็นการใช้ตั๋วโดยสารร่วมกับขนส่งมวลชนทุกประเภทเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมจากการออก “บัตรแมงมุม”
โดย ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
เป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการเห็นการใช้ตั๋วโดยสารร่วมกับขนส่งมวลชนทุกประเภทเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมจากการออก “บัตรแมงมุม” ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่เปิดให้รับบัตรที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน สามารถใช้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง จากนั้นตามแผนเดือน ต.ค. จะขยายไปยังรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ รถเมล์ ขสมก. เรือด่วนเจ้าพระยา
ส่วนใครที่อยากจะให้บัตรรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีกับบีทีเอสเป็นใบเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ เพราะขณะนี้ทางบีทีเอสได้ขอสเปกบัตรแมงมุมไปศึกษาแล้ว ส่วนรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ ที่กำลังสร้าง เช่น สีชมพู สีเหลือง สีเขียว ก็ได้ขอสเปกบัตรแมงมุมไปเพื่อทำให้เป็นระบบเดียวกัน
ความเคลื่อนไหวล่าสุด ธนาคารกรุงไทย ได้ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดตัว “กรุงไทย บัตรเดบิตแมงมุม” บัตรเดบิตใบแรกในประเทศไทยที่รวมความสะดวกด้านการใช้จ่ายและการเดินทางไว้ในบัตรเดียว เปิดให้สมัครบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. นี้ ที่สาขาของธนาคารและเคาน์เตอร์พิเศษสำหรับผู้สนใจสมัครบัตร ณ จุดรับสมัครตามสถานีและจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า ได้แก่ สถานีเตาปูน เพชรบุรี ลาดพร้าวสุขุมวิท พหลโยธิน และบางใหญ่ ในเดือน ต.ค.นี้
ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ระหว่างนี้จะเร่งทดสอบเทคโนโลยีในการสแกนบัตรเดบิตกับหัวอ่านประตูกั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเสถียรและราบรื่น โดยระยะแรก การเติมเงินในบัตรยังต้องไปเติมที่เคาน์เตอร์รถไฟฟ้าก่อน แต่ใช้บัตรเดบิตใบเดียวกันนั้นชำระค่าโดยสารได้
ในระยะต่อไป ที่กำลังพัฒนาอยู่จะเติมเงินบัตรเดบิตแมงมุมและสมัครบัตรผ่านโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารกรุงไทยที่จะออกแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด กรุงไทย เน็กซ์ (KrungThai Next) ในปลายเดือน ก.ย.นี้ เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเข้าคิวเพื่อเติมเงิน
ธนาคารกรุงไทยตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านบัตรเดบิตสำหรับการเดินทาง คาดว่าจะมีผู้สมัครบัตรเดบิตแมงมุม 1 แสนใบปีนี้ จากปัจจุบันฐานบัตรเดบิตอยู่ที่ 14 ล้านใบ บัตรมีค่าธรรมเนียมรายปี 290 บาท จัดโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100 บาท และรับเครดิตเงินคืน 30 บาท/เดือน เมื่อเติมเงิน 300 บาท จำนวน 2 หมื่นสิทธิตลอดระยะเวลา
โปรโมชั่นจนถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้
“การสนับสนุนระบบขนส่งมวลชน สอดคล้องกับของเราที่ต้องการอยู่ใน 5 อีโคซิสเต็มยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ขนส่งมวลชน หน่วยงานภาครัฐ ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ กลุ่มด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล และกลุ่มมหาวิทยาลัยและโรงเรียน”
อย่างไรก็ดี ความร่วมมือนี้ธนาคารไม่ได้มองที่รายได้ แต่เน้นตอบโจทย์ลูกค้าจากประโยชน์ของบัตรเดบิตแมงมุม ดังนั้น รายได้จากบัตรเดบิตคงไม่ได้แตกต่างจากเดิม ส่วนที่จะเพิ่มขึ้นน่าจะเป็นรายได้ของทางรถไฟฟ้าจากการเดินทางเป็นหลัก
การออกบัตรเดบิตแมงมุม เป็นก้าวสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สะดวก ซึ่งไม่เพียงแต่การเพิ่มความสะดวก แต่นำไปสู่การลดใช้เงินสด (Cashless Society) ได้อีกด้วย แต่เพื่อลดความยุ่งยากจากการที่ รฟม.จะทำเองที่ต้องขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทาง รฟม.จึงร่วมมือให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ดำเนินการแทน
ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รฟม.และกรุงไทย ได้รับงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาต่อยอดบัตรแมงมุมให้ผูกบัญชีได้ ให้ผู้โดยสารแตะบัตรและหักเงินจากบัญชีได้เลย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาระบบ
สำหรับบัตรแมงมุมใหม่ที่ผูกบัญชีได้จะใช้ชิปการ์ดมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV Standard) ที่เชื่อมได้ทั้งบัตรเดบิตและเครดิตเป็นมาตรฐานโลก ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับการชำระทั้งบัตรเดบิตและบัตรเครดิตได้จากทุกสถาบันการเงิน จากปัจจุบันใช้ 2 ชิป แบ่งออกเป็น 2 กระเป๋าเป็นบัตรโดยสารและเป็นบัตรเดบิต ซึ่งมีต้นทุนสูง
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยจะเป็นสถาบันการเงินตัวกลางในการชำระดุล (Financial Settlement) ในการเป็นผู้เก็บเงินจากธนาคารต้นทางมาชำระให้กับผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ขณะที่ทาง รฟม.ก็ต้องลงทุนเพิ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม ทั้งการติดตั้งระบบบัตรและหัวอ่านให้ทันสมัยรองรับบัตรแมงมุมรุ่น EMV
“เทคโนโลยี EMV เป็นมาตรฐานโลกที่รองรับเครือข่ายชำระเงินวีซ่า มาสเตอร์การ์ด ยูเนียนเพย์ โดยการชำระเงินกำลังเข้าสู่ Contactless ถือเป็นเทรนด์ของโลก ซึ่งไทยกำลังพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน คาดว่าแล้วเสร็จสิ้นปี 2562”
“กรุงไทย บัตรเดบิตแมงมุม” เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ตอบสนองเรื่องความสะดวก รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะมีค่าเดินทางขนส่งมวลชนเดือนละ 500 บาท ใส่เข้าไปในบัตรของผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยอีกด้วย







