
โรงงานยาสูบปลื้มกำไรกว่า 5,000 ล้านบาท
โรงงานยาสูบปลื้มกำไรกว่า 5,000 ล้านบาท หลังสิงห์อมควันยังนิยมสูบบุหรี่ไทย ทำยอดขายทั้งปีพุ่งกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท คาดปีหน้าเตรียมรุกตลาดบุหรี่นอกขอแย่งส่วนแบ่งการตลาดคืน
โรงงานยาสูบปลื้มกำไรกว่า 5,000 ล้านบาท หลังสิงห์อมควันยังนิยมสูบบุหรี่ไทย ทำยอดขายทั้งปีพุ่งกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท คาดปีหน้าเตรียมรุกตลาดบุหรี่นอกขอแย่งส่วนแบ่งการตลาดคืน
นางจันทิมา สิริแสงทักษิณ ประธานกรรมการอำนวยการ โรงงานยาสูบ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของโรงงานยาสูบในปีงบประมาณ 2553ว่า มีกำไรกว่า
5,000 ล้านบาท มากกว่าปีงบประมาณก่อนหน้านี้เล็กน้อย โดยสามารถจำหน่ายบุหรี่ได้ 6.4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น
จำนวน 2.85 ล้านมวน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.76 ล้านมวน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 78.4 % สาเหตุสำคัญที่ทำให้โรงงานยาสูบยังสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้แม้จะมีการเปิดเสรีบุหรี่ เนื่องจากโรงงานยาสูบ หันมาผลิตบุหรี่ที่มีราคาถูกลง
เพราะเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดล่างมากขึ้น
ประกอบกับเร่งเรื่องการพัฒนาใบยาสูบให้ได้มาตรฐาน JTP โดยการให้ความรู้แก่ชาวไร่ให้ลดปริมาณสารพิษในใบยา หรือ ยาฆ่าแมลงในขั้นตอนการปลูก
เพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้างในใบยาให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ
ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2554 ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้เป็น 6.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นยอดขายบุหรี่จำนวน 2.88 ล้านมวน โดยไม่ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้สูบบุหรี่เพิ่ม แต่ตั้งเป้าจะแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากบุหรี่ต่างชาติลง โดยอาจจะมีการผลิตบุหรี่ที่มีคุณภาพ ราคาสูงเพื่อเจาะตลาดลูกค้าที่มีรายได้
" ในปีที่ผ่านมาโรงงานยาสูบทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการตลาด และพัฒนาด้านใบยา และพยายามผลิตบุหรี่ที่มีราคาต่ำประมาณซองละ 30 บาท รองรับตลาดล่าง
ทำให้ยังสามารถรักษากำไรในปีที่ผ่านมาได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท " นางจันทิมากล่าว
อย่างไรก็ตามยอมรับว่า โรงงานยาสูบ ยังมีการนำเข้าใบยาจากหลายประเทศ เช่น บราซิล ,สหรัฐ ,จีน โดยใช้วิธีการประมูลแบบอีอ็อกชั่น สร้างความโปร่งใส
ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง
นางจันทิม ยังได้กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบเรื่องทุจริตในการสั่งซื้อใบยาสูบของโรงงานยาสูบอีกว่า ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะอยู่ระหว่างการประสานเรื่อง
ให้กระทรวงยุติธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา ขอข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับ
กรณีการรับสินบนของเจ้าหน้าที่โรงงานยาสูบจากบริษัท ยูนิเวอร์แซล คอร์ป และบริษัท อลิอันซ์ฮัน อินเตอร์เนชั่นแนลอยู่







