
เทคโนโลยีช่วยลดจราจรติดขัด
เอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ประสบปัญหาการจราจรคับคั่ง ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่รถติดที่สุดในโลก
เอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ประสบปัญหาการจราจรคับคั่ง ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่รถติดที่สุดในโลก โดยปี 2560 สำนักข่าว CNN ได้จัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีสภาพการจราจรเลวร้ายที่สุดในโลกในชั่วโมงเร่งด่วน
ฟอร์ดได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดการสาธิตที่ใหญ่ที่สุดโดยใช้ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดแบบ Phantom traffic jam (ปัญหาที่เกิดจากรถคันแรกๆ ชะลอความเร็ว ส่งผลให้รถคันหลังๆ ต้องชะลอตามจนเกิดภาวะลูกโซ่)
ในการทดลองมีถนนสามเลน โดยในแต่ละเลนจะมีรถยนต์ 12 คัน ถนนถูกออกแบบให้เป็นการจราจรแบบปิดรูปวงรีที่จำลองมาจากไฮเวย์ รถคันแรกของแต่ละเลนจะลดความเร็วลงจาก 60 เหลือ 40 ไมล์/ชั่วโมง เพื่อเลียนแบบการรบกวนบนท้องถนน สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่ไม่ได้ใช้ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ จะทำการเบรกแรงกว่ารถคันหน้าซึ่งส่งผลให้เกิดคลื่นการเบรกต่อไปเรื่อยๆ ในเลน ในอีกนัยหนึ่งก็คือ การขับรถโดยไม่มีระบบนี้จะทำให้การเบรกมีความแรงมากขึ้นกว่าเดิม ในบางกรณีอาจทำให้การจราจรช้าลงจนกลายเป็นการขยับไปอย่างช้าๆ ได้ในที่สุด
ผลปรากฏว่าในหลายสถานการณ์ ระบบนี้สามารถแสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่าการขับขี่โดยมนุษย์ และหนึ่งในตัวอย่างนั้นก็คือความสามารถในการบรรเทาปัญหาจราจรแบบ Phantom traffic jam ได้สำเร็จ ซึ่งระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติแบบใช้สัญญาณเรดาร์ ที่สามารถทั้ง
เร่งความเร็วเพื่อตามรถคันข้างหน้าและลดความเร็วแบบอัตโนมัติ ทำให้การขับขี่ไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป โดยระบบนี้มีในรถยนต์หลายรุ่นของฟอร์ดในทวีปเอเชียแปซิฟิก
ไมเคิล เคน ผู้ดูแลและพัฒนาเทคโนโลยี ฟอร์ด โคไพลอต 360 กล่าวว่า ฟอร์ดได้ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติในรถยนต์หลายรุ่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
“นักวิจัยการจราจรและวิศวกรได้พยายามคิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดมานานกว่าหลายปี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่สามารถสื่อสารกันได้ หรือระบบที่ทำให้สามารถคาดการณ์สภาพการจราจรบนถนนข้างหน้าได้”
สำหรับปัญหาจราจรแบบ Phantom traffic jam ต่างจากอุบัติเหตุหรือการก่อสร้าง เพราะการจราจรติดขัดแบบนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีสาเหตุ จากพฤติกรรมการขับขี่ของชาวเอเชียส่งผลให้การจราจรติดขัด คิดเป็นเวลาที่เพิ่มขึ้น 52 นาที โดยเฉลี่ยในแต่ละวัน หรือคิดเป็นจำนวน 13 วันที่เพิ่มขึ้นในหนึ่งปี
ในปี 2018 ฟอร์ด โคไพลอต 360 (Co-Pilot360) ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนเพื่อช่วยยกระดับเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถขับรถได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากในแต่ละปีทุกคนบนโลกเสียเวลารวมกันไปประมาณ 160 ล้านชั่วโมงกับการเดินทางและการจราจรที่ติดขัด
ฟอร์ด โคไพลอต 360 ประกอบด้วยระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้าและนักปั่นจักรยานได้ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด ระบบรักษาช่องทางขับขี่ กล้องมองหลัง และระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ สำหรับประเทศไทยรถที่ติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าว ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์
การแก้ปัญหาเบื้องต้น คือ การเว้นระยะห่างระหว่างรถคันข้างหน้าและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่นี้ก็ช่วยให้การจราจรราบรื่นขึ้นและช่วยให้เราทุกคนไปถึงที่หมายได้ตรงเวลา







