พระครูประสม ผู้มีอุปการคุณ ต่อสมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน
วัดพระพิเรนทร์ วรจักร จัดงานไหว้ครูของสมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน เป็นปีที่ 48
โดย สมาน สุดโต
วัดพระพิเรนทร์ วรจักร จัดงานไหว้ครูของสมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน เป็นปีที่ 48 วันที่ 2-6 ก.ย. 2561 คอลัมน์นี้เคยเล่าเรื่องที่มาที่ไปของสมาคมมาแล้ว แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสมาคมไม่ได้พูดถึง จนกระทั่งได้พบประวัติหนังสือพระราชทานเพลิงศพ 26 มี.ค. 2532 จึงขอเล่าโดยย่อ ดังนี้
ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสมาคม ได้แก่ พระครูกิตติญาณประยุต (ประสม กิตฺติญาโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ แต่ช่วยสมาคมมาตั้งแต่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส นอกจากช่วยยังมีความห่วงใยและเอื้ออาทรสมาคมนี้เสมอ เพราะท่านมีส่วนในการตั้งสมาคมดังที่ประวัติตอนหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งที่หลวงพ่อพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต) มรณภาพ (7 ต.ค. 2512) ศิษย์คณะหนึ่งของหลวงพ่อ คิดจะตั้งสมาคมสงเคราะห์สหายศิลปินขึ้น จึงปรึกษาหารือกับพระครูศีลขันธโสภิต(หลวงพี่คึ้ง วัดพลับพลาชัย) ท่านพระครูประสม และพระครูวรกิจประสาธน์ (ประสิทธิ์ วัดพระพิเรนทร์) ทั้งหมดเห็นดีด้วย โดยเฉพาะท่านพระครูประสมยินดีช่วยเต็มที่ ศิลปินคนใดไม่มีค่าสมาชิกท่านจ่ายให้ก่อน จนกระทั่งสามารถตั้งเป็นสมาคมขึ้นมาได้ ดังนั้นทุกปี พอถึงเดือนที่ประกอบพิธีไหว้ครู ท่านพระครูจะอนุเคราะห์ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในทุกๆ ด้าน ตลอดระยะเวลา 19 ปี จนถึงวาระสุดท้าย ที่ท่านต้องจากไป
ในปีสุดท้ายนี้ ขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ได้ขออนุญาตหมอมาดูงานสั่งงาน ด้วยความเป็นห่วงงานไหว้ครูของสมาคม แม้ว่าคณะลูกศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือในตัวท่านพระครูที่เป็นนายทหารหลายท่านมาช่วยจัดช่วยทำหน้างานประดับตกแต่งให้แล้วก็ตาม คล้ายกับดูเป็นครั้งสุดท้าย เพราะท่านเคยพูดว่ารักวัดและสมาคมมาก สุดท้ายยังปรารภว่าเป็นห่วง พี่นิ่ม โพธิ์เอี่ยม มาก
ท่านพระครูอาพาธครั้งสุดท้ายหลายโรค กล่าวคือ 1.โรคหัวใจ 2.น้ำท่วมปอด 3.ต่อมไทรอยด์อักเสบ 4.ความดันโลหิตสูง 5.โรคเกาต์ 6. ต่อมลูกหมากอักเสบ และมรณภาพวันที่ 19 ต.ค. 2531 เวลา 11.20 น. ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รวมอายุ 68 ปี 44 พรรษา
ประวัติ
พระครูกิตติญาณประยุต เดิมชื่อ ประสม เรืองจรูญ เกิดวันที่ 9 ก.พ. 2463 ตรงกับวันจันทร์ แรม 8 ค่ำ เดือน 2 ปีวอก ต.วัดบวรนิเวศ อ.พระนคร จ.พระนคร บิดา ชื่อ หนัน เรืองจรูญ มารดาชื่อ ประจวบ เรืองจรูญ
จบมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนวัดบวรนิเวศฯนักธรรมชั้น เอก พ.ศ. 2490 สำนักเรียนวัดสุทัศนเทพวราราม
ก่อนอุปสมบท มีวิญญาณแห่งความเป็นศิลปินมาตั้งแต่เล็กๆ โดยได้เริ่มหัดเล่นโขน ละคร กับแม่สอน ครูฟื้น ต่อมาเมื่อมีความคุ้นเคยกับผู้แสดงของกรมศิลปากรบ้างบางคน จึงได้มีโอกาสแสดงโขน ละครกับ ม.ล.ราชพงษ์ จนกระทั่งท่านตัดสินใจขอเข้าอุปสมบทในบวรพระพุทธศาสนา แต่ก่อนบวช ตกบาร์คู่ที่เล่นเป็นประจำ ทำให้ขาข้างหนึ่ง(ซ้าย)เสีย นับแต่นั้น
ท่านอุปสมบทที่วัดพระพิเรนทร์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2487 อายุ 25 ปี
ส่วนการบำเพ็ญประโยชน์ไม่ต้องพูดถึง ทุกคนรู้จักดี ประเภทใจถึงพึ่งได้จริงๆ เริ่มจากการสนองงานของวัดในหลายๆ ด้าน เช่น ทำบัญชีเงินวัด และติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เมื่อได้รับมอบหมายงานอะไรแล้ว ท่านมักจะทำงานนั้นด้วยความขมีขมันและเรียบร้อยทุกประการ จนเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของเจ้าอาวาส (หลวงพ่อพระครูศีลขันธโสภิต ต่อมาเป็นพระเทพคุณาธาร) ตั้งให้เป็นพระครูใบฎีกาประสมและเป็นพระครูสังฆรักษ์ประสม ฐานานุกรมของเจ้าอาวาส
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ลูกระเบิดลงที่วัดเลียบ (วัดราชบุรณะ) จนเสียหาย ทางวัดเลียบขออนุญาตราชการซ่อมแซม ทางวัดพระพิเรนทร์ นำโดยท่านเจ้าอาวาส (หลวงพ่อพระครูศีลขันธโสภิต) และพระประสม นำคณะไปตั้งโรงครัว และจัดหามหรสพมาแสดง เช่น ลิเก โขน ละคร โดยการบอกและเชิญชวนเพื่อนๆ ของท่านมาแสดงให้ฟรี เพื่อหาทุนทรัพย์มาเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสิ่งปรักหักพังภายในวัดเลียบจนสำเร็จ
ทั้งนี้ รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดสามพระยา และการก่อสร้าง ขยายงานโรงพยาบาลสงฆ์ ที่หลวงพ่อพระครูศีลขันธโสภิต (พระเทพคุณาธาร) เจ้าอาวาสในสมัยนั้นได้ริเริ่มไว้จนลุล่วงไปด้วยดี
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2527 หลังจากพระครูวรกิจวิจารณ์ (หลวงพ่อใช้เลี้ยง) มรณภาพ วันที่ 19 ต.ค. 2531 หลังจากเป็นเจ้าอาวาสได้ 4 ปีเศษ ถึงกระนั้นผลงานไม่ได้จางจากใจผู้ที่เกี่ยวข้องแม้แต่น้อย นี่แหละตัวตาย แต่ชื่อยัง


