posttoday
กบร.เคาะเพดานค่าตั๋วบินโลว์คอสในประเทศใหม่ไม่เกิน9.40บาทต่อกิโลเมตร

กบร.เคาะเพดานค่าตั๋วบินโลว์คอสในประเทศใหม่ไม่เกิน9.40บาทต่อกิโลเมตร

28 สิงหาคม 2561

กบร.ไฟเขียวเพดานสายการบินโลว์คอสอัตราใหม่ ย้ำไม่กระทบโครงสร้างค่าโดยสาร-ผู้ประกอบการขนส่งในภาพรวม ตั้งทีมแก้ปัญหาเที่ยวบินดีเลย์

กบร.ไฟเขียวเพดานสายการบินโลว์คอสอัตราใหม่ ย้ำไม่กระทบโครงสร้างค่าโดยสาร-ผู้ประกอบการขนส่งในภาพรวม ตั้งทีมแก้ปัญหาเที่ยวบินดีเลย์

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.)ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบกรอบเพดานค่าโดยสารสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์แอร์ไลน์) สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ โดยอัตราใหม่ได้กำหนดให้เก็บค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 9.40 บาทต่อกิโลเมตร(กม.) ลดลงจากเดิมที่ กบร. เคยอนุมัติไว้ว่าค่าโดยสารสูงสุดต้องไม่เกิน 13 บาทต่อกม.

โดยหลังจากนี้จะมีการออกเป็นประกาศกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ อัตราค่าโดยสาร และค่าระวางการขนส่งภายในประเทศ คาดว่า รมว.คมนาคมจะลงนามในเดือน ก.ย.นี้ และมีผลบังคับใช้ภายใน 30 วัน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารที่ต้องซื้อบัตรโดยสารแบบใกล้เวลาเดินทางโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ จะได้รับประโยชน์ ซื้อบัตรโดยสารในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม

นายจุฬา กล่าวต่อว่า เวลานี้สายการบินที่เสนอเก็บค่าโดยสารเกินราคาใหม่ที่ตั้งเพดานไว้ต้องมายื่นขอเปลี่ยนแปลงราคาที่ กพท.ด้วย แต่ทั้งนี้ได้ยกเว้นว่าหากมีบริการที่เหนือกว่าชั้นประหยัด เช่น ชั้นพรีเมี่ยม ให้เก็บค่าโดยสารสูงสุดเพิ่มได้ไม่เกิน 30% ของ 9.40 บาทต่อกม.

ส่วนสายการบินให้บริการเต็มรูปแบบ (ฟูลเซอร์วิส) ยังคงเก็บค่าโดยสารตามกรอบเพดานเดิมสูงสุดไม่เกิน 13 บาทต่อกม. ทั้งนี้สายการบินที่จะเก็บในอัตราดังกล่าวได้ ต้องมีการบริการครบ 3 อย่างให้แก่ผู้โดยสาร ประกอบด้วย น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ 20 กิโลกรัม, อาหารเครื่องดื่ม และกำหนดที่นั่งได้ ซึ่งบริการเหล่านี้ห้ามเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม ต้องรวมอยู่ในค่าโดยสารเลย

“การปรับเพดานค่าโดยสารสายการบินต้นทุนต่ำนั้นตนยืนยันว่าจะไม่กระทบกับโครงสร้างและค่าโดยสารของระบบขนส่งอื่นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะค่ารถทัวร์ระหว่างจังหวัดเนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละสาขามีต้นทุนและวิธีคิดราคาแตกต่างกันตามบริบทและข้อกำหนดกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้การปรับเพดานราคาโลว์คอสต์นั้นเป็นเพียงการตั้งกำแพงราคาสูงสุดไว้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะไม่มีการ”นายจุฬากล่าว

นายจุฬากล่าวต่อว่าความคืบหน้าการทบทวนและออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC) ขณะนี้เหลืออีกเพียง 1 สายการบินเท่านั้นคือ สายการบิน HS ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ 4.2 ภาคปฏิบัติแล้ว คาดว่าจะออกเอโอซีได้ในเดือน ก.ย.นี้ ถือเป็นรายที่ 20 และจบกระบวนการรีเอโอซีของสายการบินที่ทำการบินระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามเวลานี้ กพท. ก็กำลังเร่งดำเนินการออกใบAOCให้กับเฮลิคอปเตอร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จครบทั้ง 7 รายในเดือน ต.ค.นี้ ก่อนเริ่มดำเนินการออกใบAOCให้กับสายการบินที่ทำการบินภายในประเทศต่อไป ซึ่งมีประมาณ 20 สายการบิน คาดว่าแต่ละสายการบินน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย

ขณะที่ความคืบหน้าการออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) นั้น ขณะนี้ได้เสนอให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้พิจารณาแล้ว จำนวน 1 ราย คือ THAI EASTAR JET (ไทยอีสตาร์เจ็ท) โดยได้สั่งการให้ กพท. ไปหารือกับไอเคโอก่อนว่าการออกใบAOLให้กับสายการบินหลายเจ้าพร้อมกันนั้นจะส่งผลต่อการตรวจสอบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย (ICVM) หรือไม่ โดยเวลานี้มีผู้ประกอบการที่เสนอขอออกใบรับรองดังกล่าวมาแล้ว 7 ราย โดนตีกลับ 2 ราย เนื่องจากพิจารณาแผนธุรกิจแล้วไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ และ 1 รายเสนอมาที่ รมว.คมนาคมแล้ว ส่วนอีก 4 รายอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กพท.

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องการใช้ห้วงอากาศแบบยืดหยุ่น ระหว่างฝ่ายความมั่นคงและเชิงพาณิชย์เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะทำให้มีเส้นทางการบินเพิ่มขึ้น รวมทั้งทำให้ระยะเวลาในการบินลดลง จากเดิมต้องบินอ้อมก็ไม่ต้องอ้อมแล้ว เช่น เดิมเคยบิน 45 นาที ก็เหลือ 35 นาที เป็นต้น โดยในที่ประชุมได้ข้อสรุปเรื่องการตั้งคณะอนุกรรมการ กบร. ซึ่งมีตนเป็นประธาน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ และรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งให้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการ ที่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) โดยมีผู้แทนจากกองทัพอากาศ(ทอ.), บวท. และ กพท. อยู่ในศูนย์ดังกล่าว เพื่อพิจารณาตัดสินใจการใช้ห้วงอากาศ ทั้งนี้จะเสนอให้ รมว.คมนาคม ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ กบร. ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน