
มัลติคลาวด์โตต่อเนื่อง20% ปลายปีชูไอเอสโอดันเชื่อมั่น
อเน็ตร่วมมือเน็ตแอพ เสริมบริการมาตรฐานเทคโนโลยี S3
ไอเน็ตร่วมมือเน็ตแอพ เสริมบริการมาตรฐานเทคโนโลยี S3 รองรับเทรนด์มัลติคลาวด์ขยายตัว พร้อมลุยภาษีอิเล็กทรอกนิกส์กลางปี 2562
นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดคลาวด์ในประเทศไทยมีการใช้งานเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15-20% มูลค่ารวมราว 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ซื้ออุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์คลาวด์ และจากนี้พฤติกรรมการเช่าใช้คลาวด์ที่เติบโตสูงในองค์กรภาคธุรกิจจะสนับสนุนให้ผู้ให้บริการเครือข่ายหรือไพรไวเดอร์เติบโตต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทได้ร่วมกับเน็ตแอพ พัฒนาการและต่อยอดการให้บริการจัดเก็บและบริหารข้อมูลบนคลาวด์ ด้วยเทคโนโลยี S3 ในการรันข้อมูล บนมาตรฐานความปลอดภัย ISO 27018 ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะได้รับในช่วงปลายปีนี้
ขณะเดียวกัน จะนำเทคโนโลยี S3 เข้าสู่การให้บริการด้านใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องและปลอดภัยตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร และ gxhowx9k มาตรฐาน ISO 27018 ซึ่งจะสอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรป (GDPR)
สำหรับเบื้องต้นอยู่ระหว่างสาธิตการใช้งานกับลูกค้า 5-10 ราย ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการทดสอบกับลูกค้าในหลักพันราย และเข้าสู่ขั้นตอนการใช้งาน คาดจะให้บริการอย่างเป็นทางการกลางปี 2562 เช่นเดียวกับบริการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างทดสอบ เช่น บริการบล็อกเชน บริการโดรน บริการรับสมัครงาน บริการทรานสคริปต์ออนไลน์
นายวัลล์ชัย กล่าวว่า รายได้บริษัทในปีนี้ตั้งเป้า 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นคลาวด์โต 60% ศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ หรือไอดีซีโต 20% และการบริการระบบเครือข่าย 20% ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าคลาวด์ที่เป็นองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่กว่า 1,800-2,000 ราย
นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา กล่าวว่า การให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ไอเน็ต S3 จะทำงานบนระบบ ออบเจ็กต์ รองรับการให้บริการเอสเอ็มอีจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ สามารถจัดการทรัพยากรได้สะดวกและเคลื่อนย้ายข้อมูลไม่ติดขัดทางธุรกิจ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันองค์กรในการประมวลผล และนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
“ไอเน็ตเป็นคลาวด์เซอร์วิสโพรไวเดอร์ที่สำคัญที่สุดของเน็ตแอพในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการพัฒนาระบบคลาวด์ด้วยไอเน็ต S3 จะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ในประเทศสนใจและกลับมาใช้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของคนไทย และสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย โดยเฉพาะเทรนด์การใช้มัลติคลาวด์ขององค์กรขนาดใหญ่กว่า 81% สู่การเชื่อมโยงของไฮบริดคลาวด์”นายวีระ กล่าว







