
BTSออกหุ้นกู้6พันล. อีก4ปีภาระหนี้พุ่งสูง
BTS จ่อออกหุ้นกู้ 6,000 ล้าน
BTS จ่อออกหุ้นกู้ 6,000 ล้าน นำเงินคืนหนี้ขยายเงินลงทุนทริสแจกเครดิต A มองอีก 4 ปีฐานะการเงินถดถอยเหตุลงทุนเยอะ
บริษัท ทริสเรทติ้ง จัดอันดับหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงิน 6,000 ล้านบาท ของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ BTS ที่ “A” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนหนี้เดิม หรือใช้ในการลงทุน หรือใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียนในการดำเนินงาน
ทั้งนี้ อันดับเครดิตสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจของบริษัทจากการมีรายได้ค่าบริการที่สามารถคาดการณ์ได้จากการให้บริการเดินรถไฟฟ้า ตลอดจนการได้รับเงินปันผลที่สม่ำเสมอจากการถือหุ้น 33.33% ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF) และการมีสถานะที่มั่นคงในธุรกิจสื่อโฆษณา แต่ฐานะทางการเงินของบริษัทจะถดถอยลงจากภาระหนี้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 4 ปีข้างหน้า อันเนื่องมาจากการลงทุนในโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่หลายโครงการ
สำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 รายได้ของบริษัท (ไม่รวมรายได้จากการให้บริการรับเหมาติดตั้งและก่อสร้างและจัดหารถไฟฟ้า) เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 1,636 ล้านบาทจากการเติบโตในธุรกิจสื่อโฆษณา อัตราการทำกำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 31.8% ในปีงบ ประมาณ 2561 เป็น 19.7% ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่ประจำในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอยู่ที่ระดับ 50% ในปีงบประมาณ 2561 ถึงช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ในปีงบประมาณ 2564
นอกจากนี้ ระหว่างปีงบประมาณ 2562-2564 จะรับรู้รายได้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท จากงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ตลอดจนการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าและรายได้จากการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูและสายสีเหลือง อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 30% ส่วนอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจะลดลงสู่ระดับ 40% ในปีงบประมาณ 2564 ขณะที่อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) ควรอยู่สูงกว่า 2.5 เท่า
ขณะที่การเพิ่มอันดับเครดิตช่วง2 ปีข้างหน้าไม่เกิดขึ้น เพราะหนี้เพิ่มสูงขึ้นและอาจลดลงหากอัตราส่วนเงินกู้สุทธิต่ออีบิตดาเกิน 5 เท่า







