
ผู้หญิงกับพลังความรู้สึกอันหลากหลาย
ในงานศิลปะ เพศหญิงมักถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์หรือตัวเอกนั้น เพราะสรีระของผู้หญิงมีความงาม น่าเพ่งพิศ ลึกลงไปในห้วงของภาวะอารมณ์
โดย มัลลิกา นามสง่า
ในงานศิลปะ เพศหญิงมักถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์หรือตัวเอกนั้น เพราะสรีระของผู้หญิงมีความงาม น่าเพ่งพิศ ลึกลงไปในห้วงของภาวะอารมณ์ ผู้หญิงแสดงความรู้สึกได้หลากหลายอย่างลึกซึ้งถึงอารมณ์นุ่มนวล เข้มแข็ง อ่อนหวาน ดุดัน และการเป็นเพศแม่ ส่งผลให้พลังและตัวตนที่อยู่ภายในจิตใจของผู้หญิงนั้นเกินความจะคาดหมาย
วรรณกรรมที่สะท้อนความเป็นผู้หญิง ทั้งการเป็นผู้ให้ การเสียสละ ความซื่อสัตย์กล้าหาญ ความรัก ก็มีมากมาย
“หนิง-ศรัยฉัตร จีระแพทย์” เล่าถึงหนังสือเล่มโปรดที่อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงพลังของผู้หญิง นั้นคือ “ความรักใดจะไม่ปวดร้าว” พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประพันธ์โดย “ชวนหนี”
สะท้อนให้เห็นปัญหาสังคมสมัยใหม่ของหนุ่มสาวชาวจีน อันส่งผลต่อนิยามของความรักในมิติต่างๆ โดยเฉพาะจากมุมมองของผู้หญิง ผู้เป็นทั้งแม่และภรรยา เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามกับค่านิยมเก่าที่บูชาเทิดทูนความรัก ทั้งความรักของพ่อแม่ ความรักของหนุ่มสาวความรักของเพื่อน และจบลงอย่างชาญฉลาด ด้วยความตระหนักรู้ของตัวละครเอกว่า ไม่มีความรักใดจะไม่ปวดร้าว แต่ผู้จะเปลี่ยนความปวดร้าวนี้เป็นปีติสุขได้นั้นก็คือผู้มีความรักนั้นเอง
“รู้จักหนังสือเรื่องนี้ผ่านทางข่าว พอมีโอกาสเลยซื้อมาอ่าน ตอนแรกยอมรับว่ากลัวไม่มีเวลาอ่านแต่พอเปิดอ่านเท่านั้นค่ะ อ่านวันเดียวจบ เขียนได้กินใจมาก และหนิงคงสัมผัสอารมณ์ของความเป็นแม่ เป็นภรรยาได้ อ่านแล้วเข้าใจ เราก็เคยผ่านเหตุการณ์อารมณ์แบบนั้น
เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งบูชาความรัก เสียสละชีวิตส่วนตัว แต่งงาน เลี้ยงลูก เป็นแม่บ้าน มีช่วงหนึ่งตัวตนของเราหายไป ต้องมอบทุกสิ่งให้กับลูก ชีวิตคู่ก็หวานน้อยลง เขาโหยหาความรักที่เคยมี แม่อาจโทษลูกเพราะเขารู้สึกว่าไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
ผู้หญิงมาถึงจุดหนึ่งจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ในเรื่องมีช่วงหนึ่งฟิตทำงาน ผอมลง ชีวิตดีขึ้น แต่ทำงานลูกไม่สบาย การทำงานเป็นอุปสรรคในการเลี้ยงลูก ชีวิตคู่ห่างเหิน แยกกันนอน วันหนึ่งหนีสามีและลูกไปอยู่กับเพื่อน แต่เพื่อนป่วยหนักกำลังจะตาย สุดท้ายเขาได้คิดว่า ไม่ว่าจะความรักแบบไหนก็เจอความปวดร้าว อยู่ที่เรากำหนด ทำทุกอย่างที่มีอยู่ให้มีความสุขในเวอร์ชั่นของเรา
หนิงอ่านมันโดนมาก อ่านเมื่อปลายปีที่แล้ว มันโดนตรงที่คลอดลูกใหม่ๆ หนิงเป็นเบบี้บูล เศร้ามาก เข้าใจความรู้สึก ตอนนั้นรู้สึกชีวิตหนิงหมดแล้ว ทำไมลูกร้องไห้ไม่หยุด ป้อนนมลูกทั้งวันทั้งคืน แต่ 3 เดือนผ่านไปก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง
เราทำใจยอมรับ เราเลือกเป็นแม่คนแล้วต้องยอมรับสิ่งที่เราเลือก อ่านแล้วรักครอบครัวตัวเองมากขึ้น เราจะสุขทุกข์อยู่ที่ใจเรา ทุกความสัมพันธ์ เราเป็นแม่ก็ทุกข์เมื่อเห็นลูกป่วย เป็นลูกก็ทุกข์เมื่อเห็นแม่ป่วย มีความทุกข์แฝงในสุขเสมอ จงเลือกที่จะมีสุขในแบบที่เราเป็น”
ความรักใดจะไม่ปวดร้าว สะท้อนภาพผู้หญิงเป็นเพศที่เข้มแข็ง เสียสละมาก “หนิงว่าผู้หญิงถ้าได้อ่านเรื่องนี้จะโดนใจมาก เพศหญิงนี่เกิดมาเพื่อเป็นผู้เสียสละจริงๆ เรามีลูกได้เราเสียสละร่างกาย น้ำนมของเรา ในความเป็นผู้หญิงร่างกายบอบบางแต่มีความเข้มแข็ง แกร่งมาก
ปัจจุบันเราอยู่ในสังคมผู้หญิงทัดเทียมผู้ชาย สร้างความกดดัน ไหนจะทำงานนอกบ้าน เป็นแม่ที่ดี ภรรยาที่ดี และหน้าที่เลี้ยงลูกก็หนักที่สุด อย่าคิดว่าผู้หญิงเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านไม่มีความสามารถ นี่คือผู้เสียสละ
หนิงมีลูก 3 เดือน หลงลูกมาก ไม่อยากทำงาน แต่เราฉุกคิดได้ว่าชีวิตคู่ประกอบด้วยพ่อแม่ลูก และเราต้องมีเวลาของตัวเอง ต้องทำ 3 หน้าที่ให้ดีที่สุด สร้างความสมดุลให้กับตัวเอง”
“รุ่ง-สุวพันธ์ ชัยปัจชา” บรรณาธิการบริหารกองสารคดี สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ จากประสบการณ์ทำงาน ผู้หญิงถูกนำมาเป็นตัวละครหลักของเรื่องเยอะมาก แต่มีจุดรวมที่หลายเรื่องนำเสนอผู้อ่านจะได้รับสารคือผู้หญิงมีความรัก มีหัวใจบริสุทธิ์ มีความเสียสละ ผู้หญิงมีจิตใจที่เข้มแข็งดั่งเหล็กกล้า เจออุปสรรคใดก็ตามไม่ยอมแพ้
“ถ้ามองในมุม บก. ผู้หญิงไม่ใช่เพศอ่อนแอ เป็นช้างเท้าหลัง ผู้หญิงทำได้ทุกอย่าง มีความเข้มแข็งในแบบที่ผู้ชายมี ผู้หญิงถูกนำมาเป็นตัวดำเนินเรื่องในวรรณกรรม ถ้าสังเกต ในบ้านเรามีพ่อแม่ลูก แต่แม่จะรู้ทุกอย่างในบ้าน สามีชอบอะไร ลูกชอบอะไร สามีจะรู้นิดหน่อย ผู้หญิงเป็นเพศที่เซนส์แรง ไวต่อหลายๆ เรื่อง รู้วิธีดูแลตัวเองคนรอบตัวยังไง ความเข้มแข็ง ความอ่อนไหวเป็นจุดเดียวกันของผู้หญิง ผู้หญิงมีทุกอย่างมีทุกมุมที่นำมาเล่าได้”
เรื่องที่สุวพันธ์เป็นบรรณาธิการเล่ม เช่น “รอยยิ้มและน้ำตาของหัวใจ” พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกอบด้วยวรรณกรรมจีนร่วมสมัย 4 เรื่องของ 3 นักเขียนหญิง (ปิงซิน, เหยียนเกอหลิง, ซูเฉี้ยว)
“เล่มนี้ว่าถึงผู้หญิง 2 เรื่อง คือ สาวน้อยเสี่ยวหยูว เป็นผู้หญิงจากจีนแผ่นดินใหญ่มาทำงานที่ออสเตรเลีย ต้องแต่งงานแต่ในนามอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายเห็นแก่ตัว ดื่มเหล้า แต่เธอมองข้ามเปลือกของผู้ชายคนนี้ไป ก็ได้เห็นมุมดี ห่วงใย ความเห็นอกเห็นใจ เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้หญิงที่ผู้ชายอยากได้เป็นภรรยา
อีกเรื่อง ตำนานกับข้าวคู่ แสดงอารมณ์ความรักความแค้น ผู้หญิงเวลามีความรักก็รักมาก เวลาผิดหวังก็แค้นมาก เป็นเพศที่มีอารมณ์ชัดเจน รุนแรง เธอเริ่มจากความรักที่บริสุทธิ์ เตรียมอาหาร สิ่งที่ดีที่สุดให้สามี พอความรักถูกหักหลังกลายเป็นความชัง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ควรเล่นกับความรู้สึกของผู้หญิง”
“ตลอดกาลนานแค่ไหน” พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประพันธ์โดย “เถี่ยหนิง” สะท้อนแก่นของความดี หรือความรัก เป็นทั้งสัจจะและมายา ที่มนุษย์ต้องใคร่ครวญเรียนรู้ด้วยปัญญาไปตลอดกาล
“เรื่องนี้ชัดเจนเลยว่าพูดถึงหัวใจที่บริสุทธิ์ของผู้หญิงคนหนึ่ง คนนี้เกิดมาเป็นคนดีและคนซื่อ บางทีคนซื่อกับคนโง่ก็มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ ติดตามชีวิตเธอตั้งแต่ต้นจนจบ เธอดีมากจนคนอื่นเอาเปรียบ แต่เธอไม่คิดร้ายกับใครก็เลยไม่คิดว่าใครจะมาคิดร้าย ซึ่งก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน รักคนอื่นมากกว่าตัวเอง ทำให้ดำเนินชีวิตไม่ระแวงใคร เราอ่านก็รู้สึกอึดอัดที่เขาแสนดีเกินไป แต่พอสุดท้ายก็รู้สึกว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ยังใช้ได้อยู่ แต่เธอเป็นผู้หญิงที่หายากในปัจจุบันแล้ว”
“ภูวกร ฉัตรบำรุงสุข” ผู้แปลเรื่อง “เฉิ่นซูจวี๋ แม่ค้าผักผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่” (เฉินซู่จวี๋ เขียน/หลิวหย่งอี้ เรียบเรียง) อัตชีวประวัติของแม่ค้าผักยอดนักสู้ชีวิต ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลดีเด่นของนิตยสาร Time, Forbes, Reader’s Digest และกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน
“เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของแม่ค้าธรรมดาคนหนึ่งที่ประเทศไต้หวัน ไม่ได้ร่ำรวย ทำงานได้เงิน ใจบุญ บริจาคเงินมาหลายสิบปี เขาเองสมถะ ทำงานไม่ได้หวังเอาเงิน
ตอนที่ถูกเชิญไปรับรางวัลที่อเมริกาเธอก็ไม่อยากไป แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้ต้องการผลตอบแทนใดๆ ไม่ได้ต้องการชื่อเสียง เธอทำของเธอมาเรื่อยๆ เป็นคนจิตใจดี หลังๆ มีคนรู้จัก แต่เธอไม่หลงระเริงไปกับสิ่งพวกนี้
ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งมาก อดทนมาก เพราะในวัยเด็กผ่านเหตุการณ์ค่อนข้างหนักหลายครั้ง แม่ป่วยไปโรงพยาบาลไม่มีเงินรักษาจนแม่เสียชีวิต แต่เธอไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา สู้ชีวิต เป็นแบบอย่างให้กับผู้หญิงได้
ไม่ได้จมอยู่กับความทุกข์ มองเรื่องต่างๆ เป็นเปลือกนอก ใช้ชีวิต ถือศีล กินเจสวดมนต์ มองสิ่งต่างๆ เท่านั้น สร้างประโยชน์ให้คนอื่น ผมมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพล เป็นแบบอย่างทำให้หลายคนที่ไม่ได้มีเงินมากแต่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ไม่ต้องรอรวยถึงช่วยคนอื่น ชีวิตเธอมีมุมที่น่าสนใจมาก”
ผู้หญิงภายใต้ร่างกายอรชรหากแต่มีจิตวิญญาณที่หนักแน่นดั่งขุนผา มีอารมณ์ที่อ่อนไหวดั่งใบไผ่ลู่ลม และสามารถกลายเป็นพายุเกรี้ยวกราดในวันที่ฟ้ามืดมัวผู้หญิงเป็นอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่คุณคิด







