posttoday
หนี้สาธารณะวิ่งชนทะลัก4.9หมื่นล้าน

หนี้สาธารณะวิ่งชนทะลัก4.9หมื่นล้าน

21 ตุลาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — หนี้สาธารณะเดือน ก.ค. เพิ่มอีก 4.92 หมื่นล้านบาท ขึ้นเป็นเดือนที่ 3

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะเดือน ก.ค. 2553 มีจำนวน 4.25 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 42.51% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 4.92 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นในเดือน ก.ค. 2553 เป็นการเพิ่มขึ้นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งใน 3 เดือน ยอดหนี้เพิ่มขึ้น 1.5 แสนล้านบาท หากนับตั้งแต่ต้นปี หนี้สาธารณะในรอบ 7 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.ก.ค. 2553 หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นทุกเดือน เป็นยอดรวมที่หนี้เพิ่มขึ้น 2.5 แสนล้านบาท มีเพียงเดือน เม.ย. 2553 เท่านั้นที่หนี้ลดลง 1.5 หมื่นล้านบาท

สาเหตุที่หนี้เพิ่มขึ้น มาจากการกู้ชดเชยการขาดดุล และการกู้ในงบโครงการไทยเข้มแข็งกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หนี้สาธารณะเดือน ก.ค. 2553 ที่เพิ่มขึ้นมา หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงเพิ่มขึ้น 4.49 หมื่นล้านบาท เป็นการออกพันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 3,003 ล้านบาท พันธบัตรเพื่อการบริหารหนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท และการกู้เงินโครงการไทยเข้มแข็ง 1.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับหนี้ 4.25 ล้านล้านบาท แยกเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2.9 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.09 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 1.81 แสนล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 6.16 หมื่นล้านบาท

นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาหนี้ทั้งหมดแยกเป็นหนี้ต่างประเทศ 3.79 แสนล้านบาท หรือ 8.92% และหนี้ในประเทศ 3.87 ล้านล้านบาท คิดเป็น 91.08% ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง และเป็นหนี้ระยะถึง 95.30%

ทั้งนี้ หนี้ในประเทศที่รัฐบาลกู้โดยตรง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าจะพบว่าเพิ่มขึ้น 4.49 หมื่นล้านบาท เกิดจากการออกพันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 3,003 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาล 3,000 ล้านบาท และพันธบัตรออมทรัพย์ 3 ล้านบาท และพันธบัตรเพื่อการบริหารหนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท และการเบิกเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 เพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 อีก 1.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับหนี้ต่างประเทศที่รัฐบาลกู้โดยตรง เมื่อคิดในรูปเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 31.20 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากผลจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ยอดหนี้คงค้างในรูปเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 36.11 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินซึ่งเป็นหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าลดลง 1,818 ล้านบาท โดยเกิดจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไถ่ถอนพันธบัตร 1,000 ล้านบาท การทางพิเศษแห่งประเทศไทยไถ่ถอน 913 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง 1,200 ล้านบาท และบริษัท ปตท. ได้ไถ่ถอนพันธบัตร 2,000 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลค้ำประกันมีการเบิกจ่ายจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ มากกว่าชำระคืนต้นเงินกู้ 3,294 ล้านบาท

ด้านหนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 901 ล้านบาท โดยเกิดจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ออกพันธบัตรมากกว่าการไถ่ถอน 1,951 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันมีการเบิกน้อยกว่าคืนต้นเงินกู้ 1,049 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก