posttoday

Inprocess

13 สิงหาคม 2561

การริเริ่มทำสิ่งใหม่ให้กับองค์กร ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเรื่องที่ดูว่าจะมีความซับซ้อน หรือจับต้องยาก ไกลตัว จะสื่อสารหรือเชิญชวนให้คนอื่นมาร่วมทำสิ่งใหม่ๆ

โดย ธรรศพลฐ์ แบเวเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย
 
การริเริ่มทำสิ่งใหม่ให้กับองค์กร ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเรื่องที่ดูว่าจะมีความซับซ้อน หรือจับต้องยาก ไกลตัว จะสื่อสารหรือเชิญชวนให้คนอื่นมาร่วมทำสิ่งใหม่ๆ ด้วยกันก็มีความท้าทายเสมอ อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงมักมีการต่อต้านโผล่มาเสมอ Change = Resistance
 
สมัยก่อนเราไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำว่า Sustainability หรือ “ความยั่งยืน” เวลาจะดูว่าบริษัทนี้ดีไหม ธุรกิจนี้เป็นอย่างไร ก็จะวัดจากผลประกอบการ ถ้ามีกำไรตอบแทนผู้ลงทุนเป็นอันว่าน่าคบ พอก้าวเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็มาดูที่มูลค่าทางการตลาด ดูผลตอบแทนของการลงทุน เช่น เงินปันผล หลังจากนั้นก็วัดด้วยธรรมาภิบาล ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส
 
แต่สมัยนี้เราวัดกันที่ “ความยั่งยืน” และการจะทำให้เรื่อง “ความยั่งยืน” เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรได้ จำเป็นต้องทำให้คนทุกคนเข้าใจในความหมายเดียวกันก่อน หรือพูดง่ายๆ ต้องอินในเรื่องเดียวกันและลงมือทำตามความถนัด หรือตามลักษณะงานไปพร้อมๆ กัน
 
ยกตัวอย่างแอร์เอเชียของเรา ก่อนหน้านี้ในธุรกิจของเราได้ดำเนินงานเพื่อตอบสนองความความยั่งยืนอยู่แล้ว เช่น การประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดูแลผู้โดยสาร หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน แต่ทุกคนอาจยังไม่ตระหนักว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำนั้น เป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืน ผลที่ออกมาเลยยังไม่อิน หรือบางทีคิดว่าเป็นการเพิ่มงาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องเน้นย้ำเลยก็คือ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ไกลตัว มันแฝงตัวอยู่ในการทำงานประจำวันของเรา เพียงแค่นำมาจัดระบบระเบียบให้เดินไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กรนั่นเอง
 
ความท้าทายคือ การทำให้พนักงานทุกคน ทุกระดับ เข้าใจ เข้าถึง และนำ “ความยั่งยืน” เข้าไปสู่การทำงานในประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้นต้องมีอยู่ใน DNA ของทุกคน ผลคือความหมายของ “ความยั่งยืน” ของแต่ละคนก็อาจจะยังคงแตกต่างกันไปตามสายงานของตัวเอง แต่ทุกคนต้องมีเป้าหมายเดียวกันที่จะต้องก้าวเดินไป ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเห็นภาพเดียวกัน
 
การสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร สิ่งสำคัญที่สุด คือการดูแลพนักงาน เพราะสุดท้ายแล้วก็จะสะท้อนออกมาสู่การปฏิบัติงานอย่างมีความสุขพร้อมด้วยประสิทธิภาพ เราจึงเน้นที่ Employee happiness, customer happiness, social happiness เอาทุกอย่างเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของพนักงานทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เช่น เราเป็นสายการบินที่คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เราก็ต้องดูแลไปถึงชีวิตประจำวันของพนักงานให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด ฝัง DNA เรื่องความปลอดภัยไว้ในทุกขั้นตอน หรือคนที่ทำงานด้านการเงิน ก็ต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกคนบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ดี ให้เรื่องที่บ้านเเละเรื่องที่ทำงานมีองค์ความรู้เดียวกันอยู่รอบตัวตลอดเวลา
 
เเม้เรื่องการสร้าง “ความยั่งยืน” ให้กับองค์กรของเราอาจยังไม่ได้ไปถึงจุดหมายปลายทาง เพิ่งจะก้าวเดินแต่เราจะก้าวเดินอย่างมั่นคงในทุกๆขั้นตอน ผมมองว่าการปรับตัวเข้าสู่การเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืน น่าจะเป็นบทเรียนอีกบทเรียนหนึ่งที่สำคัญของทุกองค์กร เพราะไม่ใช่แค่คิด วางแผน แล้วลงมือทำ จะสำเร็จเลย แต่ต้องการเวลา และทำให้ทุกคนอินไปด้วยกัน
 
ไม่ว่าตอนนี้เราจะอยู่ในขั้นตอนไหน สำเร็จไปแล้วกี่ตัวชี้วัด แต่ผมมั่นใจว่าอย่างน้อยเราเริ่มจะอินกับความยั่งยืนแบบ Inprocess ไปพร้อมๆ กันแล้ว

ข่าวล่าสุด

เช็คคุณภาพอากาศ ฝุ่นPM2.5 กทม. ยังปานกลาง ปทุมวันสูงสุด 41.5