
'ไดนาสตี้'ปรับโมเดลธุรกิจ
DCC วางโมเดลธุรกิจใหม่เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรดึงผู้ผลิตจากโรงงาน แบรนด์แกร่งเป็นพันธมิตรเชื่อช่วยลดต้นทุน
DCC วางโมเดลธุรกิจใหม่เป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรดึงผู้ผลิตจากโรงงาน แบรนด์แกร่งเป็นพันธมิตรเชื่อช่วยลดต้นทุน
นายมารุต แสงศาสตรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการขาย และกรรมการ บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) เปิดเผยหลังเซ็นสัญญากับบริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) ว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจจากผู้ที่จำหน่ายกระเบื้องเป็นศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างครบวงจร (คอมมูนิตี้มอลล์) พร้อมให้ผู้ผลิตหน้าโรงงานที่มีแบรนด์แข็งแกร่งวางสินค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟรายเดียวในแต่ละประเภทสินค้า เบื้องต้นมีพันธมิตรกว่า 10 ราย
สำหรับ ZIGA บริษัทจะให้วางสินค้าจำหน่ายในร้านของบริษัทที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง โดยจะเริ่มในปีนี้ 10 แห่ง ในโซนภาคตะวันออก
“การร่วมเป็นพันธมิตรจทำให้จะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการร่วมกันและเกิดการทำงานที่เชื่อมต่อได้รวดเร็ว อีกทั้งยังจะเกิดการเชื่อมโยงคอนเนกชั่นระหว่างพันธมิตรด้วยกันอีกด้วย ซึ่งทำให้มีความแตกต่างจากโมเดิร์นเทรดโดยทั่วไปชัดเจนที่เดิมจะต้องเสียค่าใช้จ่ายกับกับโมเดิร์นเทรดในอัตราที่สูง” นายมารุต กล่าว
ด้านแผนงาน 3 ปี 2562-2564 ซึ่งจะมีเงินจากที่ผู้ถือหุ้นจะมีการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) DCC-W1 ถึง W4 บริษัทจะได้รับเงินทั้งหมด 3,000 ล้านบาท โดย 2,600 ล้านบาท นำไปใช้ในการซื้อที่ดินและพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ ทั้งที่ดินใหม่และปรับปรุงสาขาเก่าให้ได้มาทั้งหมด 12 สาขา ส่วนอีก 400 ล้านบาท จะนำไปใช้ขยายกำลังการผลิต
ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 3 ปีนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้จากค่าเช่าเป็น 300 ล้านบาท หรือประมาณ 2-3% ของสัดส่วนรายได้ หรือคิดเป็นพื้นที่เช่า 2 แสนตารางวา (ตร.ว.) เทียบกับตอนนี้มีพื้นที่จากจำนวนสาขาทั่วประเทศทั้งหมด 1.1 ล้าน ตร.ว. ประกอบกับบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับเซเว่นอีเลฟเว่น และแฟมิลี่มาร์ท ให้มาเช่าพื้นที่การเปิดสาขา โดยบริษัทมีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเปิดร้านสะดวกซื้อ 23 สาขา คาดว่าจะได้ข้อสรุปรายใดรายหนึ่งภายในปีหน้า
นายมารุต กล่าวว่า ปีนี้บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโต 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 7,393 ล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่าราคาขายเฉลี่ยปีนี้จะเพิ่มขึ้น 5-6% หลังตั้งแต่ต้นปีเจอราคาค่าก๊าซที่เพิ่มขึ้นมากว่า 10%
อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าหลังจากที่เข้าไปถือหุ้นบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม (RCI) แล้ว 17% ตอนนี้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วนความชัดเจนการถือหุ้นเพิ่มหรือไม่อาจจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า
“ทั้งหมดนี้บริษัทคาดหวังว่าอนาคต DCC จะเป็นหุ้นที่มีการเติบโตควบคู่ไปกับการเป็นหุ้นที่มีการจ่ายปันผลดี จากโมเดลธุรกิจใหม่ โดยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิอนาคตก็น่าจะมีการปรับขึ้นได้จากปีก่อนอยู่ที่ 16% โดยอดีตอัตรากำไรสุทธิบริษัทเคยสูงถึง 24%” นายมารุต กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันที่ 14 ส.ค.นี้ บริษัทจะเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ฮ่องกง ซึ่งเป็นการไปโรดโชว์ต่างประเทศในรอบ 2 ปี ประกอบกับตอนนี้เริ่มมีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐเริ่มกลับมาขอข้อมูลและเยี่ยมชมกับบริษัทมากขึ้น หลังจากที่ออกไปตั้งแต่หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดยคาดว่าสัดส่วนนักลงทุนสถาบันจะกลับมาเท่าระดับเดิมอยู่ที่ 17-18% จากปัจจุบันอยู่ที่ 13%
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะดีขึ้น เพราะเริ่มเห็นสัญญาณเป็นบวกตามการฟื้นตัวของการใช้ปูนซีเมนต์ตั้งแต่ไตรมาส 2ส่วนปีนี้ DCC ยังเติบโตกว่าอุตสาหกรรมที่ครึ่งปีแรกติดลบไป 7% กำลังซื้อฟื้นชัดเจนในแถบภาคอีสาน เหนือ และใต้บางส่วน ส่วนโซนภาคกลางกำลังซื้อยังไม่มีการฟื้นตัว







