
‘พรีม่าโกลด์’ยุคใหม่ ใช้คาแรกเตอร์การ์ตูน เจาะมิลเลนเนียล
การแข่งขันของธุรกิจทอง 24เค หรือทองคำ 99.9% และเคาน์เตอร์เพชร
โดย จะเรียม สำรวจ
การแข่งขันของธุรกิจทอง 24เค หรือทองคำ 99.9% และเคาน์เตอร์เพชร ที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง ประกอบกับปัจจุบันพฤติกรรมในการซื้อเครื่องประดับของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปค่อนข้างมาก และที่เห็นได้ชัด คือ คนรุ่นใหม่ซื้อทองคำใส่ลดลง เนื่องจากกลัวอันตรายเลยหันไปใส่เพชรกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการหลายรายจึงต้องออกมาปรับกลยุทธ์ในการขายทองคำ เพื่อกระตุ้นความสนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ออกมาปรับกลยุทธ์การทำตลาด ด้วยการหันมาใช้ไลเซนส์คาแรกเตอร์การ์ตูนชื่อดังมาพัฒนาสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ หลังจากศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้วพบว่า มีความชื่นชอบในสินค้าคาแรกเตอร์การ์ตูน
ชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า จากการที่บริษัทอยู่ในตลาดมานานหลายสิบปี ทำให้ฐานลูกค้าหลักค่อนข้างเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ ประกอบกับปัจจุบันคนรุ่นใหม่ หรือมิลเลนเนียล ไม่ค่อยนิยมซื้อทองคำใส่ บริษัทจึงไปคิดหาวิธีิและศึกษาตลาดว่าตอนนี้กลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียลมีความชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ และพบว่าส่วนใหญ่มีความชื่นชอบในคาแรกเตอร์การ์ตูนจากต่างประเทศ บริษัทจึงได้ทำการศึกษาต่อว่า คาแรกเตอร์ที่ชื่นชอบมากที่สุดคืออะไร และก็พบว่า เฮลโล คิตตี้ เป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนที่กลุ่มมิลเลนเนียลชื่นชอบที่สุด
จากข้อมูลที่ได้ดังกล่าว พรีม่าโกลด์ได้นำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาสินค้าในกลุ่มของพรีม่าโกลด์ ซึ่งเน้นจำหน่ายเครื่องประดับทองคำ 99.9% ด้วยการนำไลเซนส์คาแรกเตอร์เฮลโล คิตตี้ มาพัฒนาเป็นสินค้าหลากหลายรูปแบบ โดยหลังจากนำสินค้าเข้าทำตลาดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 40 ปีพรีม่าโกลด์ พบว่าลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี
ความสำเร็จที่ได้รับในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้พรีม่าโกลด์ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าต่อไปอีกว่า มีคาแรกเตอร์การ์ตูนอะไรอีกบ้างที่กลุ่มมิลเลนเนียลให้ความสนใจ และพบว่า สนูปี้ เป็นอีกหนึ่งคาแรกเตอร์การ์ตูนที่กลุ่มมิลเลนเนียลชื่นชอบ
ชลวิชา กล่าวว่า บริษัทได้ซื้อไลเซนส์คาแรกเตอร์สนูปี้ เพื่อนำมาผลิตเป็นเป็นเครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่กับแบรนด์พรีม่าโกลด์จำนวน 300 ชิ้น และพรีม่าไดมอนด์จำนวน 160 ชิ้น ซึ่งหลังจากนำสินค้าคอลเลกชั่นดังกล่าวเข้าทำตลาดตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ต้องผลิตสินค้าซ้ำหลายรอบ เนื่องจากราคาสินค้าคอลเลกชั่นดังกล่าวมีราคาเริ่มต้นเพียง 8,800 บาทเท่านั้น
“เมื่อก่อนเราตั้งราคาขายสินค้าค่อนข้างสูง คือมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่กว่า 1 หมื่นบาท ทำให้ลูกค้าจับต้องสินค้าได้ยากโดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อยังไม่มาก แต่หลังจากได้มีการปรับราคาขายเริ่มต้นที่ 8,000 บาท ลูกค้าให้ผลการตอบรับดีขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล เพราะเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและจับต้องได้ นอกจากนี้ สนูปี้ยังเป็นหนึ่งในตัวการ์ตูนที่ผู้บริโภคหลายคนนิยมสะสม”
ชลวิชา กล่าวต่อไปว่า ปกติทุกๆ ปีบริษัทจะมีการพัฒนาสินค้าคาแรกเตอร์เข้ามาทำตลาดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างสีสันให้กับตลาด เช่น ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาสินค้าคอลเลกชั่น เฮลโล คิตตี้เข้ามาทำตลาด และล่าสุดปีนี้ได้นำคาแรกเตอร์สนูปี้ มาพัฒนาเป็นสินค้าเข้ามาทำตลาด
กลยุทธ์การทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกของวงการเครื่องประดับเพชร-ทองแท้ๆ ของประเทศไทย ที่มีการนำคาแรกเตอร์การ์ตูนชื่อดังมาพัฒนาเป็นสินค้าออกคอลเลกชั่นใหม่เข้าทำตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าคนไทย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มนักสะสมสินค้าคาแรกเตอร์เป็นจำนวนมาก และกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่พรีม่าโกลด์จะพัฒนาสินค้าคาแรกเตอร์การ์ตูนชื่อดังเข้ามาทำตลาด
จากความสำเร็จที่ได้รับทั้งสองคาแรกเตอร์ ทำให้พรีม่าโกลด์มีแผนที่จะหาคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนตัวที่ 3 มาพัฒนาเป็นสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีความชื่นชอบคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนอะไรอีกนอกเหนือจากเฮลโล คิตตี้ และสนูปี้
“มาถึงวันนี้ มองว่าตลาดเครื่องประดับทองและเพชรในอนาคต นอกจากเรื่องดีไซน์ที่ตอบโจทย์ นวัตกรรมในการผลิต มาตรฐานของแบรนด์แล้ว การทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่ต้องการใส่เครื่องประดับเพชรแท้คุณภาพในราคาที่เอื้อมถึง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจ เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเริ่มวัยทำงานที่เริ่มมองหาเครื่องประดับเพชร ที่สามารถใส่ได้ทุกวันเพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือซื้อเพื่อลงทุน”
ดังนั้น การทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีความสำคัญ พอๆ กับการรักษากลุ่มลูกค้าเดิมที่มีความมั่นใจในแบรนด์ให้อยู่กับแบรนด์ตลอดไป การทุ่มงบการตลาดจึงเน้นไปที่การพัฒนาออกแบบใหม่ๆ และการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เช่น Impression Collection และ UNO Collection จึงถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับการทำตลาดในยุคปัจจุบัน
นอกจากจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่เข้ามาทำตลาดแล้ว การขยายช่องทางจำหน่าย พรีม่าโกลด์ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เห็นได้จากปัจจุปัน พรีม่าโกลด์มีการใช้สื่อออนไลน์ทำการตลาดคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 70% เพื่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งกลุ่มใหม่และลูกค้าเดิม ทั้งในช่องทางของทางแบรนด์เองและช่องทางของพันธมิตร อาทิ ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ บัตรเครดิตต่างๆ และค่ายมือถือต่างๆ รวมทั้งใช้ Influencer หรือ KOL ต่างๆ เพื่อสื่อสารกับลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันสื่อออนไลน์โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้บริโภคไปแล้ว เห็นได้จากการที่คนเราตื่นเช้ามาอันดับแรกที่คิดถึง คือ การหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดเช็กข้อมูลข่าวสาร







