
เปิดบันทึกก่อนเป็นสังฆราช
ผมไปงานที่ระลึกวันสถาปนาสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) อธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
โดย สมาน สุดโต
ผมไปงานที่ระลึกวันสถาปนาสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) อธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 17 วันที่ 21 ก.ค. 2561 ได้พบบรรยากาศของกัลยาณมิตรและกัลยาณชนที่เคารพนับถือในสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 17 จำนวนมาก
แต่ละคนล้วนมีความผูกพันกับสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 17 เช่น วิเชียร วิริยะประสิทธิ์ อดีตอัยการสูงสุด เล่าว่า จาก จ.สุพรรณบุรี พ.ศ. 2503 ก็มาเป็นศิษย์วัดโพธิ์ร่วมกับเด็กวัดอื่นๆ อีกนับร้อยคน เพื่อเรียนมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเกษียณอายุราชการก็มาทำหน้าที่เป็นไวยาวัจกรให้วัดอีก
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 17 รับการสถาปนา วันที่ 21 ก.ค. 2515 สิ้นพระชนม์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันที่ 7 ธ.ค. 2516 แม้จะเป็นมหาสังฆปริณายกระยะสั้น แต่ผลงานด้านการประพันธ์มีมาก เพราะทรงชอบงานหนังสือ จึงมีงานนิพนธ์ตั้งแต่เป็นพระมหาหนุ่ม จนกระทั่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งบันทึกก่อนการสถาปนาที่พิมพ์ในหนังสือเรื่องตั้งพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ในกรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 2 เผยความในใจ ว่าวันที่สมเด็จพระสังฆราช (อุฏฐายีมหาเถระ) วัดมกุฏกษัตริยาราม สิ้นพระชนม์ (วันที่ 18 ธ.ค. 2514) นั้น เกือบจะเป็นวันและเวลาวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลประจำจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวางศิลาฤกษ์เรียบร้อย ฉันเพล และไปชมสถานที่และโบราณวัตถุบางแห่ง แล้วเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยทางรถไฟ
เจ้าประคุณเล่าว่า ระหว่างรอเวลาเดินทางกลับนั้น มีผู้มาบอกว่าสมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์โดยอุปัทวเหตุ ก็ไม่ค่อยเชื่อ จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้บังคับการตำรวจมาบอกว่าสมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ รัฐบาลสั่งลดธงครึ่งเสา 3 วัน คราวนี้แน่ใจว่าสิ้นพระชนม์แน่ เพราะการลดธงครึ่งเสาไม่ใช่ทำได้โดยพลการ ต้องมีเหตุสำคัญจึงสั่งลดธงครึ่งเสา
ความหนักใจเกิดแก่เราตลอดมา เสียดายพระองค์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาแก่เรา ถ้ายังทรงพระชนม์อยู่ เราก็เบาใจเรื่องกิจการของพระพุทธศาสนา เพราะพระองค์ทรงสามารถในด้านนี้ทั้งทรงมีพระปฏิภาณดีในการสนทนาปราศรัย เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ ย่อมเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้เกิดความอบอุ่นแก่พวกเรา รู้สึกว่าต่อแต่นี้ไปพวกเราจะต้องตึงเครียดด้วยกิจการคณะสงฆ์
ต่อมาเจ้าประคุณเมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัต เดินทางรอบโลก เยี่ยมมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศอเมริกา ในอุปการะของยูซิส และสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งวาติกัน เป็นการเดินทางรอบโลกอย่างเป็นทางการ ขณะเดินทางสุขภาพไม่ดี ต้องมีหมอติดตามไปด้วย 2 คน
เจ้าประคุณสมเด็จ กล่าวว่า เราคิดไม่ตก ปลงใจไม่ลงในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชที่ว่างลง คิดถึงคณะสงฆ์ที่เกี่ยวข้องกัน มิใช่ว่ามีความปรารถนาใหญ่ คิดว่าจะอยู่ในยุโรปหรืออเมริกาสัก 2-3 ปี แต่ตัดใจไม่ได้ ต้องกลับเข้ามาเสี่ยงบุญกรรมดู ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่สนใจในตำแหน่งข้างหน้า
แต่เรื่องที่หนีไม่พ้น คือ หนังสือพิมพ์มารบกวนเอาข่าว บอกว่า ไม่แน่เพราะยังไม่ได้รับฎีกาจากกรมการศาสนา เมื่อได้รับฎีการับรองมาแล้ว จึงจะตอบได้แน่นอน แต่หนังสือพิมพ์เขียนไปแล้ว พวกหนังสือพิมพ์ตั้งเราเป็นสมเด็จพระสังฆราชก่อนได้รับการสถาปนา
ชาวบ้านเขาอ่านแล้วดีใจ และคิดว่า เราคงดีใจร่วมด้วย ไม่มีเลยที่จะดีใจร่วม ได้ยินแล้วก็เฉยเสีย ไม่พูดถ่ายความ ไม่ถามถึงข่าวที่มา แม้จะไม่มีใครพูดและบอกเล่า เราก็รู้ว่าตำแหน่งนี้จะต้องมาสู่เรา ทั้งๆ ที่เราใช้อุเบกขาจิต มันเป็นเรื่องบารมีของแต่ละคนโดยเฉพาะ จะแย่งชิงกันไม่ได้ ถ้าไม่ตกมาที่เรา เราจะสุขใจมาก
เพราะตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนี้ เป็นห่วงใหญ่ที่คล้องคออยู่
ต่อมา ต้องมอบสมุดประวัติส่วนตัวแก่เลขานุการไป เพราะกรมการศาสนาต้องการนำไปประกอบพระบรมราชโองการ ลางก็แสดงให้รู้ว่าดิ้นไม่หลุดแล้ว จะต้องเสวยผลของบุรพกรรมในอดีตและปัจจุบัน







