posttoday
วินเซนต์ ตัน คืนกำไรด้วยฟุตบอล

วินเซนต์ ตัน คืนกำไรด้วยฟุตบอล

21 กรกฎาคม 2561

วินเซนต์ ตัน มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจกลุ่มเบอร์จายาของมาเลเซีย และเจ้าของทีมสโมสร “บลูเบิร์ด” คาร์ดิฟฟ์ซิตี้

โดย กษม จักรเครือ

วินเซนต์ ตัน มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจกลุ่มเบอร์จายาของมาเลเซีย และเจ้าของทีมสโมสร “บลูเบิร์ด” คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ เดินทางมาไทยเพื่อเป็นประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี
“เบอร์จายา คัพ 2018” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.ค.-22 ก.ย. ในรอบคัดเลือก 10 โซน หาผู้ชนะแต่ละโซนมาแข่งรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 20 ต.ค. ที่สนามศุภชลาศัย โดยทีมแชมป์ได้เงินรางวัล 3 แสนบาท พร้อมได้เดินทางไปฝึกทักษะลูกหนังที่สโมสร คาร์ดิฟฟ์ ประเทศอังกฤษ

ยกระดับฟุตบอลอาเซียน

วินเซนต์ ตัน ประธานสโมสรคาร์ดิฟฟ์เผยถึงเป้าหมายที่จัดทัวร์นาเมนต์นี้ เพื่อยกระดับฝีเท้าของนักเตะในอาเซียน โดยเฉพาะไทยและมาเลเซีย

“ฟุตบอลเป็นที่นิยมทั่วโลก ล่าสุดฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย มีคนดูราว 3,400 ล้านคน ผมว่ามันมหัศจรรย์มาก ผมต้องการให้เด็กๆ ในอาเซียนเล่นกีฬาฟุตบอล ทั้งคนไทยและมาเลเซีย รวมถึงภูมิภาคอาเซียน นอกจากร่างกายจะแข็งแรงและมีระเบียบวินัยแล้ว อนาคตหากเล่นเป็นอาชีพ พวกเขาอาจติดทีมชาติในอนาคต และมีโอกาสได้ไปเล่นในสโมสรดังๆ ในยุโรป ผมเชื่อว่านักเตะอาเซียนสามารถพัฒนาไปถึงจุดนั้น หากได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง สำหรับแชมป์รายการนี้ผมให้พวกเขาไปฝึกทักษะลูกหนังที่คาร์ดิฟฟ์ ประเทศอังกฤษ”

คืนกำไรให้สังคม

นักธุรกิจชาวมาเลย์ มองว่า การทำทีมฟุตบอล ไม่ใช่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่มีความสุขที่แท้จริงคือ การคืนกำไรให้สังคม

วินเซนต์ ตัน คืนกำไรด้วยฟุตบอล

“ผมทำธุรกิจหลายอย่าง แต่การทำทีมฟุตบอลไม่ได้กำไรมากมายและไม่ใช่เรื่องง่าย จริงๆ ผมอยากคืนกำไรให้สังคมมากกว่า เห็นแฟนบอลมีความสุข เราก็แฮปปี้ไปด้วย ปีนี้ผมเข้ามาคุมทีมคาร์ดิฟฟ์เป็นปีที่ 9 เรื่องขึ้นชั้นตกชั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ความรู้สึกแฟนบอลเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ ผมต้องเรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาทีมให้ได้เหมือนเลสเตอร์ซิตี้ของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา”

ความท้าทายทำให้มีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ วินเซนต์ ตัน ถือเป็นนักธุรกิจอาเซียนคนที่ 2 ที่เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก ต่อจากคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของทีมเลสเตอร์ อาจจะโดนต่างชาติดูถูกถึงเรื่องการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ หากเทียบกับชาวยุโรปหรือสหรัฐ

“ผมไม่สนใจเรื่องนี้ สำหรับนักธุกิจ ไม่ว่าจะชาติใดก็ตาม มีวิธีการทำงานแบบมืออาชีพทั้งนั้น เราไม่แคร์ใครจะมองเราอย่างไร ให้โฟกัสผลงานในสนามเป็นหลัก ธุรกิจฟุตบอล เป็นเรื่องท้าทาย ผมเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล 4 ทีม คือ แอลเอ เอฟซี (สหรัฐ) คาร์ดิฟฟ์ (อังกฤษ) คอร์ไทรจ์ (เบลเยียม) และเอฟเค ซาราเยโว (บอสเนียฯ) คิดว่าต้องใช้พนักงานมากน้อยแค่ไหน ผมต้องการให้ทั่วโลกยอมรับคนเอเชียและชาวอาเซียน”

ทุ่มพันกว่าล้านเพื่อการอยู่รอด

คาร์ดิฟฟ์ จบฤดูกาลด้วยรองแชมป์เดอะแชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2017-2018 ทำให้เลื่อนชั้นขึ้นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ โดยนักธุรกิจวัย 66 ปี ตั้งเป้าไม่ตกชั้นและหากโชคดีขอจบอันดับกลางของตาราง โดยใช้งบในการทำทีม 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,260 ล้านบาท)

“ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการโลดแล่นในพรีเมียร์ลีก ผมชื่นชอบคุณวิชัย เจ้าของทีมเลสเตอร์ซิตี้ เขาเป็นคนเก่งมีความสามารถ บางอย่างผมก็เรียนรู้จากเขา สำหรับเป้าหมายของคาร์ดิฟฟ์ แค่ต้องการอยู่รอดปลอดภัยในลีก ผมใช้งบในการทำทีมฤดูกาลนี้ 30 ล้านปอนด์ แต่เงินไม่ใช่ปัจจัยเดียว ยังมีนักเตะและโค้ช รวมถึงโชคชะตามาเกี่ยวข้อง ถ้ามีโชค ผมอยากจบอันดับ 10 สำหรับน้องใหม่อย่างเรา”

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก