posttoday
ไทยจีนคนบ้านเดียวกัน (หรือเปล่า?)

ไทยจีนคนบ้านเดียวกัน (หรือเปล่า?)

15 กรกฎาคม 2561

สัปดาห์นี้ผมจะเบี่ยงจากประเด็นเกี่ยวกับปรัชญา-ศาสนา

สัปดาห์นี้ผมจะเบี่ยงจากประเด็นเกี่ยวกับปรัชญา-ศาสนา มาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะกิจ เพราะมีเหตุไม่สู้ดีนักระหว่างไทยกับจีน สืบเนื่องจากกรณีเรือล่มที่ภูเก็ต และอาการปากไวของผู้นำบางคนในรัฐบาล จนทำให้คนจีนเริ่มเรียกร้องคว่ำบาตรไทย

คนจีนนี่เวลาไม่พอใจอะไรชอบบอยคอต ตั้งแต่ความเคลื่อนไหวต่อต้านญี่ปุ่นในวันที่ 4 เดือน 5 ปี 1919 ก็เริ่มด้วยการคว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่น เมื่อ 4-5 ปีก่อนก็บอยคอตญี่ปุ่นอีกเพราะทะเลาะกันเรื่องแย่งเกาะในทะเลตะวันออก จนเมื่อปีกลายก็บอยคอตเกาหลีใต้จนกระทบต่อธุรกิจใหญ่ๆ กับการท่องเที่ยว ตลอดจนถึงคนบันเทิงเกาหลี ต่อมาปีนี้ถึงคืนดีกัน เกาหลีใต้กลับมาติดอันดับเป้าหมายการเดินทางที่คนจีนอยากไปอีกครั้ง

การบอยคอตของจีนต่อ 2 ประเทศ มีผลกระทบค่อนข้างรุนแรง ต่อให้มีคนเกาหลีใต้พูดว่าดีแล้วที่คนจีนไม่แห่กันมาเที่ยว แต่ภาคธุรกิจเจ็บกันระนาว ธุรกิจเจ็บแล้วไม่มีการลงทุน ไม่มีการลงทุนเงินก็ไม่หมุน เงินไม่หมุนผู้บริโภคก็ไม่เชื่อมั่น การใช้จ่ายก็ลด แย่กันเป็นแถบๆ

จีนบอยคอตญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง กับไทยจีนก็เคยบอยคอตมาแล้ว เมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนที่คนจังหวัดหนึ่งปลุกกระแสแอนตี้นักท่องเที่ยวจีน จนเขาแอนตี้กลับ ส่วนผลกระทบผมไม่ทราบ แต่อยากรู้ว่าเบาหนักแค่ไหนเหมือนกัน

ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนจีนปลุกกระแสบอยคอตไทย เมื่อปี 1936 ตอนรัฐบาลคณะราษฎรปิดโรงเรียนจีน 70 กว่าแห่ง จากทั้งหมด 100 แห่งในสยาม ฝ่ายจีนไม่พอใจถึงกับปลุกกระแสคว่ำบาตรสยาม ตอนนั้นสยามส่งข้าวไปขายจีนมีสัดส่วนตลาดในจีนถึง 40% ช่วงทศวรรษที่ 1920 การคว่ำบาตรส่งผลกระทบพอสมควร

ที่เล่าเรื่องโบราณ เพราะจะบอกว่าไทยกับจีนไม่ได้ปรองดองกันเสมอไป ไอ้คำว่า 中泰一家亲 หรือไทยจีนคนบ้านเดียวกัน บางทีมันเป็นคำที่สวยหรูดูดี แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ตรงกันข้ามเพราะใกล้ชิดกันมากไป จึงกระทบกระทั่งกันง่าย เหตุที่ไทยกีดกันคนจีนตอนนั้นเพราะกลัวคนจีนกุมชะตากรรมเศรษฐกิจของชาติ ก็เหมือนตอนนี้คนไทยรังเกียจภาคธุรกิจจีนที่มาตักตวงในไทยอย่างผิดกฎหมาย

แต่โทสะมันทำให้ตาพร่ามัว ข้อเท็จจริงจะถูกละเลย อย่างกรณีเรือล่ม ชาวเน็ตไทย (รวมถึงบิ๊กบางคน) บอกว่าเรือตัวปัญหาเป็นของบริษัทศูนย์เหรียญ แต่ชาวเน็ตจีนบอกว่าบริษัทของคนไทย ทัวร์ก็ไม่ใช่ศูนย์เหรียญแต่ใช้จ่ายในไทยแน่นอน

เรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ ตอนแรกชาวเน็ตจีนบางคนไม่รู้จักและไม่รู้ว่าคนต่างชาติทำธุรกิจแบบนี้ไม่ได้ เลยลำเลิกว่าคนจีนมาลงทุนในไทยแล้วไยไทยจึงใช้คำพูดเหยียดหยามกัน ถ้าเข้าใจสักนิดความดราม่าคงจะน้อยกว่านี้

ใครถูกใครผิด ผมอยากให้สอบสวนโดยเร็ว เพราะไทย-จีนรับสารกันคนละทางแล้ว ยังไม่นับเรื่องที่ชาวเน็ต 2 ประเทศขยันโพสต์ทัศนะด้านลบของกันและกัน นี่ถ้าวอร์ข้าม Facebook กับ Weibo กันได้คงทำกันแล้ว

อีกอย่างคือคนไทยต้องแยกแยะด้วย เรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญก็ประเด็นหนึ่ง แต่ทัวร์จีนที่มาใช้จ่ายกันเต็มที่ก็มีมิใช่น้อย ไอ้ที่เราต่อว่าเขา อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ เขารับทราบทัศนะคนไทยว่าดูแคลนไม่ต้อนรับ ก็เหมือนราดน้ำมันเข้าใส่กองเพลิง

ด้วยความรำคาญ มีอยู่ช่วงหนึ่งผมอยากจะให้คนจีนบอยคอตดูสักตั้ง อยากจะรู้ว่าเศรษฐกิจไทยจะกระทบแค่ไหน อีกอย่างคือผมไม่ค่อยพอใจที่เศรษฐกิจของเราพึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป พอมีตัวแปรแบบนี้จะเกิดความไร้เสถียรภาพทันที (แต่จะไม่ให้พึ่งท่องเที่ยวก็ไม่ได้ เพราะโนว์ฮาวของเราที่จะสร้างตัวให้พัฒนาเหมือนเกาหลีใต้ก็ไม่มี แม้แต่เกาหลีใต้เองที่ภูมิใจหนักหนาว่าพึ่งตัวเองได้จากอุตสาหกรรมไฮเทค ยังต้องร้องโอ๊กตอนที่จีนคว่ำบาตรเรื่องท่องเที่ยว เพราะมันโดนผลกระทบกันถ้วนหน้า)

ถึงจะอยากให้ลองบอยคอต แต่ก็เป็นแค่ความคิดแผลงๆ เพราะรู้ว่าบอยคอตกันจริงๆ คนที่เจ็บคือไทยไม่ใช่จีน ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วจากกรณีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ รวมถึงฟิลิปปินส์ ปี 2012

บางคนอาจบอกว่า ไปยอมก้มหัวให้ทำไม มันทำผิดกฎหมาย ก็ต้องบอกว่าให้รอผลสอบก่อน ตอนนี้พูดอะไรไม่คิดแบบบิ๊กบางคน ถ้าเกิดฝ่ายจีนไม่ผิดไทยจะเอาหน้าไว้ที่ไหน? ถ้าฝ่ายนั้นผิดก็ควรที่รัฐบาลจะล้างบางธุรกิจกาฝากมันเสียที รวมถึงเชือดพวกข้าราชการขี้ฉ้อด้วย เมื่อ 2 ปีก่อนผมเคยเขียนบทความเร่งให้กำจัดทัวร์ศูนย์เหรียญไป ก็ขยับกันนิดหน่อย ตอนนี้เป็นไงละครับ

ถึงเขาไม่ใช่ทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่การปล่อยให้ปัญหาค้างคา ทำให้ทัศนะต่อปัญหานี้เป็นภัยต่อ 2 ประเทศในที่สุด ทางการคงจะเห็นแล้ว

ถ้าจีนบอยคอตขึ้นมา คนที่เจ็บจะไม่ใช่ทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะเงินส่วนนั้นไม่เกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว คนที่จะร้องโอยคือคนไทยที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว ที่นำรายได้หลักเข้าประเทศนั่นเอง

(คล้ายๆ การบอยคอตสยามเมื่อปี 1936 คนที่ผลกระทบผิดฝาผิดตัว เพราะคนเจ็บไม่ใช่คนสยามเชื้อสายไทย แต่เป็นคนสยามเชื้อสายจีน ที่กุมเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้ อีกทั้งยังเสี่ยงที่ญี่ปุ่นจะฉวยโอกาสไปกุมตลาดสยามแทนคนจีน ทำให้การบอยคอตนี้จบลงในเวลาไม่นานนัก พอเข้าทศวรรษที่ 1940 ข้าวสยามกุมตลาดจีนถึง 50% ด้วยซ้ำ)

อย่างไรก็ตาม กระแสบอยคอตของจีนบางคน คงจะไม่ลามใหญ่โต ถ้าผู้ใหญ่บ้านเราไปคุยผู้ใหญ่ฝั่งโน้นให้ช่วยปรามๆ กระแสลงบ้าง เพราะเราก็ขอโทษแล้ว อีกอย่างจีนมักจะไม่สั่งบอยคอตระดับทางการ เช่น กรณีเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่ประชาชนทำกันเอง ยิ่งกรณีของไทยไม่ใช่เรื่องความมั่นคงด้วย กระแสคงจะจางไปในเวลาไม่นาน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69