posttoday
ประกันชีวิตรุ่งกูรูนอกฟันธงโตเลขสองหลัก

ประกันชีวิตรุ่งกูรูนอกฟันธงโตเลขสองหลัก

19 ตุลาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — นักเศรษฐศาสตร์ชี้ธุรกิจประกันในภูมิภาคเอเชียเติบโตฉุดไม่อยู่

นายไมเคิล ไฮส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ อลิอันซ์ เอสอี ประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า ตลาดประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชียสามารถรอดพ้นจากวิกฤตได้ดี โดยอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในช่วงปีก่อนจะหดตัวลง แต่ยังคงเป็นตัวเลขสองหลัก

การฟื้นตัวของประเทศต่างๆ ในตลาดเกิดใหม่ในเอเชียยังคงเติบโตชนิดที่ยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ โดยนับจากปี 2558 เป็นต้นไป ประเทศจีนจะกลายเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชีย และประเทศอินเดียจะแซงหน้าประเทศเกาหลีใต้ ส่วนในแง่ของยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมด ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจประกันชีวิตในเอเชีย

ทั้งนี้ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตรายปีของเบี้ยประกันในหลายๆ ตลาดมีการขยายตัวกว่า 10% และในประเทศจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย มีอัตราการเติบโตรายปีของเบี้ยประกันโดยเฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 25%

“อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันในตลาดเกิดใหม่นี้อยู่ในระดับที่สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราการถือครองกรมธรรม์ (Penetration Rate) ในระดับภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในตลอดสิบปี” นายไฮส์ ระบุทั้งนี้มีเพียงเกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่มีการรับประกันในอัตราที่สูงมาก และเป็นประเทศเดียวที่มีอัตราการถือครองกรมธรรม์ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่ายอดเบี้ยประกันจะซบเซา ในทางตรงกันข้าม อัตราการเติบโตรายปีของเกาหลีใต้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.6%

ในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศต่างๆในตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่จะสามารถพัฒนาตัวขึ้น และจะมีอัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ในระดับเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 2020 หรือ ปี 2563 ศักยภาพในการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะยังคงเติบโตได้อีก โดยดูจากยอดเบี้ยประกันภัยรับต่อคนเทียบกับรายได้ต่อหัว ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้วยยอดเบี้ยประกันต่อคนอยู่ที่ 2,343 ยูโร และรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 2.85 หมื่นยูโร ในปี ค.ศ. 2009 หรือ ปี 2552 ตามด้วยฮ่องกง ไต้หวันและสิงคโปร์เป็นลำดับถัดไป

ยอดประกันต่อคนของประเทศจีนนั้นอยู่แค่ 56 ยูโร และถึงแม้ว่าในอีกสิบปีข้างหน้าก็จะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 500 ยูโร ส่วนของประเทศอินเดียจะดีดตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ไม่เกิน 120 ยูโร ในเวลาอีก 10 ปี และในอินโดนีเซียจะอยู่ที่ประมาณ 80 ยูโร ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพิ่มขึ้น อยู่ที่การพัฒนาของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ และที่สำคัญที่สุดคือระดับความมั่งคั่งของแต่ละประเทศ

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ อลิอันซ์ เอสอี ประเทศเยอรมัน กล่าวว่า ตามกฎแล้ว เมื่อใดก็ตามที่รายได้ต่อหัวของประชากรเกิน 1 หมื่นยูโร ความต้องการในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์จะปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อคนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทุนประกันและเบี้ยประกันต่อกรมธรรม์ก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ในหมู่ประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย มีเพียงมาเลเซียที่จะขึ้นไปถึงจุดนั้นได้ใกล้เคียงที่สุดในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) ซึ่งกว่าที่ประเทศอื่นๆ จะพัฒนาไปได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

นอกจากนี้ ในหลายๆ ประเทศยังคงมีประชากรคนรุ่นหนุ่มสาวอยู่ ซึ่งกว่าจะถึงปี 2593 กลุ่มคนอายุ 3060 ปี จะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และคนในกลุ่มอายุนี้ต้องการการประกันชีวิตมากที่สุดนอกจากนี้เรายังได้ถึงเห็นการทบทวนในเรื่องของเงินบำนานที่จะมีการปรับลดลง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค