posttoday
ความหลากหลายคือความปลอดภัย (Safety in Diversity)

ความหลากหลายคือความปลอดภัย (Safety in Diversity)

19 ตุลาคม 2553

.....ธีระ ภู่ตระกูล

คุณไม่สามารถเรียนว่ายน้ำโดยศึกษาจากหนังสือเรียนเท่านั้น คุณต้องยอมเปียกโดยการกระโดดลงไปในน้ำ การลงทุนก็เหมือนกัน คุณจะไม่มีทางเข้าใจการลงทุนจนกว่าคุณจะประสบปัญหาภาวะตลาดขาลง บทเรียนที่มีค่าจะช่วยให้คุณสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ดีและเลวร้ายไปได้ แต่เมื่อตลาดหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลง ร้อยละ 5 ต่อสัปดาห์ นักลงทุนแต่ละคนต้องการความปลอดภัย และจากประสบการณ์ของผม ความปลอดภัยที่ดีที่สุดคือการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง (Diversify) คำว่ากระจายการลงทุน (Diversification) เป็นคำที่คุ้นเคยสำหรับนักลงทุนส่วนมาก ซึ่งสามารถแปลความหมายได้อย่างง่ายๆ ว่า อย่าเอาไข่ทั้งหมดใส่ไว้ในตะกร้าเดียวกัน ถึงแม้ว่าความหมายดังกล่าวสามารถจับจุดสำคัญของเรื่องนี้ได้ แต่คำสอนดังกล่าวก็ไม่ได้มีความหมายมากนักสำหรับบทบาทของการกระจายการลงทุน และไม่ได้ให้คำแนะนำอย่างชัดเจนว่าการแบ่งพอร์ตการลงทุนให้หลากหลายจะทำให้เกิดอะไรขึ้น

หากมองลึกลงไปในภาพรวมของการกระจายการลงทุน ประเด็นสำคัญคือพอร์ตการลงทุนควรจะประกอบด้วยการลงทุนในหลายรูปแบบเพื่อจะลดความเสี่ยง อาทิ โอกาสที่ผลตอบแทนของการลงทุนดังกล่าวจะไม่ตรงกับที่คาดหมายไว้ ซึ่งรวมถึงโอกาสที่อาจจะขาดทุนบางส่วนหรือสูญเสียเงินต้นทั้งหมด ตัวอย่างคือ การลงทุนในหุ้นของบริษัทเดียวหากบริษัทดังกล่าวประสบปัญหาอย่างรุนแรง พอร์ตของคุณจะได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากปัญหาดังกล่าว แต่หากคุณแบ่งการลงทุนของคุณเป็นสองบริษัท จะทำให้คุณสามารถลดความเสี่ยงต่อพอร์ตของคุณลงได้

อีกวิธีที่จะลดความเสี่ยงคือการเพิ่มพันธบัตรหรือเงินสดลงในพอร์ตลงทุนหุ้น คุณต้องจำไว้ว่าการจัดแบ่งทรัพย์สิน (Asset Allocation) กับการกระจายความเสี่ยง (Diversification) เป็นแนวคิดที่คล้ายกัน การแบ่งแยกหน่วยลงทุนในพอร์ตเกิดขึ้นจากการจัดแบ่งทรัพย์สินการลงทุน เมื่อพอร์ตประกอบด้วยหุ้นและพันธบัตร นักลงทุนในแนวรุกมักจะแบ่งส่วนประกอบร้อยละ 80 เป็นหุ้น และร้อยละ 20 เป็นพันธบัตร ในขณะเดียวกันนักลงทุนแนวรับมักจะแบ่งพอร์ตที่ประกอบด้วยหุ้นร้อยละ 20 และพันธบัตรร้อยละ 80 อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนในแนวรุกหรือแนวรับระยะเวลาการลงทุนของคุณ ความอดทนต่อความเสี่ยง เป้าหมายการลงทุน ความสามารถทางการเงิน และประสบการณ์ในการลงทุนของคุณ จะเป็นส่วนสำคัญในการจัดส่วนประกอบของพอร์ตการลงทุนของคุณ

ถึงแม้ว่ากลุ่มการลงทุนแบบหนึ่งอาจจะเหมาะกับการบริหารเงินสด แต่กลุ่มการลงทุนดังกล่าวอาจไม่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว อาทิ เพื่อการเกษียณหรือเพื่อเป็นทุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยของลูกคุณ ส่วนประกอบของหุ้นและพันธบัตรในแต่ละพอร์ตจะจัดขึ้นตามอัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงต่อผลตอบแทน ซึ่งจะทำให้คุณมีโอกาสที่จะได้รับปริมาณผลตอบแทนตามอัตราความเสี่ยงที่คุณสามารถยอมรับได้ หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือ ยิ่งคุณยอมรับความเสี่ยงได้สูงเท่าไร คุณก็จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนได้มากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง (Risk/Return Tradeoff) คุณจะต้องคำนึงถึงอัตราความเสี่ยงที่คุณสามารถยอมรับได้ในการเลือกหน่วยลงทุนในพอร์ตของคุณ การยอมรับความเสี่ยงนั้นเป็นราคาของผลตอบแทนที่คุณจะได้รับ เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการทำกำไร คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมดได้ เป้าหมายที่ถูกต้องควรจะเป็นความพยายามที่จะค้นหาจุดสมดุล ซึ่งจะเป็นจุดที่สามารถทำกำไรให้คุณได้บ้าง ในเวลาเดียวกัน คุณก็นอนหลับสบายได้ทุกคืน

การแลกเปลี่ยนระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนเป็นปัจจัยหลักในการจัดแบ่งทรัพย์สินของคุณ เป็นสิ่งง่ายที่ทุกคนตั้งเป้าว่าต้องการผลตอบแทนที่สูงที่สุด แต่เพียงแค่การเลือกหลักทรัพย์ที่มี “โอกาส” ที่จะทำผลตอบแทนได้มากที่สุดนั้นไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง หลายครั้งกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีผลออกมาดีที่สุดจะเปลี่ยนปีต่อปี วิกฤตในปี ค.ศ. 1929 ปี ค.ศ. 1987 และปี ค.ศ. 1997 และการหดตัวในช่วงปี ค.ศ. 2000 และปี ค.ศ. 2008 เป็นตัวอย่างว่าการลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มว่าจะมีผลตอบแทนสูงสุด ไม่ใช่เป็นแผนการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด สิ่งที่แบ่งแยกนักลงทุนที่กระหายกำไร และต้องการผลตอบแทนสูงกับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ คือ ความสามารถในการชั่งน้ำหนักของความแตกต่างระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน

นักลงทุนมีเครื่องมือหลายอย่างที่สามารถเลือกใช้ได้ในการจัดสรรพอร์ตการลงทุน สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลา เงินที่มากนัก หรือความสนใจในการลงทุน กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่สะดวก ในปัจจุบันนี้มีกองทุนรวมให้เลือกหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการ รูปแบบการลงทุนและแนวทางการแบ่งแยกหลักทรัพย์ของคุณ สำหรับนักลงทุนที่มีความสนใจในหลักทรัพย์ตัวเดี่ยว ก็จะมีหุ้นและพันธบัตรที่เหมาะสมกับความต้องการเช่นกัน บางครั้งนักลงทุนอาจจะเพิ่มสิ่งที่สะสมได้ เช่น ภาพวาด อสังหาริมทรัพย์หรือการลงทุนแบบอื่นๆ ลงไปในพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีหุ้น พันธบัตร และกองทุนรวมนับพันให้เลือก แม้แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์สูงก็ยังต้องเผชิญความยากลำบากในการเลือกหน่วยลงทุนที่ถูกต้องและเหมาะสม เพราะฉะนั้นการเริ่มพอร์ตโดยการเลือกหุ้นเป็นตัวๆ อาจจะเป็นวิธีที่ผิด คุณควรจะเริ่มโดยการตัดสินใจว่ากลุ่มกองทุนรวมอันไหนที่ตรงกับความต้องการของคุณ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน