posttoday
ค่าเงินไม่กระทบตลาดประกันเอเซีย

ค่าเงินไม่กระทบตลาดประกันเอเซีย

18 ตุลาคม 2553

ค่าเงินไม่กระทบตลาดประกันเอเชีย วิ่งต่อโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% 

ค่าเงินไม่กระทบตลาดประกันเอเชีย วิ่งต่อโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% 

นายไมเคิล ไฮส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ อลิอันซ์ เอสอี ประเทศเยอรมัน กล่าวว่า ตลาดประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชียสามารถรอดพ้นจากวิกฤตได้ค่อนข้างดี แน่นอนว่าอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในช่วงปีก่อนหน้านั้นจะหดตัวลงบ้าง แต่อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันในเกือบทุกประเทศยังคงมีการเติบโตอยู่ที่ตัวเลขสองหลัก วิกฤตการณ์ทางการเงินถือเป็นเพียงอุปสรรคระยะสั้น บนเส้นทางการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจประกันชีวิตในตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

ในแง่ของยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมด ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจประกันชีวิตในเอเชีย แต่การฟื้นตัวของประเทศต่างๆในตลาดเกิดใหม่ในเอเชียยังคงเติบโตชนิดที่ยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ โดยนับจากปี ค.ศ. 2015  หรือ ปี 2558 เป็นต้นไป ประเทศจีนจะกลายเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชีย และประเทศอินเดียจะแซงหน้าประเทศเกาหลีใต้ ทั้งนี้ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตรายปีของเบี้ยประกันในหลายๆตลาดมีการขยายตัวกว่า 10%และในประเทศจีน อินเดียและอินโดนีเซียมีอัตราการเติบโตรายปีของเบี้ยประกันโดยเฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 25%

สำหรับ อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันในตลาดเกิดใหม่นี้อยู่ในระดับที่สูงกว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ส่งผลให้อัตราการถือครองกรมธรรม์ (Penetration rate) ในระดับภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในตลอดสิบปีที่ผ่านมา ทั้งนี้มีเพียงเกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่มีการรับประกันในอัตราที่สูงมาก และเป็นประเทศเดียวที่มีอัตราการถือครองกรมธรรม์ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่ายอดเบี้ยประกันจะซบเซา ในทางตรงกันข้าม อัตราการเติบโตรายปีของเกาหลีใต้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.6%

ในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศต่างๆในตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่จะสามารถพัฒนาตัวขึ้น และจะมีอัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ในระดับเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามในปี ค.ศ. 2020  หรือ ปี 2563 ศักยภาพในการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะยังคงเติบโตได้อีก โดยดูจากยอดเบี้ยประกันภัยรับต่อคนเทียบกับรายได้ต่อหัว ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้วยยอดเบี้ยประกันต่อคนอยู่ที่ 2,343 ยูโร และรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 2.85 หมื่นยูโร ในปี ค.ศ. 2009 หรือ ปี 2552 ตามด้วยฮ่องกง ไต้หวันและสิงคโปร์เป็นลำดับถัดไป

ในขณะที่ ช่องว่างของแต่ละประเทศในตลาดประกันชีวิตของภูมิภาคเอเชียเองยังเป็นที่พูดถึงเช่นกัน โดยเห็นได้จาก ยอดประกันต่อคนของประเทศจีนนั้นอยู่แค่ 56 ยูโร และถึงแม้ว่าในอีกสิบปีข้างหน้าก็จะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 500 ยูโร ส่วนของประเทศอินเดียจะดีดตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ไม่เกิน 120 ยูโร ในเวลาอีก 10 ปี และในอินโดนีเซียจะอยู่ที่ประมาณ 80 ยูโร ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพิ่มขึ้น อยู่ที่การพัฒนาของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ และที่สำคัญที่สุดคือระดับความมั่งคั่งของแต่ละประเทศ

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ อลิอันซ์ เอสอี ประเทศเยอรมัน กล่าวว่า ตามกฎแล้ว เมื่อใดก็ตามที่รายได้ต่อหัวของประชากรเกิน 1 หมื่นยูโร ความต้องการในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์จะปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อคนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทุนประกันและเบี้ยประกันต่อกรมธรรม์ก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

อย่างไรก็ตาม ในหมู่ประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย มีเพียงมาเลเซียที่จะขึ้นไปถึงจุดนั้นได้ใกล้เคียงที่สุดในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) ซึ่งกว่าที่ประเทศอื่นๆ จะพัฒนาไปได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรในภูมิภาคเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดความต้องการในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าการเติบโตของจำนวนประชากรในภูมิภาคจะลดลงอย่างรวดเร็ว และในหลายๆประเทศยังคงมีประชากรคนรุ่นหนุ่มสาวอยู่ ซึ่งกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี 2593 กลุ่มคนอายุ 30-60 ปีจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และคนในกลุ่มอายุนี้เองที่จะมีความต้องการสินค้าประกันชีวิตมากที่สุด นอกจากนี้เรายังได้ถึงเห็นการทบทวนในเรื่องของเงินบำนานที่จะมีการปรับลดลง ประชาชนต้องหันมาพึ่งเงินเก็บของตัวเองมากขึ้น
 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69