
พฤกษาเอาใจลูกค้า ตั้งทีมหลังการขาย
โพสต์ทูเดย์
— พฤกษาเร่งปั้นทีมบริการหลังการขายอาคารชุด ประเดิมกลุ่มแบรนด์ เดอะ ซี้ด ชิงเบอร์หนึ่งตลาดคอนโดนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า นับจากนี้จะเร่งปั้นทีมบริการหลังการขายอาคารชุด หลังจากที่พฤกษา หันมาบุกตลาดคอนโดได้ประมาณ 3 ปี โดยเพิ่งเริ่มส่งมอบเป็นครั้งแรกในช่วงปีนี้ 5 โครงการ และเตรียมส่งมอบอีกในปีหน้าหลายแห่ง จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการบริหารจัดการอาคารหลังลูกค้าเข้าอยู่
ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ตั้งบริษัทลูกเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการอาคาร เพราะเน้นการจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการ โดยแต่ละหน่วยธุรกิจที่พัฒนาคอนโดมิเนียม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 ทีม เป็นผู้ประสานงานและกำหนดแนวทางในการดูแลอาคาร ซึ่งแต่ละทีมจะมีกลยุทธ์แตกต่างกันตามลักษณะความต้องการของกลุ่มลูกค้า
“
เราต้องการให้การบริการหลังการขายเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ใช่ใช้รูปแบบเดียวกันทุกโครงการ” นายประเสริฐ กล่าวทั้งนี้ ทีมคอนโดมิเนียมที่ดูแลในส่วนของบูทีกคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ เดอะ ซี้ด และแชปเตอร์วัน เป็นทีมแรกที่ประเดิมตั้งทีมบริการหลังการขายภายใต้ชื่อ Stylish Residences เนื่องจากเป็นปีที่แบรนด์ เดอะ ซี้ด รับโอนเป็นจำนวนมากโดยได้กำหนดแนวทางบริการผู้อยู่อาศัยให้กับกลุ่มบูทีค คอนโดมิเนียมคล้ายการบริการของโรงแรม เช่น โทรสั่งอาหารจากร้านดัง บริการซักรีด เรียกแท็กซี่ รวมถึงบริการฝากขาย ปล่อยเช่า ออกแบบตกแต่งห้อง เพื่อสร้างความแตกต่างจากการบริหารคอนโดมิเนียมของโครงการอื่นๆ
สำหรับในปีนี้คอนโดฯ เดอะซี๊ด ระดับราคา 23 ล้านบาทเป็นแบรนด์ที่มีการเปิดตัวและมียอดขายมากที่สุดในกลุ่มคอนโดฯ พฤกษา จากทั้งหมด 8 แบรนด์ มีมูลค่าขายประมาณ 4,500 ล้านบาท คิดเป็น 3040% ของยอดขายคอนโดฯ พฤกษาฯ รองลงมาเป็น เดอะ ทรี ระดับราคา 12 ล้านบาท ที่มียอดขายประมาณ 2,000
– 3,000 ล้านบาทนอกจากนี้ ยังตั้งเป้าที่จะเป็นเบอร์หนึ่งในเชิงยอดขายของตลาดคอนโดมิเนียม โดยคาดว่าสิ้นปีจะปิดยอดที่ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมียอดขายเข้ามาแล้ว 1.11.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 15% จากปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่งในตลาดคอนโดฯ เพียง 34% เท่านั้น คาดว่าในปี 2554 จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 1520%
ด้านแนวโน้มคอนโดมิเนียมในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทมีความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยวัดจากสัดส่วนการขายในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา คอนโดฯ ต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีเพียง 29% ของตลาดรวมคอนโดฯ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 40% ของตลาดรวมทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ลงมาเล่นในตลาดดังกล่าวมากขึ้น เพราะมองเห็นดีมานด์ขนาดใหญ่ที่เดิมยังมีผู้พัฒนาสินค้าออกมาตอบสนองเพียงไม่กี่รายเท่านั้น







