
มุมมองจากที่สูง
เวลาขึ้นเครื่องบิน ผมชอบมองออกไปนอกหน้าต่าง พอเครื่องค่อยๆ สูงขึ้น จะเห็นวิวข้างล่างที่สวยในระดับแตกต่างกันไป
โดย ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
เวลาขึ้นเครื่องบิน ผมชอบมองออกไปนอกหน้าต่าง พอเครื่องค่อยๆ สูงขึ้น จะเห็นวิวข้างล่างที่สวยในระดับแตกต่างกันไป ตึก ถนน ที่ใหญ่จากด้านล่าง ค่อยๆ เล็กลง เพราะมุมมองเราสูงขึ้น กระทั่งเห็นภาพรวมทั้งเมือง แม่น้ำ เส้นทางไฮเวย์ แนวรถไฟฟ้า ตึกสูง รถยนต์ เหมือนแผนที่
สนามบินแต่ละประเทศ ย่อมทำให้เราเห็นทัศนียภาพเมืองจากใต้เครื่องที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการวางผังเมืองที่เป็นเอกลักษณ์แต่ละที่ เวลาเห็นสัญลักษณ์บางอย่างชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมาในอดีต อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การคมนาคมของประเทศนั้น
สนามบินติดทะเล จากมุมสูงของเครื่องก็ได้เห็นวิวอีกแบบ ที่น่าทึ่งคือ ถมที่สร้างเป็นเกาะยื่นออกไปได้อย่างไร และมหัศจรรย์ยิ่งเมื่อหลายปีก่อน ระหว่างแวะพักเครื่องที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยุโรป ทริปเดียวของชีวิตได้เห็นเกาะปาล์มในอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐอาหรับ
เอมิเรตส์ แต่ละเกาะมีรูปเป็นต้นปาล์ม ล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม สร้างเป็นบ้านพักหรู รีสอร์ท อย่างน่าทึ่ง
บางเส้นทางเห็นภูเขาสูงจากทะเลทราย เหมือนดูสารคดีเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แบบเรียลิตี้
ในไทย เมื่อใกล้ถึงดอนเมือง “จานบินธรรมกาย” จะเด่นหราทักทายผู้โดยสารทุกเที่ยวบิน ชวนนึกถึงอาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองแห่งนี้ แม้วันนี้จะโรยรา แต่อนุสาวรีย์จานบินก็ยังตั้งตระหง่านเหมือนพร้อมจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
การมองจากฟ้าช่วงกลางคืนช่างแตกต่างจากกลางวัน เมืองระยิบระยับ เหมือนดวงดาวใต้ฟ้ากระจายตัวเป็นระเบียบ จุดไหนแต้มสีหนาแน่นสะท้อนถึงการเติบโตของเมืองเขตอุตสาหกรรม เส้นถนนเป็นแสงสีเหลืองส้มเหมือนเลเซอร์ตัดกับไฟรถ บอกถึงชีวิตที่เริงร่า มีความหวังทุกหนแห่ง
เวลาเครื่องบินลดระดับลงสนามบิน ภาพต้นไม้ที่เล็กจากมุมสูง ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเพราะมันใกล้เราเข้ามา ขอบของภาพเริ่มแคบลง มิติในการมองลดความหลากหลายลง จนรู้สึกอึดอัด เมื่อเครื่องแตะรันเวย์ ระนาบการมองของเราอยู่ในแนวเดียวกัน ทุกอย่างเห็นแค่ชั้นเดียว ไม่มีความลึก ไม่เห็นมิติ ทุกอย่างเป็น 1 ต่อ 1
เช่นกัน นาฬิกาที่ผมใส่ชอบแบบเข็มมากกว่าตัวเลข ยามมองหน้าปัดมันช่วยให้ผมนึกถึงเวลาที่เหลืออยู่อีกกี่ชั่วโมงกี่นาที จะต้องทำอะไรให้เสร็จ และอะไรที่ยังไม่ได้ ทำให้เห็น “ภาพรวม” ของเวลาในรอบวันทั้งหมด ผมไม่ได้เป็นนักจัดการเวลาอะไร หรือขยันสุดตัว แต่อย่างน้อยมันช่วยให้ผมกลัวและเป็นกังวลถ้าต้องพอกงานไปเรื่อยๆ
พูดถึงก็นึกถึงการถ่ายภาพจากโดรน ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมไม่เฉพาะในไทย แต่ทั่วโลก เป็นภาพมุมสูงที่ให้มิติความสวยแปลกตาจากมุมกว้าง ด้วยองค์ประกอบรอบตัวเรา ถ่ายภาพข้างล่างเป็นเมือง ชุมชน สถานที่เที่ยวที่หลากหลาย เป็นประโยชน์ทั้งวางแผน ตรวจสภาพการจราจร ดูลักษณะภูมิศาสตร์ สำรวจพลังงาน อุตสาหกรรม
ในเชิงรัฐศาสตร์ โดรนยังใช้ช่วยรักษาสันติภาพ เช่น ส่องดูกองกำลัง กลุ่มติดอาวุธ หรือใช้โดรนในด้านความปลอดภัย ค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น ดินถล่ม หรือภัยธรรมชาติต่างๆ ในการสงครามยังใช้โดรนสอดแนมข้าศึกอีกด้วย
ภาพจากโดรนในมุมสูงยังช่วยเราสร้างจินตนาการ วิเคราะห์สถานการณ์ทางออกได้
การแก้ปัญหาหลายครั้ง ต้องมองจากมุมกว้าง มองภาพรวม ถ้าดูแต่ใบไม้ก็จะเห็นแค่ใบไม้ ถ้าประกอบทั้งต้นก็จะเข้าใจวงจรชีวิต ถ้ามองทั้งป่าก็จะเข้าใจระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงภัยคุกคามที่กำลังกับป่าแห่งนั้น เหมือนลาวาภูเขาไฟที่เกาะฮาวาย ภาพมุมสูงจาก
โดรนและเฮลิคอปเตอร์ช่วยเห็นทิศทางการไหลเพื่ออพยพประชาชนได้ล่วงหน้า
การถอยออกมาสักก้าว ดึงตัวเองออกจากหล่มปัญหาที่สาละวนจนมึนตึ๊บคิดไม่ออก ติดล็อกกับเงื่อนไขเดิมๆ ย่อมช่วยให้มองเห็นเหตุของปัญหาจากมิติการมองที่กว้างขึ้น ไม่ใช่มองตรงๆ ด้านเดียว อย่างน้อยก็ทำให้เราเข้าใจ ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้น บางเรื่องถ้าเป็นปมจากทัศนคติที่แตกต่าง แม้เราไม่สามารถเปลี่ยนตัวเราให้ไปเชื่อความคิดอีกฝ่าย แต่ก็ทำให้เข้าใจ “เขา” ได้อย่างถ่องแท้ ทำไมต้องคิดและทำเช่นนั้น จะได้ไม่โกรธ ไม่เกลียดกันเหมือนความคิดขัดแย้งแตกแยกในปัจจุบัน







