posttoday
เปิดกำแพงฟินเทคเมืองจีน... โลกใหม่ที่ต้องไปเจอ

เปิดกำแพงฟินเทคเมืองจีน... โลกใหม่ที่ต้องไปเจอ

29 พฤษภาคม 2561

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ ในตอนแรกฉบับนี้คิดว่าจะเล่าเรื่องพระราชกำหนดคริปโทเคอเรนซี

โดย   Mr.Fintech   แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ ในตอนแรกฉบับนี้คิดว่าจะเล่าเรื่องพระราชกำหนดคริปโทเคอเรนซี แต่ต้องขอติดไว้ก่อน เนื่องจากผมเพิ่งเดินทางกลับมาจากเซียงไฮ้ พร้อมกับคณะผู้บริหารกรุงศรี การเดินทางครั้งนี้เพื่อไปเปิดโลกทัศน์กับสิ่งที่ได้ยินมานานมากแล้ว อีกทั้งเมื่อครั้งที่มีโอกาสได้คุยกับคุณสุทธิชัย หยุ่น ตอนที่ท่านมาสัมภาษณ์ก็ได้แนะนำให้ผมไปดูของจริงสักครั้ง
ครั้งนี้ก็เป็นการมาเยือนประเทศจีน โดยเลือกเซียงไฮ้เป็นจุดมุ่งหมายแรกสิ่งที่ได้ตื่นตาตื่นใจและผมเก็บเอามาบอกเล่าคุณผู้อ่านมีหลักๆ  ด้วยกัน 3 เรื่อง
1.ใครๆ ก็คงรู้ดีว่าจีนเป็นประเทศสังคมไร้เงินสด แต่ถ้าหากมาสัมผัสแล้วจะรู้เลยว่า ถ้าอยู่เมืองจีนแล้วไม่มี Alipay หรือ WeChat Pay ชีวิตจะลำบากอย่างมากพอสมควร เนื่องจากทุกร้านค้า (ต้องย้ำว่าทุกร้านจริงๆ ไม่ว่าจะร้านใหญ่ ร้านเล็ก หรือตลาดสด) รับการจ่ายแบบคิวอาร์โค้ด (QR) แต่ก็ยังมีที่รับเงินสดได้อยู่บ้าง แต่หากจ่ายเป็นธนบัตร 100 หยวน หรือ 500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นธนบัตรที่มีมูลค่าสูงสุดแล้วก็อาจจะเกิดอาการไม่มีเงินทอน ซึ่งผมก็สังเกตในถาดเงิน Cashier ในหลายๆ ร้าน ก็เห็นว่าแม้ร้านนั้นจะขายดีแค่ไหน แต่ในถาดเงินก็แทบไม่มีเงินสดเลย ยิ่งเป็นร้านค้าในย่านที่ไม่ใช่เป็นแหล่งรับนักท่องเที่ยวแล้ว ความลำบากจะเกิดขึ้นทันที เพราะแม้แต่บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard ก็แทบจะไม่รับเลย
ผมได้มีโอกาสได้ถามหนุ่มสาวชาวจีนว่าชีวิตของพวกเขาพกเงินสดกันบ้างมั้ย คำตอบที่ได้คือ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะพกเพียงเศษตังค์เอาไว้ไม่เกิน 100 หยวน หรือบางคนก็เลือกที่จะไม่พกเงินสดเลย ดังนั้นเมื่อเราจ่ายค่าสินค้าเป็นเงินสดไปก็จะเกิดความลำบากทันที เพราะร้านค้าเหล่านั้นต้องไปแบงก์จะหาตู้เอทีเอ็มก็ไม่ง่าย เพราะถือว่าที่จีนนั้นจำนวนตู้เอทีเอ็มถือว่ามีน้อยมาก ดังนั้น แทบไม่ต้องพูดถึงตู้ฝากเงินแบบ CDM เลย

เปิดกำแพงฟินเทคเมืองจีน... โลกใหม่ที่ต้องไปเจอ

เรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่า การบริหารจัดการเงินของจีนทั้งบริษัทห้างร้านและส่วนตัวมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งทำให้ธนาคารสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อย่างมหาศาล
2.เรื่องนวัตกรรมของจีนที่ล้ำหน้าไปมากและสามารถปรับใช้ให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนเอเชียได้ดี ผมมีโอกาสไปที่ Auchan Minute ซึ่งก็คือร้านสะดวกซื้อที่ไม่มีพนักงานขาย โดยลูกค้าจะต้องสแกน QR ผ่าน Alipay เพื่อเปิดประตูเข้าร้าน เลือกซื้อสินค้าที่ต้องการ โดยหยิบสินค้าเหล่านั้นไปที่ self-service cashier และทำการจ่ายเงินโดยใช้ Alipay เท่านั้น หลังจากจ่ายเสร็จ ประตูก็จะทำงานเปิดโดยอัตโนมัติภายใน 5 วินาที (ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที) โดยธุรกิจนี้แจ็ค หม่า ก็ได้เข้าครอบครองแล้ว ซึ่งผมมองแล้วต่างจากที่ Amazon Go ทำ โดยแม้ว่า Amazon Go จะสะดวกกว่าตรงที่เวลาเดินเข้า-ออกประตูได้โดยไม่ต้องสแกน แต่จุดที่ยากคือ สินค้าทุกชิ้นต้องติดแท็ก RFID เพื่อให้อ่านข้อมูลได้ โดยปัจจุบันแท็กตัวนี้ยังมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้การขยายกิจการลำบาก
3.สิ่งที่เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งในประเทศจีนคือ เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) โดยที่เหมือนๆ บ้านเราอย่าง แชร์รถที่เมืองจีนทุกคนก็ใช้แอพ Didi แต่ที่นี่ฮิตฮอตมากที่สุดคือ ใช้เพื่อแชร์รถจักรยาน เราจะเห็นจักรยานจอดเต็มถนน วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก เพียงสแกน QR (อะไรก็ QR ที่นี่) ที่จักรยาน เราก็จะได้รับรหัสลับมาเพื่อกดที่ตัวจักรยาน รถก็จะ Unlock ตัวเอง ทำให้เราสามารถขี่จักรยานไปยังที่หมายและก็ทิ้งรถไว้ที่นั่นได้เลย ซึ่งอัตราค่าบริการอยู่ที่ชั่วโมงละ 2.50 บาทเท่านั้น

เปิดกำแพงฟินเทคเมืองจีน... โลกใหม่ที่ต้องไปเจอ

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ แชร์ Power Bank ซึ่งจะมีเครื่องนี้อยู่ตามห้างหรือร้านอาหาร ธุรกิจนี้ตอบ Pain Points ของลูกค้าคนจีนได้ดีมาก เพราะถ้ามือถือแบตหมด คนจีนก็จะอยู่ยาก เพราะจะจ่ายเงินก็ต้องใช้มือถือ และคนจีนก็ไม่จำเป็นต้องพก Power Bank ให้หนักอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีการแชร์ตู้เย็น ซึ่งก็จะเหมาะกับการใช้ในสำนักงานที่เราอยากมีไว้ที่ชั้นของเราเอง หรือตามคอนโด เพราะเวลาเราสั่งของสดไป ก็จะสามารถเก็บของเราในตู้เย็นได้ทันที
นี่ก็เป็นประสบการณ์คร่าวๆ ที่อยากมาแชร์กับผู้อ่านว่าประเทศจีนไปไกลขนาดไหนแล้ว และคงไม่แปลกที่ธุรกิจจากประเทศจีนกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองไทย เราเองก็ต้องเตรียมพร้อมรับและอยู่ให้ได้
สำหรับท่านที่ต้องการติดตามข่าวสารและความรู้ฟินเทค สามารถกด Follow ได้ที่ Facebook Krungsri Finnovate ครับ รับรองสนุกแบบมีสาระแน่นอนครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ