
คนเอาถ่าน ฒ2479
ถ่านผลไม้สีดำที่ผลิตได้ มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับถ่านไม้ คือ ดูดกลิ่นในพื้นที่อับ เหมือนๆ กับที่ ปู่ ยา ตา ยาย ของเราใช้เป็นอุปกรณ์วิเศษ ใส่ไว้ในตู้เย็น....
ถ่านผลไม้สีดำที่ผลิตได้ มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับถ่านไม้ คือ ดูดกลิ่นในพื้นที่อับ เหมือนๆ กับที่ ปู่ ยา ตา ยาย ของเราใช้เป็นอุปกรณ์วิเศษ ใส่ไว้ในตู้เย็น....
โดย...นราทิพย์ กวางเส็ง
ใครรที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเชิงเกษตรตามสวนผลไม้ของเกษตรกร สิ่งหนึ่งที่มักจะเห็นเป็นประจำคือ ผลไม้ที่หลุดร่วงก่อนเจ้าของได้เก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นการสูญเสียในแง่ของมูลค่าอย่างน่าเสียดาย
คุณตาบุญช่วย ยิ่งยง ปัจจุบันอายุ 75 ปี แล้ว จึงเกิดความคิดสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการนำผลไม้ที่ร่วงจากต้นก่อนวัยอันควร หรือแม้กระทั่งในช่วงที่ผลผลิตออกมาก แต่ขายไม่ออก แทนที่จะปล่อยเน่าทิ้ง ก็รวบรวมมาเผา ทำเป็นถ่านผลไม้สีดำไว้ขายแทน ภายใต้ยี่ห้อ คนเอาถ่าน ฒ 2479 ซึ่งเป็นปีเกิดของคุณตาบุญช่วยนั่นเอง
ถ่านผลไม้สีดำที่ผลิตได้ มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับถ่านไม้ คือ ดูดกลิ่นในพื้นที่อับ เหมือนๆ กับที่ ปู่ ยา ตา ยาย ของเราใช้เป็นอุปกรณ์วิเศษ ใส่ไว้ในตู้เย็น แต่ถ่านไม้ในอดีต มีรูปทรงที่ไม่สวยงามเท่าไหร่ จึงต้องเก็บและซุกไว้ไม่ให้ใครเห็น
เปรียบเทียบกับถ่านผลไม้ที่มีรูปลักษณ์น่าพิสมัยกว่า ช่วยสร้างแรงดึงดูดต่อผู้ซื้อได้ค่อนข้างง่าย และการนำไปใช้งานก็ยังสามารถตั้งโชว์ได้ด้วย ไม่ต้องเก็บหลบซ่อนเหมือนก่อน
คุณตาบุญช่วย เล่าให้ฟังว่า อาศัยอยู่ใน จ.จันทบุรี มีสวนเล็กๆ ปลูกพืชผัก ผลไม้ และเผาไม้ฟืนให้กลายเป็นถ่านไม้ใช้ภายในครัวเรือนมาเป็นเวลานาน พอได้ไอเดียการเผาผลไม้ให้เป็นถ่าน ก็เลยทดลองนำเอาผลไม้ที่มีอยู่มากมายที่ปลูกในสวน เช่น มังคุดและทุเรียน มาลองผิดลองถูก เสียผลไม้ไปหลายต่อหลายลูก จนกระทั่งมีความเชี่ยวชาญในการเผาถ่านผลไม้
การเผาถ่านผลไม้แต่ละครั้งต้องใช้เวลา 4–6 ชั่วโมง นานที่สุดไม่ให้เกิน 8 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นผลไม้จะกลายเป็นขี้เถ้าไป เมื่อแน่ใจในฝีมือการเผาถ่านผลไม้แล้ว จึงจัดทำหลุมเผาถ่านผลไม้โดยเฉพาะ เพื่อทำขายอย่างจริงจัง เรียกว่าเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กในครัวเรือน
เมื่อมีความชำนาญจากการเผาผลไม้พื้นบ้าน ก็ทดลองเผาผลไม้แปลกๆ เช่น มะกรูด ข้าวโพด น้อยหน่า ฝรั่ง มะเฟือง เงาะ สับปะรด สละ และระกำ
เรียกว่าเจอผลไม้ชนิดไหนก็เอามาเผาให้เป็นถ่านไปเสียหมด พอทำได้จำนวนหนึ่งก็นำมาขายในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ใน จ.จันทบุรี ผลปรากฏว่าไม่ได้รับการตอบรับ เนื่องจากชาวบ้านมองว่า เป็นการสิ้นเปลืองที่มาซื้อถ่านผลไม้ไปใช้ ใช้ถ่านที่ตัวเผาอยู่เป็นประจำก็ได้ ทำให้ขายไม่ออก
คุณตาบุญช่วย เลยต้องให้ลูกสาวทั้งสองคน คือ จริญญา-ฤดีวรรณ ยิ่งยง เข้ามาดูแลวิธีการจัดจำหน่าย จึงกลายเป็นที่มาของการตั้งชื่อแบรนด์ จัดทำหีบห่อให้สวยงามน่าใช้ แล้วนำไปออกงานในจังหวัด
ด้วยความสร้างสรรค์และความกล้าคิดกล้าทำ ส่งผลให้สินค้าดังกล่าวไปสะดุดตา สะดุดใจผู้บริหารจากห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ จนออกปากชวนให้นำเข้ามาทดลองจำหน่ายภายในห้าง
ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาคร่าวๆ ของถ่านผลไม้ดูดกลิ่น คนเอาถ่าน ฒ 2479 ที่กำลังเป็นที่สนใจของแม่บ้านรุ่นใหม่ ชาวต่างชาติ นักเรียน นักศึกษา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้คุณตาบุญช่วยต้องเพิ่มกำลังการผลิตด้วยการให้คุณปู่ณรงค์กร เคลือบมงคล ซึ่งเป็นเครือญาติกัน แต่อาศัยอยู่ใน จ.กาญจนบุรี ช่วยเผาถ่านผลไม้มาเป็นกำลังเสริม
เมื่อวัตถุดิบพร้อม แผนการตลาดพร้อม สินค้าก็พร้อม และมีความหลากหลายขึ้น ฝ่ายการตลาด คือ จริญญา และฤดีวรรณ จึงวางแผนเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ขึ้นทันทีด้วยการนำถ่านผลไม้ไปใส่ถุงผ้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ดูดกลิ่นในรถ ในตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บจานชาม และตู้เก็บอาหาร ทำให้ถ่านผลไม้สีดำธรรมดาเพิ่มมูลค่าขึ้นได้เป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น คุณตาบุญช่วย บอกด้วยว่า ผลพลอยได้จากการเผาถ่านผลไม้ ทำให้ได้น้ำส้มควันไม้ออกมา ซึ่งน้ำส้มควันไม้นี้มีคุณสมบัติในการไล่แมลงศัตรูพืช โดยใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นไม้ดอกไม้ประดับ
ส่งผลให้พืชผักพันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อความสวยงาม หรือเพื่อรับประทาน ไร้แมลงรบกวนโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี และน้ำส้มควันไม้นี่เองที่สามารถขายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืชได้เป็นอย่างดี เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง แม้ว่าถ่านผลไม้จะขายไม่ได้เลยในท้องถิ่นของตัวเอง
ขณะที่เป้าหมายทางการตลาดในระยะต่อไป ก็ได้มีการเตรียมแผนบริการรับจัดกระเช้าถ่านผลไม้ใส่ตะกร้า เพื่อเป็นของ ขวัญของฝาก เนื่องในโอกาสต่างๆ ซึ่งจะสะท้อนรสนิยมของผู้ให้ได้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่า กลุ่มเป้าหมายหลัก หนีไม่พ้นคนกรุงเทพฯ คนรุ่นใหม่ และชาวต่างชาติ ที่รักความสะอาดอย่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง รวมไปถึงเจ้าของกิจการ อาทิ โรงแรม รีสอร์ต ที่ต้องการสร้างความแตกต่างและความประทับใจให้กับผู้ที่เข้ามาพัก
สถานที่จัดจำหน่าย คือ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาท่าพระ บางแค บางกะปิ รามคำแหง และงามวงศ์วาน จะเริ่มวางสินค้าตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นไป หลังจากทดลองจำหน่ายครบ 5 สาขาแล้วในเดือน ต.ค.นี้ และในอนาคตอันใกล้ก็จะนำไปวางจำหน่ายในสยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม เพิ่มเติม
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 08-6811-9939 และ 08-1497-6858







