
ความก้าวหน้า ร่างยุทธศาสตร์ชาติ
มีผู้บอกกล่าวเล่าขานกันว่าบ้านเมืองเราที่ไม่สามารถมีพัฒนาการที่ยั่งยืนได้ เพราะบ้านเราเมืองเรานั้นไม่มีสิ่งที่เป็นวาระแห่งชาติ
มีผู้บอกกล่าวเล่าขานกันว่าบ้านเมืองเราที่ไม่สามารถมีพัฒนาการที่ยั่งยืนได้ เพราะบ้านเราเมืองเรานั้นไม่มีสิ่งที่เป็นวาระแห่งชาติ หรือบ้างก็เรียกว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งวันนี้คำว่า วาระแห่งชาติ คงจะไม่มีใครพูดถึงกันคงจะมีก็
แต่รัฐบาลแห่งชาติกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งสิ่งหลังจากนี้ก็เป็นที่รอคอยพอสมควรสำหรับพี่น้องประชาชน เพราะหากจะเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นทิศทางการพัฒนา โดยเฉพาะพัฒนาการระดับปฏิรูป เพื่อที่จะสามารถเดินออกจากสภาพปัญหาหลายๆ อย่างที่หมักหมมคั่งค้างมานาน และยิ่งหากสามารถนำพาพวกเราออกจากความขัดแย้งในด้านต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านการเมืองได้ ทุกคนก็คงจะยิ้มออกได้บ้าง
แสงสว่างน่าจะเริ่มมีขึ้นบ้างหากว่าผู้บริหารราชการแผ่นดิน หรือผู้ดูแลด้านการปฏิรูปจะได้เอาจริงเอาจังและนำสู่ทางปฏิบัติ ซึ่งสิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ชาติประกอบกับแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้เสนอ
โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ หรือ สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติรับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างยุทธศาสตร์ชาติ และเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน ก่อนที่จะเสนอร่างยุทธศาสตร์ชาติฉบับปรับปรุงเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 5 มิ.ย. 2561 เพื่อคณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติตามขั้นตอนที่กำหนดในกฎหมายต่อไป
ร่างยุทธศาสตร์ชาติดังว่านั้น เริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อสนองตอบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ โดยร่างยุทธศาสตร์ชาตินั้นประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ
ร่างยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าวนี้ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นเป็นที่พอใจแล้วว่าสามารถจะนำเสนอต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย คือ พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ก็ให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างยุทธศาสตร์ชาตินั้น โดยสภาผู้แทนราษฎรมีเวลาในการพิจารณาร่างยุทธศาสตร์นั้นให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว และให้วุฒิสภาพิจารณาและลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาตินั้นให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับ
วันที่ได้รับร่างดังกล่าวจากสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากในตอนนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่แทนทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาดังนั้น ขั้นตอนนี้อาจจะถูกย่นเหลือเพียง 60 วัน และหากต้องการให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น ทั้งระยะเวลาในส่วนของคณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็อาจจะย่นลง จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็จะได้นำร่างยุทธศาสตร์ชาตินั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ







