
‘ทรัมป์’ประกาศล่มซัมมิท‘คิม’
เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระลอกใหม่ หลังสหรัฐล้มเลิกเจรจาปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเดือนหน้า
เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่นเสี่ยงเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระลอกใหม่ หลังสหรัฐล้มเลิกเจรจาปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเดือนหน้า
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า การประกาศยกเลิกการประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือในวันที่ 12 มิ.ย.ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เสี่ยงทำให้บรรดาประเทศเอเชีย ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กลับมาเผชิญความเสี่ยงและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ประเทศเอเชียทั้ง 3 ชาติมองว่าการประชุมสุดยอดเดือน มิ.ย. เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การปลดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะหลังเกาหลีใต้พยายามผลักดันการจัดประชุมดังกล่าวอย่างหนัก ทำให้ประธานาธิบดี มุนแจอิน ของเกาหลีใต้แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งที่การประชุมถูกยกเลิก โดยสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า มุนยังกระตุ้นให้ทรัมป์ต่อสายเจรจาโดยตรงกับ คิมจองอึนผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน เพื่อเดินหน้าปลดอาวุธนิวเคลียร์ต่อ พร้อมเสริมว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ควรล่าช้าออกไปเพราะสหรัฐยกเลิกซัมมิท
ด้าน โรเบิร์ต เคลลี่ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปูซาน เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า การตัดสินใจที่ไม่คาดคิดมาก่อนของสหรัฐ เสี่ยงสร้างรอยร้าวด้านความสัมพันธ์ขึ้นระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐในอนาคต เนื่องจากบ่งชี้ว่าสหรัฐเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือไม่ได้
สำหรับจีนที่นับเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือนั้น ลู่กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กระตุ้นให้สหรัฐและเกาหลีเหนือแสดงความอดกลั้นและเจตนาอันดีต่อกันต่อไป และควรหาทางจัดการเจรจาต่อเพื่อปลดนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน บอนนี่ กลาเซอร์ ผู้อำนวยการศูนย์กลยุทธ์และการศึกษานานาชาติเกี่ยวกับจีน เปิดเผยว่า หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือปะทุขึ้นมาอีก อาจทำให้จีนกลับมาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ในการต้องเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ รอยเตอร์สยังรายงานว่า การล้มเลิกการประชุมสุดยอดล่าสุดยังเสี่ยงเป็นชนวนเพิ่มความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ ท่ามกลางความไม่ลงรอยต่างๆ ระหว่างทั้งสองชาติในขณะนี้ทั้งประเด็นการค้าและความไม่เห็นพ้องกันกรณีพิพาททะเลจีนใต้
ด้านญี่ปุ่นนั้น โยชิฮิเดะ ซูงะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าใจการตัดสินใจของทรัมป์ พร้อมระบุว่าจะเพิ่มแรงกดดันเกาหลีเหนืออย่างถึงที่สุด เพื่อให้รัฐบาลเปียงยางยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์
“ญี่ปุ่น สหรัฐ และเกาหลีใต้ จะยังคงกดดันให้เกาหลีเหนือเปลี่ยนแปลงนโยบาย” ซูงะ กล่าว พรัอมระบุว่าจะติดตามสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี คิมกเยวาน รมช.ต่างประเทศเกาหลีเหนือ กล่าวว่า เกาหลีเหนือพร้อมจัดซัมมิทกับสหรัฐทุกเมื่อ และพร้อมให้เวลาสหรัฐพิจารณาการจัด ประชุมดังกล่าวเพื่อสร้างสันติภาพขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี
“การประชุมแรกคงจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ถึงหากแก้ได้แค่เพียงปัญหาเดียว จะช่วยให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางดีขึ้นแทนที่จะย่ำแย่ลง” คิมกเยวาน กล่าว







