
เลือกโรงพยาบาลใหญ่
โบรกเกอร์แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลใหญ่ รับผลกำไรไตรมาส 2 เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุน
โบรกเกอร์แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลใหญ่ รับผลกำไรไตรมาส 2 เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า ในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนนี้ กลุ่มโรงพยาบาลน่าสนใจ เนื่องจากงวดไตรมาส 2 ปี 2561 กลุ่มโรงพยาบาลเริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากโครงการลงทุนที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้จะทำให้ฐานรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น จากปีก่อนหน้าที่ฐานกำไรต่ำ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ อย่างบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) โรงพยาบาลในต่างจังหวัดที่เปิดใหม่เริ่มมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) เป็นบวก และบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ที่มีการปรับปรุงและขยายการบริการเมื่อกลางปีก่อนจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนต่อเนื่องเป็นไตรมาส 4 หลังรายได้เติบโตได้ 3 ไตรมาสติดต่อกัน รวมทั้งฐานลูกค้าประกันสุขภาพที่สูงขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมตามแนวโน้มตลาดประกันสุขภาพที่เติบโตและการสนับสนุนจากรัฐบาล
ทั้งนี้ BCH น่าสนใจมากที่สุดทั้งในด้านโอกาสที่ราคามีโอกาสปรับตัวสูงถึง 17% จากมูลค่าพื้นฐานที่ 19.30 บาท และแนวโน้มการเติบโตจากฐานผู้ป่วยเงินสดที่มีอัตรากำไรสูง หลังยกระดับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ เป็นโรงพยาบาลที่เน้นผู้ป่วยเงินสด และลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนที่น่าจะกลับมาเติบโตได้ดีตั้งแต่ไตรมาส 2 และการขยายฐานผู้ป่วยแผลเบาหวานที่เท้าชาวตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
น.ส.นฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง แนะนำหุ้น CHG เพราะมีสัญญาณเชิงบวกของการลงทุนในการขยายความสามารถในการให้บริการเพื่อรองรับผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญไปเมื่อปี 2558-2559 จากการที่บริษัทเริ่มมีการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยเงินสดอย่างมีนัยสำคัญ กอปรกับการฟื้นตัวของอัตรากำไร
นอกจากนี้ ความกังวลลดลงอย่างมากต่อภาระต้นทุนเพิ่มจากการเปิดให้บริการโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์ ในช่วงครึ่งหลังปี 2561 โดยมองว่ามูลค่าหุ้นระดับนี้ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจาก CHG ซื้อขายอยู่ในระดับค่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2561 อยู่ที่ 39.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 40.2 เท่า
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ แนะนำถือหุ้น BDMS โดยให้มูลค่าที่เหมาะสม 22.80 บาท มูลค่ากิจการต่ออีบิตดา สำหรับปี 2561 อยู่ที่ 24 เท่า ภายหลังรับฟังข้อมูลจากผู้บริหารบริษัทเพราะจะไม่ขยายโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือการซื้อกิจการในระยะสั้น นอกจากนี้มีโอกาสน้อยในการแปลงสภาพหุ้นกู้ 8,000-9,000 ล้านบาท ในเดือน ก.ย. 2562 และผู้บริหารคาดว่าแนวโน้มอัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นหลังประกาศแผนการลงทุนและขยายกิจการ
อย่างไรก็ดี BDMS กำไรเติบโตดีในไตรมาสแรกเนื่องจากการเติบโตของ Excellence Center 20% การแพร่ระบาดของไข้หวัด การขยายผู้ป่วยประกัน และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 20% โดยอีบิตดาทำจุดสูงสุดใหม่อยู่ที่ 24.6% เพิ่มขึ้น 2.80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้บริหารคาดว่า BDMS จะรายงานผลประกอบการเพิ่มขึ้น 10% จากเดิมอยู่ที่ 6-8% โดยอัตรากำไรของอีบิตดาอยู่ที่ 21-22% คงที่ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2







