posttoday
คลังจัดแถวเงินนอกงบ กันใช้รั่วไหลไม่คุ้มค่า

คลังจัดแถวเงินนอกงบ กันใช้รั่วไหลไม่คุ้มค่า

26 พฤษภาคม 2561

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อกรมบัญชีกลางออกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ 2561

โดย เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อกรมบัญชีกลางออกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ 2561 ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2561 ซึ่งเป็นการทำตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้คลังจัดระเบียบการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างของหน่วยงานราชการต่างๆ

หลังจากประกาศออกไปได้ไม่กี่วัน ชมรมแพทย์ชนบทนัดรวมตัวแต่งดำมาประท้วงที่กระทรวงการคลัง วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เพราะเห็นว่าระเบียบดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการทำงานและการให้บริการกับประชาชน

ประเด็นร้อนดังกล่าว ทำให้ สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ต้องหารือทำความเข้าใจด่วนกับ นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข และ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยุติความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนดังกล่าว

โดย สุทธิรัตน์ ยืนยันว่า ระเบียบดังกล่าวไม่กระทบกับการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้าง โดยระเบียบได้กำหนดการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1.หน่วยงานที่ได้ทำการตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ทำเรื่องขอการจ้างพนักงานและลูกจ้างแบบ 1 ปี จำนวน 7,900 คน และแบบ 4 ปี จำนวน 3.1 หมื่นคน จึงเป็นไม่มีปัญหา

ในส่วนที่ 2 หน่วยงานที่ยังไม่ทำการตกกับกระทรวงการคลัง แต่มีการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างไปแล้ว ก็ให้ว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างดังกล่าวต่อไปจนสิ้นสุดสัญญา ซึ่งก็ไม่กระทบกับการว่าจ้างอยู่ แต่หากจะว่าจ้างในปีต่อไปต้องทำเรื่องเสนอทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลัง ซึ่งควรทำเรื่องต่อสัญญาก่อนสัญญาเก่าหมด จะได้พิจารณาต่อสัญญาการทำงานให้ต่อเนื่อง

ด้าน นพ.ธวัช ก็ยืนยันว่าปัญหาที่มาจากการเผยแพร่ระเบียบในโซเชียลมีเดียทำให้เกิดการตีความคลาดเคลื่อน แต่จากการหารือกับกรมบัญชีกลางได้มีความชัดเจนแล้วว่าไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับ นพ.เจษฎา ก็ระบุว่าระเบียบของกรมบัญชีกลางไม่กระทบกับการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างชั่วคราวของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ขอให้ทุกคนสบายใจทำงานให้เต็มที่

คลังจัดแถวเงินนอกงบ กันใช้รั่วไหลไม่คุ้มค่า

แต่ทว่าเรื่องยังดูเหมือนไม่จบลงง่ายๆ โดยยังมีบุคลากรทางการแพทย์ต้องการประท้วงระเบียบดังกล่าว ให้ สุทธิรัตน์ต้องออกมาชี้แจงอีกครั้งว่าระเบียบดังกล่าวไม่ได้ใช้กับกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเดิมได้มีการทำข้อตกลงเรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง โดยใช้เงินน อกงบประมาณกับกระทรวงการคลังแล้ว ส่วนการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานหรือลูกจ้างนั้น ระเบียบใหม่ของกระทรวงการคลังให้หน่วยงานต้นสังกัดต้องเสนอเรื่องมาให้พิจารณา ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม หลักการและเหตุผลมาให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งหากหน่วยงานต้นสังกัดเห็นสมควร กรมบัญชีกลางก็จะอนุมัติขึ้นเงินเดือนได้

ดังนั้น การตัดสินใจขึ้นหรือไม่ขึ้นเงินเดือนจึงไม่ใช่หน้าที่ของกรมบัญชีกลาง เพราะเป็นแค่หน่วยงานปลายทางในอนาคต หลังจากที่ลูกจ้างที่ใช้เงินนอกระบบเข้ามาอยู่ในฐานข้อมูลหมดแล้ว อาจจะต้องมีการพิจารณาในการขึ้นเงินเดือนที่ความเหมาะสมมากขึ้น โดยปัจจุบันมีกำลังพลภาครัฐทั้งสิ้น 3 ล้านกว่าคน ในส่วนนี้รวมถึงข้าราชการครูข้าราชการท้องถิ่น และตำรวจ ขณะที่มีข้าราชการพลเรือนประมาณ 4 แสนคน จึงจำเป็นที่จะต้องมีฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้และการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลที่มีจำกัด

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังมีเรื่องร้อนการนำส่งเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการคืนคลังเป็นไปตามข้อบังคับ เนื่องจากมีตัวแทนคนพิการ จ.เชียงใหม่ รวมตัวมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อขอคัดค้านการส่งเงินกองทุนเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน จำนวน 2,000 ล้านบาท

อธิบดีกรมบัญชีกลางชี้แจงว่า การขอเงินคืนสืบเนื่องมาจากกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการให้องค์การของรัฐบาลที่ใช้ทุนหรือทุนหมุนเวียนนำทุนหรือผลกำไรเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 พ.ศ. 2556 เรียกให้ทุนหมุนเวียนที่มีสภาพคล่องส่วนเกินความจำเป็น 10 ทุน นำเงินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เป็นเงินทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีสภาพคล่องส่วนเกินความจำเป็น 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แจ้งว่ามีความจำเป็นในการใช้เงินกองทุนฯ ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการใน 3 ปี ทำให้เงินส่วนเกินเหลือประมาณ 1,141 ล้านบาท คลังจึงขอปรับวงเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 2,000 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท

ทั้งหมดเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังได้รับการสั่งการจากรัฐบาลเรื่องการใช้เงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า ซึ่งทำให้บางหน่วยงานกังวลและไม่พอใจว่าจะใช้เงินได้ไม่อิสระเหมือนที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ