posttoday
‘จงได้ยินเสียงในหัวใจของตัวเอง’

‘จงได้ยินเสียงในหัวใจของตัวเอง’

13 พฤษภาคม 2561

บ่อยครั้งที่เราได้ยินแต่เสียงภายนอก

โดย ราช รามัญ FB/nopraman

บ่อยครั้งที่เราได้ยินแต่เสียงภายนอก โดยเฉพาะเสียงของคนอื่นได้ยินบ่อยจนไม่สามารถได้ยินเสียงจิตวิญญาณของตัวเราเองด้วยซ้ำไปว่าเราเกิดมาทำไม...มีหน้าที่อะไรกัน หรือแม้แต่ความต้องการจริงๆ ของเรานี่คืออะไร ในมุมกลับกันเรา แต่เสียงของคนอื่นกรอกหูตลอดว่า ทำแบบนั้น ทำแบบนี้ เราจึงไม่มีความสุขอย่างแท้จริงเสียที

แต่การศึกษาเรื่องจิตวิญญาณจากหนังสือ “จินตนาญาณ” ที่เขียนถึงเรื่องของการใช้ชีวิตด้วยจิตวิญญาณเป็นหนังสือที่พยายามสื่อให้คนได้เข้าใจว่า “จริงๆ เราเป็นเพียงแค่ดวงจิตวิญญาณที่มาศึกษาเรื่องราวของความเป็นมนุษย์ เราไม่ได้เป็นมนุษย์ที่เกิดมาเพื่อศึกษาเรื่องทางจิตวิญญาณ เพราะตอนมาเกิดเราเป็นดวงจิตวิญญาณมาเกิด ตอนกลับไปเราก็เป็นเพียงแค่จิตวิญญาณกลับไปเช่นกัน”

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ในศาสนาไหน ไม่ว่าจะนับความเชื่อความศรัทธาในพื้นฐานความคิดใด ธรรมะอย่างหนึ่งก็เป็นอย่างที่ผมกล่าวมาเหมือนกัน คือ มาศึกษาความเป็นมนุษย์แล้วก็กลับไป

วันก่อนได้พบกับอาจารย์ธรรมพล ศรีสุวรรณ พรชฎาธร หรือ อาจารย์เป็ด วิทยากรทางด้านจิตวิทยาพัฒนาศักยภาพตัวเอง อาจารย์ธรรมพลจบทางด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และต่อโทอีกหลายใบ แล้วก็คิดทำปริญญาเอกทางด้านศาสตร์การโค้ช ตลอดทั้ง NLP แต่เมื่อมาศึกษาทางด้านพระพุทธศาสนาในเชิงลึกนั้น ทำให้เปลี่ยนแนวคิดและทิ้งสิ่งที่กำลังศึกษาหันมาศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลังความสามารถ เนื่องจากมีความรู้สึกว่า วิชาที่กำลังเรียนนั้นพระพุทธเจ้าสอนเอาไว้หมดแล้ว สอนเอาไว้อย่างละเอียดมากมายหลายตอน เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้สนใจที่จะเรียนรู้อย่างจริงจังนั้นเอง

“เราจะไม่เห็นสิ่งที่มีในตนทั้งด้านดีและด้านลบ”

อาจารย์ธรรมพล กล่าวว่า คนเราเวลาเกิดปัญหาอะไรก็ตาม นิยมแต่ที่จะโทษคนอื่น ไม่ค่อยโทษตนเองเท่าไรนัก และนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราไปต่อกับชีวิตไม่ได้ เช่น ทำไมคนนั้นต้องทำแบบนั้น คนนี้ต้องทำแบบนี้

เมื่อเรามีกรอบความคิดแบบนี้อยู่เรื่อยๆ สิ่งที่สูญเสียอย่างแรกเลย คือ ความสุขของตัวเอง แม้แต่ตนเองเรียนรู้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มา แต่หลักวิชาการมันก็คือวิชาการ แต่หลักของชีวิตจริงนั้นมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ผมจึงค่อยๆ นำเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าเข้ามาใช้ร่วมกับความรู้ที่มีด้วยการยึดว่า “ตัดเสื้อตามตัวคนใส่” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นธรรมะในข้อพรหมวิหาร 4 หรือ อิทธิบาท 4 สังคหวัตถุ 4 เหล่านี้เป็นธรรมะที่ยอดเยี่ยมและที่สำคัญใครนำเอามาใช้กับชีวิตของตนเองได้ย่อมจะพบแต่ความสุขในชีวิตจริงๆ

ประวัติของพระพุทธเจ้า องคุลิมาล และพระอานนท์ เป็นสิ่งที่เมื่อเราเรียนรู้จริงๆ จะเห็นกระบวนการในการใช้ชีวิต เราจะเห็นว่ากว่าจะพบความสุข ความจริงหรือแม้แต่สิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จได้นั้น ต่างก็ต้องมีกระบวนการที่แตกต่างกันออกไป

“ความรู้ ย่อมคอยปิดกั้นการเรียนรู้เสมอ”

เป็นคำพูดที่อาจารย์ธรรมพลเน้นย้ำหนักหนา เราต้องเปิดใจตัวเองในการยอมรับผู้อื่นและเปิดใจในการยอมรับเพื่อที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ หลายคนมักจะไปยึดกับจุดที่ตัวเองยืนอยู่ จนทำให้อัตตามันเติบโตและบางครั้งอัตตาอาจจะใหญ่กว่าตำแหน่งด้วยซ้ำไป

อย่างที่เกริ่นมาแต่ต้นว่า มนุษย์มักจะได้ยินเสียงของคนอื่น แต่ไม่ค่อยที่จะได้ยินเสียงของตัวเองเท่าไร ปัญหาชีวิตทั้งหลายจึงก่อตัวมากขึ้นตลอดเวลา พระพุทธเจ้าพระองค์ได้ยินเสียงหัวใจของพระองค์มาตลอดๆ ได้ยินเสียงหัวใจที่เฝ้าเรียกร้องอย่างไม่หยุดยั้ง

ที่สุดพระองค์ก็ทำตามปรารถนาเสียงของหัวใจพระองค์เอง กระทั่งสำเร็จเป็นพุทธะ คนเราถ้าได้ยินเสียงของตัวเองบ้าง บางครั้งก็จะทำให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น บางครั้งก็ทำให้เราสามารถเดินต่อไปข้างได้อย่างมีความสุขไม่ถูกอดีตมากระตุกรั้งเหนี่ยวขาเอาไว้ได้

อาจารย์ธรรมพลมีแนวคิดว่า การที่บางครั้งเราไม่ได้ยินเสียงของคนอื่น เพราะเราไปแคร์คนอื่นมากเกิน เราต้องการทำตัวเองให้เป็นที่รักของคนทั้งโลก เราต้องการการยอมรับจากคนอื่นๆ ทั้งที่จริงแล้ว เราไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้จริงๆ เลย แต่เราไปคิดเอาเองว่า เราสามารถทำได้ ด้วยวิธีที่ตามใจคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ตามใจคนอื่นแบบชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เคยตามใจตัวเอง ไม่เคยได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง แม้แต่พ่อแม่บางครั้งเลี้ยงลูกก็ปรารถนาให้ลูกเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ตามที่ตนเองต้องการ แต่ไม่ได้ฟังเสียงของลูกเลยว่า แท้จริงเขาต้องการอะไรกันแน่

จุดนี้ทำให้เรามีปัญหาครอบครัวกันโดยไม่รู้ตัว ถ้าเรามาเปิดใจให้เรียนรู้ชีวิตโดยนำเอาธรรมะของพระพุทธองค์มาเป็นที่ตั้ง เราจะพบความจริงว่า โลกนี้มีอีกหลายสิ่งอย่างที่เราควรที่จะต้องเรียนรู้ อย่างพรหมวิหาร 4 เพียงแค่นี้บางคนก็ไม่อาจที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว อย่างความเมตตา เราต้องเมตตาผู้อื่นอย่างไม่มีการตีกรอบความคิดของเราเข้าไปกำกับเข้าด้วย เช่นเมตตาเขาโดยพึงแอบหวังว่าสักวันเขาจะต้องตอบแทนบุญคุณแก่เรา การเมตตาใครสักคน เมตตาแล้วไม่ต้องไปกำกับหรือกำหนดอะไรอีกต่อไป ให้แล้วก็ให้ไปอย่างนั้น โดยที่ไม่ต้องไปแอบตีกรอบเขา

การเรียนรู้เรื่องของจิตวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่เราต้องเปิดใจยอมรับจริงๆ แล้วชีวิตจะมีความสุขมีความโล่งโปร่งเบาตลอดเวลา อาจารย์ธรรมพลทิ้งเอาไว้ว่า “ผมใช้ธรรมะกับตัวเองอย่างรอบด้าน ผมไม่ได้ใช้ธรรมะแบบเอามาเคร่งครัดใส่ตัวเอง” เป็นแนวคิดที่นำเอาไปใช้ได้จริง...

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ