
คนละเรื่องกัน
นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ดุเดือดปานหนังแอ็กชั่นชุดใหญ่ในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย ดาบบุญ
นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ดุเดือดปานหนังแอ็กชั่นชุดใหญ่ในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังตำรวจเข้าตรวจค้นภายในตลาดใหม่ดอนเมืองและเข้ายึดเครื่องสำอาง อาหารเสริมที่ผิดกฎหมายไว้จำนวนมหาศาล
ผลดังกล่าวทำให้สังคมไทยได้เห็นชื่อของ “พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์” อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาลขึ้นมามีชื่อในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบจะทุกฉบับอีกครั้ง เพราะเขามาในฐานะที่ปรึกษากรรมการบริหารตลาดใหม่ดอนเมือง ที่ไม่รู้ว่าไปกินดีเสือมาหรือไร ถึงกล้าหาญมาฉะกับตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตลาดใหม่ดอนเมือง
เปิดฉากโต้คารมกับตำรวจไปหลายยกเลยทีเดียว พร้อมขู่ฟ้องกลับตำรวจหลายนายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทลายตลาดใหม่ดอนเมือง และเลยเถิดไปถึงชื่อบุคคลในคณะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ถูก พ.ต.ท.สันธนะ บอกว่าคนนี้แหละอยู่เบื้องหลังให้ตำรวจเข้าไปตรวจค้น
แต่ที่น่าจะเป็นไฮไลต์คือการป่าวประกาศว่ามีความสนิทกับ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.นายใหญ่แห่งรั้วปทุมวัน ด้วยการโชว์ว่าสามารถยกหูไปถึงบิ๊กแป๊ะได้ พร้อมจะบอกว่าทำอย่างนี้มันล้ำเส้นกัน รวมถึงกับทวงความหลังอันหวานชื่นที่เจ้าตัวอ้างว่าเคยรู้จักมักใกล้กันเป็นอย่างดี
แต่ก็หน้าหงายสิครับ เพราะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ บอกเชิงปฏิเสธว่าไม่ได้สนิท และใครก็ตามสามารถมีเบอร์มือถือของ ผบ.ตร.ได้อยู่แล้ว
อันนี้ดาบบุญยืนยันได้ครับ นักข่าวสายตำรวจเกือบทุกคนมีเบอร์มือถือของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และหลายครั้งที่เจ้าตัวมักจะรับโทรศัพท์ด้วยตัวเองหากไม่ติดภารกิจ หรือหากติดภารกิจก็จะโทรกลับมา ต่างจากบิ๊กเนมสีกากีท่านอื่นๆ ที่มักจะให้นายเวรคอยรับโทรศัพท์ให้
ก็ไม่แปลกหรอกครับ ที่คนอย่างบิ๊กแป๊ะจะโทรศัพท์กลับมายังปลายสายของ พ.ต.ท.สันธนะ เพราะรับโทรศัพท์เองในทุกครั้ง
หากยังจำกันได้เมื่อสัก 2-3 ปีก่อน ผู้ประกอบการสถานบันเทิงแห่งหนึ่งก็ยังกล้ายกหูหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ หลังพบว่าการเข้าตรวจค้นของตำรวจอาจไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม ดึกดื่น ผบ.ตร.ก็ยังรับและพร้อมให้ตรวจสอบความถูกต้อง
แต่ส่วนที่ว่าจะสนิทจริงหรือไม่จริงกับ พ.ต.ท.สันธนะ อันนี้ดาบบุญว่ามีแค่สองคนที่รู้อยู่แก่ใจ คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พ.ต.ท.สันธนะ เอง
อย่างไรเสีย ดาบบุญก็ยังเชื่อมั่นว่าความสนิทระหว่างผู้ที่ถือกฎหมายในมือและคอยพิทักษ์ความถูกต้องให้กับสังคม ประชาชน อย่างตำรวจ ก็ต้องมีความสามารถที่จะวิเคราะห์แยกแยะได้ว่าความผิดกับความสนิทสนมกันนั้น มันคนละเรื่อง
เพราะล่าสุดที่ดาบบุญได้ติดตาม ศาลก็อนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.สันธนะ เข้าให้แล้วในข้อหากรรโชกทรัพย์ ซึ่งหากตำรวจไม่เห็นว่าผิดจริง หรือไม่มีหลักฐานไปถึง ศาลท่านคงจะไม่พิจารณา
และต่อให้ปลายทางบิ๊กแป๊ะจะสนิทกับ พ.ต.ท.สันธนะ จริงดังที่ว่า แต่ความผิดก็คือความผิดต้องไปพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรม และหากผิดจริง ดาบบุญ เชื่อว่าไม่ตำรวจนายไหนจะมีใครอยากมาปกป้องคนผิดให้ต้องมีมลทินกัน ต่อให้สนิทกันก็เถอะครับ
ทางที่ดี ดาบบุญว่า พ.ต.ท.สันธนะ ควรจะหันมาคิดในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองในกระบวนการยุติธรรมมากกว่าเรื่องไหนๆ ในขณะนี้จะดีกว่านะครับ







