
EMอ่วมเงินไหลออกต่อเนื่อง
เทขายกองทุนหุ้น-บอนด์กลุ่มตลาดเกิดใหม่หนักสุดรอบเกือบ 1 ปี ขณะอาร์เจนตินาเร่งเจรจาขอเงินกู้ไอเอ็มเอฟ
เทขายกองทุนหุ้น-บอนด์กลุ่มตลาดเกิดใหม่หนักสุดรอบเกือบ 1 ปี ขณะอาร์เจนตินาเร่งเจรจาขอเงินกู้ไอเอ็มเอฟ
ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างบริษัทข้อมูลอีพีเอฟอาร์ว่า ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนนี้ถึงวันที่ 9 พ.ค. มีเงินไหลออกจากบรรดากองทุนหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่แล้ว 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 5.1 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการไหลออกสุทธิรอบสัปดาห์ครั้งแรกตั้งแต่เดือน ก.พ. ในปริมาณที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2017 สะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของภาวะทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ จากผลกระทบของค่าเงินดอลลาร์และดอกเบี้ยสหรัฐขาขึ้น
ขณะเดียวกัน บรรดากองทุนรวมที่ลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็เผชิญภาวะเงินไหลออกราว 1,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) เช่นเดียวกัน ซึ่งนับเป็นการไหลออกรอบสัปดาห์ที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2016 เช่นเดียวกับบรรดากองทุนตราสารหนี้กลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีทุนไหลออก 2,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.68 หมื่นล้านบาท) หรือไหลออกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ในปริมาณมากสุดตั้งแต่เดือน ก.พ. ซึ่งหากนับรวมตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. ที่เริ่มเกิดทุนไหลออกอย่างเห็นได้ชัด มีทุนไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ไปแล้ว
กว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.27 แสนล้านบาท)
รายงานระบุว่า ภาวะทุนไหลออกจากทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ยาวนานต่อเนื่องสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2016ขณะที่ดัชนีค่าเงินตลาดเกิดใหม่ของเจพีมอร์แกน ร่วงลงไปแล้วกว่า 4% นับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ภายหลังมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดเดือน เม.ย.ของสหรัฐ ซึ่งขยายตัวได้ 0.2% น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะบวก 0.3% ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงหลุดระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 เดือน และทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียกลับมาปิดบวกได้เมื่อวานนี้
“ตลาดการเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่เริ่มเสถียรขึ้นเมื่อวานนี้ แต่การเคลื่อนไหวตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับการเทขายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเฟดตลอดช่วง 18 เดือนมานี้” วิลเลียม แจ็กสัน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของบริษัท แคปปิตอล อีโคโนมิกส์ กล่าว
ในวันเดียวกัน คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า ได้สั่งให้ทีมงานไอเอ็มเอฟเร่งเดินหน้าการพูดคุยหาข้อตกลง เพื่อช่วยหาทางออกทางการเงินให้อาร์เจนตินา ซึ่งกลายเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่รายล่าสุดที่ประกาศขอเงินกู้จากไอเอ็มเอฟราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 9.55 แสนล้านบาท) ภายหลังเกิดปัญหาทุนไหลออกและกระทบต่อเสถียรภาพค่าเงินเปโซอย่างหนัก จนต้องมีการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วถึง 40% เบื้องต้นไอเอ็มเอฟได้หารือกับรัฐมนตรีคลังอาร์เจนตินาไปแล้ว และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้โดยเร็ว







