posttoday
มิสทินเล็งตั้งโรงงานจีน หลังปี2560ยอดขายพุ่ง200%

มิสทินเล็งตั้งโรงงานจีน หลังปี2560ยอดขายพุ่ง200%

08 พฤษภาคม 2561

มิสทิน สบช่องคนจีนชอบสินค้า ส่งผลยอดขายในตลาดจีนพุ่ง 200% เตรียมตั้งโรงงานในจีน หวังเพิ่มความสะดวกในการทำตลาด

มิสทิน สบช่องคนจีนชอบสินค้า ส่งผลยอดขายในตลาดจีนพุ่ง 200% เตรียมตั้งโรงงานในจีน หวังเพิ่มความสะดวกในการทำตลาด

แหล่งข่าวจากบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางมิสทิน เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้นำสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน พบว่าปี 2560 ที่ผ่านมามียอดขายเติบโตสูงถึง 200% ทำให้บริษัทมีแผนจะเข้าไปตั้งโรงงานผลิตสินค้าแบรนด์มิสทินในประเทศจีน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเข้าไปผลิตสินค้าที่โรงงานเลยหรือส่งออกสินค้าไปใส่บรรจุภัณฑ์ในจีนเท่านั้น ในเร็วๆ นี้คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุป

ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มความสะดวกในด้านของการขนส่งสินค้าและทำตลาดในประเทศจีน เพราะหลังจากบริษัทได้เริ่มส่งออกสินค้าเข้าไปจำหน่ายในประเทศจีนเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมาผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งช่องทางหลักในการทำตลาดจะเน้นไปที่ช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ ทีมอลล์ ในเครืออาลีบาบา

สำหรับภาพรวมยอดขายในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 20% ส่วนอีก 80% เป็นรายได้จากการทำตลาดในประเทศ โดยในส่วนของปี 2560 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

"ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว ทำให้บริษัทต้องหันไปเน้นทำตลาดส่งออก ซึ่งจีนถือเป็นอีกหนึ่งตลาดหลักที่บริษัทให้ความสำคัญ" แหล่งข่าวเปิดเผย

นอกจากนี้ มิสทินยังเป็นแบรนด์ที่ชาวจีนรู้จักกันดี โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยก็มักจะซื้อกลับไปเป็นของฝาก ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวบางรายยังให้คนไทยมาสมัครเป็นสมาชิก เพื่อให้ซื้อสินค้าได้ในราคาถูกกว่าเดิม ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการเข้าไปตั้งโรงงานในประเทศจีน

สำหรับแผนการทำตลาดในประเทศไทย บริษัทมีแผนที่จะเปิด มิสทิน บูติก เซ็นเตอร์ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 30-60 ตร.ม.เพิ่มอีก 20 สาขา เน้นทำเลที่มีนักท่องเที่ยว จากปัจจุบันที่เปิดไปแล้ว 6 สาขา เช่น กรุงเทพฯ พัทยา สมุย เชียงใหม่ และภูเก็ต รวมทั้งเปิดเป็นหน้าร้านของ มิสทินเอง 3 แห่ง คือ บิ๊กซี ราชดำริ มารีน่า พัทยา และบิ๊กซี รามคำแหง

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ภาพรวมแผนการทำธุรกิจในปี 2561 นี้ บริษัทจะใช้งบ 20 ล้านบาท ลงทุนขยายร้านบิวตี้ช็อปอีก 20 แห่ง จากปัจจุบันมี 20 แห่ง ควบคู่ไปกับการขยายตลาดออนไลน์ในเว็บมาร์เก็ตเพลส รวมไปถึงการขยายตลาดในช่องทางค้าปลีกในประเทศไต้หวันและฮ่องกง ส่วนจีนก็จะเน้นทำตลาดออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ประเทศอินโดนีเซียจะเน้นการขายผ่านร้านขายยา

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ