posttoday
นักวิทยาศาสตร์ต้องการต่อสมองเข้ากับอินเทอร์เน็ต

นักวิทยาศาสตร์ต้องการต่อสมองเข้ากับอินเทอร์เน็ต

06 พฤษภาคม 2561

สมองคุณต้องการการอัพเกรด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณและมนุษยชาติทั้งหมดก็คงไม่มีความชาญฉลาดพอที่จะไปแข่งขันกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

โดย 0000000
สมองคุณต้องการการอัพเกรด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณและมนุษยชาติทั้งหมดก็คงไม่มีความชาญฉลาดพอที่จะไปแข่งขันกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นี่คือคำเตือนของ อีลอน มัสก์ ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาและบริษัท เทคโนโลยีอวกาศสเปซเอ็กซ์ รวมทั้งเจ้าของไอเดียเบื้องหลังเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูป ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีการเดินทางในอนาคตทั้งสิ้น
ในปัจจุบันเครื่องจักรกลอันชาญฉลาดเอาชนะนักเล่นหมากรุกที่เก่งที่สุดในโลก พวกมันมีแม้แต่ความฝัน ความทรงจำ และโกงได้เช่นเดียวกับมนุษย์ อีลอน มัสก์ เป็นห่วงว่าในที่สุดปัญญาประดิษฐ์จะเอาชนะสมองของมนุษย์ไปได้จริงๆ แต่เขาก็มีแผนสำรอง ในบริษัทใหม่ของเขาที่ชื่อว่านิวโรลิงก์ (Neurolink) ได้พัฒนาเทคโนโลยีนิวโรโพรเทซิส (Neuroprothesis) หรือระบบประสาทเทียม ที่จะเชื่อมต่อสมองของเราเข้ากับคอมพิวเตอร์และทำให้เราชาญฉลาดยิ่งขึ้น แผงวงจรระบบประสาทเทียมจะตรวจจับสัญญาณของสมอง นำไปวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ และส่งสัญญาณที่ประมวลผลจากคอมพิวเตอร์เข้าไปในสมองด้วยกระแสไฟฟ้า
อีลอน มัสก์ ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่สนใจเรื่องนี้ มีคนนับล้านที่กำลังลงทุนลงแรงพัฒนาเกี่ยวกับระบบประสาทเทียม และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกหลายคนก็กำลังทำวิจัยในสาขานี้เช่นกัน ในไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเขาคาดหวังว่าจะสร้างการเชื่อมต่อข้อมูลนับล้านระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ให้ได้
สมองเทียม : อีกขั้นของวิวัฒนาการ

นักวิทยาศาสตร์ต้องการต่อสมองเข้ากับอินเทอร์เน็ต

เป้าหมายการพัฒนาสมองเทียมที่ บริษัท นิวโรลิงก์ แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก คือ การใช้เทคโนโลยี ช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังทรมานจากความพิการทางสมอง หรือร่างกาย ระบบประสาทเทียมจะมาช่วยเสริมสร้างหรือทดแทนความสามารถที่สูญหายไป เช่น ความทรงจำ การเคลื่อนไหว การมองเห็น การได้ยิน ความรู้สึก โดยช่วงเวลาพัฒนานี้คือ 4 ปี
จากนั้นภายใน 8-10 ปีข้างหน้า จะนำระบบประสาทเทียมมายกระดับสมองของคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง ยกตัวอย่างเช่น การกระตุ้นสมอง ส่วนที่ควบคุมความทรงจำและรวบรวมความสนใจ และในขั้นสุดท้ายซึ่งจะปูทางไปสู่อนาคตคือการเชื่อมโยงสมองกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตโดยสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรกลอีกต่อไป ถึงตอนนั้นระบบประสาทเทียมก็จะทำงานเสมือนเป็นสมองส่วนหนึ่งไปโดยปริยาย
อีลอน มัสก์ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือการพัฒนาตามธรรมชาติ เพราะสมองเราก็ค่อยๆ เพิ่มชิ้นส่วนใหม่ๆ เข้ามาตลอดช่วงวิวัฒนาการ เช่น การพัฒนาระบบลิมบิก หรือสมองส่วนหน้าเพิ่มขึ้นมา และในปัจจุบันนี้เองพวกเรากำลังจะเชื่อมต่อสมองเข้ากับเทคโนโลยี อันที่จริงพวกเราก็เชื่อมต่อโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา และพึ่งพาเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว
กองทัพสหรัฐพร้อมร่วมต่อสู้ด้วย
หนึ่งในคู่แข่งของ อีลอน มัสก์ คือ นักธุรกิจชื่อ ไบรอัน จอห์นสัน เขาเพิ่งลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงไปในบริษัทที่ชื่อว่าเคอร์เนล (Kernel) ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับการสื่อสารของเซลล์ในสมอง เพื่อที่ว่าถึงจุดหนึ่งพวกเราจะมีองค์ความรู้พอที่จะสั่งการสมองได้ นอกจากนี้แม้แต่คนที่เกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊กก็ไม่น้อยหน้า เพราะพวกเขากำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้เราเขียนอีเมลด้วยความคิดได้
เมื่อไม่นานมานี้หน่วยวิจัยของกองทัพสหรัฐ (DARPA) ให้ทุนจำนวน 65 ล้านดอลลาร์ กับโครงการวิจัย 6 โครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการปลูกถ่ายเทคโนโลยีช่วยชดเชยการสูญเสียการมองเห็น การได้ยิน หรือการพูดในผู้ป่วยหรือผู้พิการ เทคโนโลยีดังกล่าวต้องเป็นระบบไร้สาย ทำให้ไม่มีสายระโยงระยางออกจากกะโหลก มันจะต้องไม่ถูกต่อต้านโดยภูมิคุ้มกันของร่ายกายและจะต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร และจะต้องเชื่อมต่อกับเซลล์สมองได้ 1 ล้านเซลล์ ซึ่งมากกว่าที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำได้กว่า 1,000 เท่า
กระจายเซ็นเซอร์ไปในสมอง
ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับทุนจากกองทัพสหรัฐ พวกเขาจะพัฒนาอิเล็กโทรดขนาดเล็กแบบไร้สายที่มีขนาดเพียงแค่เม็ดเกลือและปล่อยให้กระจายในสมอง อุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่อยู่ใต้หรือบนผิวหนังนี้จะทำหน้าที่รับสัญญาณไฟฟ้าจากสมองและส่งสัญญาณออกมาในรูปของคลื่นวิทยุเพื่อสื่อสารกับระบบควบคุมภายนอกที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและส่งสัญญาณกลับไปยังอิเล็กโทรดเพื่อกระตุ้นสมองด้วยสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ โดยในเบื้องต้น นักวิทยาศาสตร์จะเน้นที่สัญญาณสมองซึ่งเกี่ยวกับระบบประสาทสัมผัส
โครงการวิจัยอื่นๆ ที่ได้รับทุนจากกองทัพสหรัฐก็เช่น บริษัท พาราโดรมิกส์ (Paradromics) ซึ่งจะผลิตสายไฟที่หุ้มด้วยอิเล็กโทรดบางนับหมื่นเส้น สำหรับสอดเข้าไปในเนื้อเยื่อสมองหรือมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐ ที่นักวิทยาศาสตร์เลือกที่จะฝังอิเล็กโทรดไว้ในวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง สำหรับวางไว้บนสมองส่วนหน้า
พร้อมอัพเกรดใน 10 ปี
การใส่อิเล็กโทรดเข้าไปในสมองไม่ใช่ความคิดใหม่ แม้แต่ในปัจจุบันก็มีคนนับพันที่ดำรงชีวิตด้วยการมีอิเล็กโทรดอยู่ในสมอง มีคนราว 3 แสนคนที่จะหูหนวก และ 1.25 แสนคน ที่จะตาบอดหากไม่ใช้เทคโนโลยีปลูกถ่ายอิเล็กโทรดที่ช่วยให้พวกเขาได้ยินและมองเห็น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันหลายพันคนสามารถควบคุมอาการสั่นได้ด้วยอิเล็กโทรด 2 สาย ที่ส่งสัญญาณลึกเข้าไปในสมอง
ในเชิงการวิจัยแล้วพัฒนาการด้านสมองเทียมสำหรับผู้ป่วยอัมพาตก้าวหน้าไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในปี 2007 นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเคสเวสเทิร์นรีเสิร์ฟในสหรัฐ ประกาศว่าพวกเขาช่วยให้ บิลล์ โคเชอวาร์ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุจนมีอาการอัมพาตตั้งแต่ไหล่ลงไปให้ขยับอวัยวะได้อีกครั้ง เขาได้รับการปลูกถ่ายในสมอง 2 จุด โดยแต่ละจุดมีอิเล็กโทรดจำนวน 96 อัน ที่เชื่อมต่อกับส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวในสมอง และการปลูกถ่ายวงจรในแขนด้วยอิเล็กโทรด 36 อัน
หลังจากฝึกฝนราว 4 เดือน โคเชอวาร์สามารถกระตุ้นวงจรที่ปลูกถ่ายในร่างกายของเขาได้ด้วยสัญญาณสมอง วงจรที่สมองจะส่งสัญญาณไปยังวงจรที่อยู่ในแขน และสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ จะกระตุ้นกล้ามเนื้อแขนของเขาจนทำให้โคเชอวาร์ขยับแขนได้อีกครั้ง 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ