posttoday
เราอยู่ในยุคที่สารอาหารกำลัง ‘ล่มสลาย’

เราอยู่ในยุคที่สารอาหารกำลัง ‘ล่มสลาย’

06 พฤษภาคม 2561

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลเพียงแค่อากาศร้อนขึ้นหรือเย็นลง

โดย  ณิชากร ศรีเพชรดี

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลเพียงแค่อากาศร้อนขึ้นหรือเย็นลง หากแต่หมายถึงสารอาหารในพืชผักที่เลวลงไปด้วย โดยเฉพาะกับ “หญ้าเลี้ยงสัตว์”

ข้อมูลจากสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม (GreenNews) อ้างอิงงานวิจัยว่าด้วยเรื่องสารอาหารในหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่หายไปของ โจ เครน จากมหาวิทยาลัยเทกซัสเอแอนด์เอ็ม ที่ระบุว่า จากการเก็บตัวอย่างตลอด 23 ปีที่ผ่านมา พบว่าทั้งหญ้าและมูลสัตว์ต่างมี “สารอาหารที่ลดลง”
ในขณะที่สารอาหารทั้งในหญ้าและมูลสัตว์มีคุณค่าน้อยลง ทว่าความต้องการเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า (Grass-fed beef) ในสหรัฐกลับมีมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่ข้อสังเกตประการแรก ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์สมัยนี้เปลี่ยนจากการเลี้ยงด้วยหญ้าในลานกว้าง ไปเป็นเลี้ยงแบบ “ขุนเพื่อนำขาย” เมื่อมูลสัตว์ไม่ตกลงในทุ่งหญ้าและเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยชั้นดี ความอุดมสมบูรณ์ในหญ้าย่อมหายไป
ข้อสังเกตประการต่อมาก็คือ เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมีมากขึ้น แม้ว่าพืชจะสังเคราะห์แสงได้มากขึ้นก็จริง แต่ผลผลิตที่ได้กลับมีแต่แป้ง ขณะที่วิตามินและโปรตีนที่ได้จากการสังเคราะห์แสงน้อยลงอย่างชัดเจน
อเล็กซ์ สมิธ เขียนบทความเรื่อง “การเพิ่มขึ้นของประชากรวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้ากำลังนำไปสู่ปัญหา : สารอาหารในหญ้าที่ลดลง” ว่า ผู้เลี้ยงวัวจำเป็นต้องใส่สารไนโตรเจนลงไปในทุ่งหญ้า เพื่อให้หญ้าเลี้ยงสัตว์มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการเนื้อ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องดีหรือปลอดภัย
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า The Great Nutrient Collapse หรือ “การล่มสลายของสารอาหารครั้งใหญ่” ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์ย่อมได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากความเสี่ยงจากการรับประทานเนื้อสัตว์แล้ว อาหารโดยตรงของมนุษย์อย่าง ข้าว กลุ่มธัญพืช เช่น วีท บร็อกโคลี่ และมะเขือเทศ ก็พบว่าคุณค่าทางอาหารลดลงเช่นกัน
อาจจะดูรุนแรงแต่ไม่ได้เกินความเป็นจริง วิกฤตการณ์โลกร้อนได้เปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรให้กลายเป็น “อาหารขยะ” ที่กำลังจะหมดคุณค่าทางโภชนาการ
บทความเรื่อง The Great Nutrient Collapse เผยแพร่ในสำนักข่าวโพลิติโค สัญชาติอเมริกัน ระบุว่า เราอยู่ในยุคที่คุณค่าทางอาหารในพืชส่วนใหญ่มีแต่คาร์โบไฮเดรต ซึ่งมันเบียดบังเจือจางสารอาหารชนิดอื่นๆ เช่น แร่ธาตุ วิตามินที่เคยมีออกไป
คำอธิบายหนึ่งก็คือ เพราะความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมีมากขึ้น จึงทำให้พวกมันเร่งผลิตแป้ง ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการสังเคราะห์ด้วยแสง
“ตามที่นักวิทยาศาสตร์อธิบาย ความเข้มข้นของ CO2 ได้เร่งกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เปลี่ยนแสงเหล่านั้นเป็นอาหาร นี่ทำให้พืชโตอย่างรวดเร็วขึ้น แต่ก็ทำให้มันสร้างแป้ง เช่น กลูโคส มากกว่าสารอาหารประเภทอื่นๆ เช่น โปรตีน เหล็ก ซิงค์” ตอนหนึ่งของบทความระบุ
ที่ผ่านมาเรากำลังกังวลถึงปัญหาอาหารไม่เพียงพอต่อปริมาณประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่วันนี้กลับพบว่าเกิดปัญหาอื่นแทรกซ้อน นั่นก็คือโภชนาการของอาหารกำลังลดลงจากความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาโลกร้อน
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าประเด็นนี้ยังคงต้องทำการศึกษากันต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้เกิดการวิจัยประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในงานวิจัยในฐานะวาระแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาภายในปี 2020 เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาความมั่นคงทางอาหารจากปัญหาโลกร้อนต่อไป
อาจกล่าวได้ว่า การกินจึงไม่ใช่แค่โภชนาการ แต่อาหารในจานบอกถึง ความเชื่อ ศีลธรรม การดำรงตัวอยู่ในวิถีชีวิตใดหนึ่ง และอาจเป็นการกินที่มาจากความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ