posttoday
กุนซือสตีวีจี เดิมพันของความกล้า

กุนซือสตีวีจี เดิมพันของความกล้า

06 พฤษภาคม 2561

หลังจากตกเป็นข่าวมาหลายครั้งหลายครา และหลายสโมสร ในที่สุด สตีเวน เจอร์ราร์ด

โดย นูโน่ 
หลังจากตกเป็นข่าวมาหลายครั้งหลายครา และหลายสโมสร ในที่สุด สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันผู้ยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูล ก็ตกลงปลงใจรับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของ เรนเจอร์ส ด้วยสัญญา 4 ปีเรียบร้อย
นี่ถือเป็นบทบาทกุนซือเต็มตัวครั้งแรกของ เจอร์ราร์ด หลังจากกลับมาร่วมงานในแอนฟิลด์ในฐานะโค้ชเยาวชน เมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการลูกหนังมากมาย แต่ขณะเดียวกัน ก็มีนักวิเคราะห์และแฟนบอลอีกส่วนที่มองว่า นี่อาจจะไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับตำนานแข้งหงส์แดง
ทำไมถึงเป็น “เรนเจอร์ส”
เจอร์ราร์ด มีโอกาสจะเป็นผู้จัดการทีม ผู้ช่วย หรือโค้ชชุดใหญ่ได้ไม่ยากในช่วง 17 เดือนที่ผ่านมา จากการได้รับข้อเสนอมากมาย ทั้งที่ขาดประสบการณ์ แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธมาตลอด จนกระทั่งลิเวอร์พูลได้รับการติดต่อจาก เรนเจอร์ส เพื่อขอคุยกับอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเกี่ยวกับตำแหน่งกุนซือที่ว่างอยู่ และเจ้าตัวก็สนใจทันที
“มีโอกาสหลากหลายเข้ามา นับตั้งแต่ผมกลับมาจากลอสแองเจลิส ก่อนเรนเจอร์ส ผมมีโอกาสจะได้เป็นกุนซือ เป็นเบอร์ 2 และเป็นโค้ชถึง 8 ครั้ง แต่ผมก็ไม่รู้สึกใช่กับข้อเสนอเหล่านั้น เมื่อเรนเจอร์สเข้ามา มันเปลี่ยนไป ผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนเป็นพิเศษ คำตอบของผมคือ ‘ใช่’ ผมต้องการโอกาสพูดคุยกับเรนเจอร์ส” เจอร์ราร์ด กล่าว
ด้วยขนาดของสโมสร ประวัติศาสตร์ของสโมสร และคุณค่าที่สโมสรแห่งนี้ได้สร้างขึ้นมา เป็นความรู้สึกพิเศษ และทำให้เขาคิดว่าเหมาะกับตัวเอง
“ผมรู้สึกเหมือนผมและสโมสรแห่งนี้เชื่อมถึงกันเป็นพิเศษ และมีช่วงเวลาที่ดีด้วยกัน ผมมองเห็นถึงความสนุกที่พวกเราจะมีด้วยกันรออยู่” 
เดิมพันครั้งใหญ่ของเจอร์ราร์ด?
กุนซือป้ายแดง วัย 37 ปี มีความสุขดีกับฤดูกาลแรกในบทบาทโค้ชเยาวชนรุ่นไม่เกิน 18 ปี หลังจากเป็นบันไดขั้นแรก ซึ่งเป็นทางเลือกที่ง่ายสำหรับการสร้างการยอมรับภายในแอนฟิลด์ เมื่อพิจารณาจากความสำเร็จมากมายกับสโมสรก่อนหน้านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตัดสินใจเข้ารับงานที่เรนเจอร์สคือความเสี่ยง
ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่อาจเดิมพันไปถึงความปรารถนาที่จะนั่งตำแหน่งกุนซือหงส์แดงในอนาคต
ความสำเร็จที่ไอบร็อกซ์ จะเป็นเครื่องการันตีให้เขาได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก เจอร์เกน คลอปป์ ตรงกันข้ามหากเขาล้มเหลว ก็อาจจะทำให้เป้าหมายนั้นล่าช้าออกไปอีกถ้าไม่โดนดับฝันเสียก่อน
ที่สำคัญ การเข้ามารับตำแหน่งกุนซือเรนเจอร์สช่วงนี้ ก็ไม่ต่างจากการรับ “เผือกร้อน” มากนัก หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในช่วง 2-3 ปีมานี้ เนื่องจากผลงานไม่น่าประทับใจ โดยเฉพาะในตำแหน่งกุนซือ
ปัจจุบัน รั้งอันดับ 3 ของตารางสกอตติช พรีเมียร์ชิพ โดยเพิ่งยื่นแชมป์ให้เซลติก คู่ปรับตลอดกาลชูถ้วยสมัยที่ 7 ติดต่อกัน จากความพ่ายแพ้เละเทะ 0-5 เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา นี่ยังไม่รวมความกดดันที่จะต้องเผชิญกับความคาดหวังและการเจอกับคู่แข่งที่มีเบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตนายเก่าที่ลิเวอร์พูล คุมทัพอย่าง เซลติก จึงไม่ใช่งานง่ายแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เจอร์ราร์ด ไม่เคยหวาดหวั่นกับความท้าทาย และเจมี เรดแนปป์ อดีตแข้งหงส์แดง เชื่อว่า สตีวีจี กล้าหาญมากที่รับงานนี้ 
“สตีเวน เจอร์ราร์ด รู้ดีว่าการเป็นอันดับ 2 ในกลาสโกว์ ก็ไม่ต่างกับการจบอันดับสุดท้าย แต่เมื่อไหร่กันที่เขาถอยหนีความท้าทาย? เขาจำเป็นต้องยกเครื่องใหม่หากต้องการแย่งแชมป์กับเซลติก การมีกองกลางดีที่สุดคนหนึ่งในโลกนำทีมเรนเจอร์ส คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรเกิดขึ้นกับลูกหนังสกอตติช แน่นอน มันจะเป็นงานยากสำหรับ สตีจี แต่ผมไม่คิดว่าควรมีใครวิจารณ์เขาในก้าวสำคัญนี้ ผมชื่นชมเขาสำหรับความกล้าหาญครั้งนี้” เรดแนปป์ กล่าว
สร้างทีมลุ้นแชมป์
การเข้ามาของ เจอร์ราร์ด ย่อมหลีกเลี่ยงการจับตามองการต่อสู้กับคู่ปรับร่วมเมืองและอดีตนายเก่าไม่ได้ แต่ เจอร์ราร์ด ยืนยัน สิ่งสำคัญที่สุดของเขาตอนนี้ คือ การมุ่งมั่นสร้างทีมเพื่อลุ้นแชมป์
“เอาจริงๆ ณ ที่ผมนั่งอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่เวลาและสถานที่ที่เหมาะจะพูดถึงเซลติก ยังมีเวลาอีกมากสำหรับเรื่องนั้นในอนาคต ตอนเราเริ่มฤดูกาลใหม่ สิ่งสำคัญของผม คือ เรนเจอร์ส และบ้านหลังนี้ ผมต้องสร้างทีมและนักเตะที่สามารถชนะได้ ผมต้องการให้แฟนบอลมาดูทีมและภูมิใจในพวกเขา และเห็นสโมสรก้าวไปข้างหน้า นั่นคือสิ่งสำคัญสำหรับผม ไม่ใช่ เซลติก หรือทีมอื่นๆ ในลีกจะเป็นอย่างไร” เจอร์ราร์ด กล่าว
ทั้งนี้ กุนซือเรนเจอร์สป้ายแดง ได้ดึง แกรี แม็คอัลลิสเตอร์ อดีตนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์ และแข้งลิเวอร์พูล มาร่วมงานในตำแหน่งมือขวา และเชื่อว่าจะช่วยได้มากจากความสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจกัน
“เขาก็ตื่นเต้นไม่แพ้ผม เขาแทบรอไม่ไหวแล้ว มันสำคัญที่ผมมีใครสักคนที่มีประสบการณ์ เพราะทุกคนรู้ว่านี่เป็นโอกาสครั้งแรกสำหรับผม เขาจะเป็นผู้ช่วยที่เพอร์เฟกต์ของผม” 
ที่เหลือก็ให้ผลงานและเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “สตีวีจี” พร้อมแล้วหรือยังสำหรับการออกเดินทางสู่ความท้าทายใหม่ เพื่อเป้าหมายกลับไปเป็นนายใหญ่ในแอนฟิลด์ภายภาคหน้า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ